วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ถือว่าเรื่องใหญ่และฉาวโฉ่มากกรณีที่“แอร์โฮสเตสสาวไทย”ชาวพะเยา ” ชื่อ“มีนา”วัย 26 ปี สังกัดบริษัทการบินไทยฯ ถูกตำรวจออสเตรเลียจับกุมคาสนามบินท่าอากาศยานเมลเบิร์น ข้อหาลักลอบนำเฮโรอีน หรือ“ผงขาว”จำนวน 1 กิโลกรัม มูลค่าคิดเป็นเงินไทย 11 ล้านบาท เข้าประเทศออสเตรเลีย
จะผิดหรือถูกหรืออย่างไรยังต้องพิสูจน์กันในชั้นศาล แต่ที่เสียชื่อและเสื่อมเสียทันทีทันควันคือ ประเทศไทยและบริษัทการบินไทยฯ ที่เป็นสายการบินแห่งชาติของบ้านเรา อีกทั้งยังจะส่งผลไปถึงคนไทยทุกคนที่ต้องเดินทางเข้า-ออกประเทศออสเตรเลีย เรียกว่าส่งผลกระทบเกี่ยวโยงกันไปหมด
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตามที่นายสุรศักดิ์ เจริญพันธุ์วรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนวานนี้ โดยผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนี้จะกระทบกับสายการบินของไทยและนักท่องเที่ยวของไทยเวลาเดินไปต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งนายสุรศักดิ์ตอบว่า ไม่กระทบกับสายการบินไทย เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของพนักงาน ไม่ใช่เรื่องขององค์กรที่ทำความผิด คือไม่ใช่เรื่องที่บริษัทการบินไทยฯเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด หรือรู้เห็นเป็นใจเป็นขบวนการ
จากรายงานข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนวานนี้ เปิดเผยว่า “นางสาวมีนา”พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือแอร์โฮสเตสของบริษัทการบินไทยฯ รายนี้ เดินทางถึงสนามบินเมลเบิร์น เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) ตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระ พบผงสีขาวซุกซ่อนอยู่ภายในซับในของกระเป๋า และทราบต่อมาว่าเป็นเฮโรอีนน้ำหนัก 1 กิโลกรัม มูลค่า 11 ล้านบาท จากนั้นจึงได้ยึดกระเป๋าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พร้อมกับควบคุมตัวผู้ต้องหา โดยศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว และมีกำหนดขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์นอีกครั้งในวันที่ 14 กันยายน 2569
ทั้งนี้ ทางการออสเตรเลียตั้งข้อหา“นางสาวมีนา”ไว้ 2 กระทง คือลักลอบนำเข้ายาเสพติดที่ต้องควบคุมตามแนวชายแดนในปริมาณเพื่อการค้า ซึ่งขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา (เครือรัฐ) มาตรา 307.2 (1) ความผิดนี้มีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี และอีกหนึ่งกระทง ครอบครองยาเสพติดที่ต้องควบคุมตามแนวชายแดนในปริมาณเพื่อการค้า อันขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา (เครือรัฐ) มาตรา 307.6 (1) ความผิดนี้มีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี
ทางด้านนายซิโมน บุตเชอร์ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) กล่าวว่า AFP จะยังคงใช้มาตรการที่ไม่ยอมรับการกระทำผิดโดยเด็ดขาด ต่อผู้ที่อาศัยตำแหน่งหน้าที่หรือความไว้วางใจที่ได้รับจากสังคม เพื่อนำไปใช้ในการอำนวยความสะดวกให้กับกิจกรรมทางอาชญากรรม และเพื่อสนับสนุนการลักลอบค้ายาเสพติด
ขณะที่นายคลินต์ ซิมส์ ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนออสเตรเลีย (ABF) กล่าวว่า เครือข่ายอาชญากรรมยังคงพยายามใช้บุคคลที่ได้รับความไว้วางใจ รวมถึงลูกเรือสายการบิน เป็นช่องทางในการลักลอบนำยาเสพติดผิดกฎหมายเข้าสู่ออสเตรเลีย พร้อมกันนี้“ผบ.ABF”ยังกล่าวด้วยว่า “ไม่ว่าใครก็ตามที่พยายามลักลอบนำยาเสพติดผิดกฎหมายเข้ามาในออสเตรเลีย ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือสถานะใด จะตกเป็นเป้าหมายของเจ้าหน้าที่และต้องเผชิญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด”
อย่างไรก็ดี นอกจาก“นางสาวมีนา”ที่ต้องถูกควบคุมตัวอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียในเวลานี้แล้ว ญาติพี่น้องในเมืองไทยตลอดจนแฟนหนุ่มในเมืองไทยก็ต้องพลอยเดือดร้อนไปตามๆ กัน โดยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนวานนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 5 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดพะเยา ได้เข้าทำการตรวจสอบบ้านพักมารดาของ“แอร์สาวการบินไทย”ที่อำภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา แต่ไม่พบหลักฐานอะไร เนื่องจากมารดาของ“แอร์โฮสเตสสาว”อาศัยอยู่กับบิดาเลี้ยงที่เป็นสามีใหม่ นานๆ ทีลูกสาวถึงจะกลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงเทศกาล
นอกจากนั้น แฟนหนุ่มของแอร์สาวการบินไทย ซึ่งอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียมเดียวกันในกรุงเทพฯ ได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ที่เข้าทำการตรวจค้นห้องพัก และในเบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งต้องสงสัยใดๆ มีเพียงกล่องพัสดุเปล่าปริศนา 1 ใบ ไม่ระบุผู้ส่ง ถูกส่งมาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมาก่อน“แฮร์โอสเตสสาว”จะบิน 2 วัน โดยแฟนหนุ่มของเธอให้การปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเพิ่งมาทราบเรื่องจากกระแสข่าวภายหลัง ก่อนจะพยายามติดต่อหาแฟนสาวจากเพื่อน และกล่องพัสดุดังกล่าวเป็นกล่องใหม่ที่เพิ่งส่งมา
ขณะเดียวกัน จากการเปิดเผยของนางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส.ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ให้รายละเอียดว่า จากการตรวจสอบย้อนหลังกล้องวงจรปิดของทางนิติบุคคลคอนโดมิเนียมแห่งนี้ พบภาพมีบุคคลสวมเสื้อแจ็กเก็ตเดินอุ้มกล่องพัสดุดังกล่าวเข้ามาส่งที่นิติบุคคล โดยเดินเท้าเข้ามา และไม่ได้ผ่านไม้กั้น เพื่อแลกบัตรยานพาหนะตามขั้นตอนปกติ ขณะนี้ ป.ป.ส.อยู่ระหว่างการสืบสวนว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใคร และกล่องพัสดุนี้เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดหรือไม่
โฆษก ป.ป.ส.กล่าวด้วยว่า “ทางฝั่งไทยเรากำลังตรวจสอบขยายผล เพื่อนำข้อมูลไปประกอบกับเครือข่ายที่ทางตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) มีอยู่ แต่ในขณะนี้เรายังไม่สามารถปรักปรำได้ว่าตัวน้อง (แอร์สาวการบินไทย) มีเจตนาร่วมกระทำความผิด หรือทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เพราะถูกหลอกให้หิ้วของหรือไม่ ต้องรอข้อมูลและหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้”
บรรทัดนี้ก็ต้องบอกว่า จะอะไรก็ตามแต่ ในหลักการของกฎหมายนั้น เมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด ก็ต้องถือว่า“แฮร์โฮสเตสสาว”ของบริษัทการบินไทยฯรายนี้ยัง“เป็นผู้บริสุทธิ์” และต้องติดตามดูกันต่อไป
สำคัญที่สุดถึงแม้เธอจะเป็นคนพะเยา แต่ของกลาง“ผงขาว”ก็คือ“ผงขาว” ไม่ใช่“แป้ง” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

พรุ่งนี้ 'บางจาก' ปรับลดราคาน้ำมันในกลุ่มพรีเมียมลงอีก 5 บาท
ศาลอินโดนีเซียสั่งคุก 10 ปี อดีตรัฐมนตรีศธ. คดีทุจริตจัดซื้อแล็ปท็อป
'ปอนด์ Pondonnews' คัมแบ็ก! ขอโทษสื่ออีกระลอก ประกาศลุยตั้งทีมข่าวลงพื้นที่เองเริ่ม 1 ก.ค. นี้
แฟนคลับกรี๊ด! ญาญ่า แอบสปอยล์การ์ดแต่งงานที่กรุงเทพฯ สวยเรียบหรูมาก
ศาลปัตตานีสั่งประหาร คนร้ายคดีความมั่นคง ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี