วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ภาพเหตุการณ์ที่รองนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ต้องตัดสินใจยอม “ถอย” โดยประกาศยกเลิกการผลักดันพ.ร.บ. SEC โดยไม่นำเข้าครม.ภายใต้แรงกดดันจากการล้อมทำเนียบรัฐบาลของกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านแลนด์บริดจ์ และ ร่างพ.ร.บ.SECอาจถูกป่าวประกาศว่าเป็น “ชัยชนะอันยิ่งใหญ่” ของภาคประชาชน
คำถามที่ต้องชวนกันคิดคือ “ใครชนะกันแน่?”ในขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่กี่ร้อยคนฉลองชัยชนะด้วยการสกัดกั้นโครงการขนาดใหญ่ที่รัฐบาลนำเสนอ แต่คำถามที่สำคัญยิ่งกว่าคือ แล้วอนาคตของเศรษฐกิจภาคใต้จะเดินไปทางไหน?
เป็นที่ยอมรับว่าภาคใต้เปรียบเสมือน“อู่ข้าวอู่น้ำ” ที่อุดมสมบูรณ์ พึ่งพารายได้หลักจากยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ และการท่องเที่ยว แต่คำถามคือ นักการเมืองและพรรคการเมืองในภาคใต้ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้สร้าง “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” อะไรให้แก่คนใต้บ้าง? นอกจากการ “กินบุญเก่า”จากความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและทรัพยากรที่มีอยู่เดิม
ในวันที่โลกเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง คู่แข่งด้านสินค้าเกษตรพุ่งสูงขึ้น และภาคการท่องเที่ยวเผชิญกับความไม่แน่นอน ภาคใต้กลับแทบไม่มีกิจกรรมทาง
เศรษฐกิจใหม่ๆ ที่จะยกระดับรายได้หรือคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางได้เลย
การที่รัฐบาลเลือกถอยเพราะไม่อยากปะทะและต้องการเลี่ยงวิกฤตทางการเมืองนั้น เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ในแง่ของรัฐศาสตร์ แต่ในเชิงนโยบายสาธารณะ นี่คือสัญญาณอันตราย รัฐบาลเองก็ต้องยอมรับความผิดพลาดว่าที่ผ่านมา“ล้มเหลวในการสื่อสาร” การนำเสนอโครงการขนาดใหญ่โดยไม่เปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและเพียงพอ เปิดช่องว่างให้ NGO หรือนักเคลื่อนไหวบางกลุ่มหยิบฉวยประเด็นชี้นำกระแสสังคมด้วยวาทกรรม “ขายชาติ” จนบิดเบือนข้อเท็จจริงเรื่องผลได้-ผลเสียที่สังคมควรต้องชั่งน้ำหนักอย่างมีเหตุมีผล
การทำโครงการเมกะโปรเจกต์ย่อมมี “ราคาที่ต้องจ่าย” ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศหรือสังคม แต่มันคือการแลกเปลี่ยนเพื่ออนาคตที่ดีกว่าหรือไม่? หากรัฐไม่มีความชัดเจนในการสร้างทางเลือกใหม่ และภาคประชาชนยังยึดติดอยู่กับการปฏิเสธทุกอย่างที่ขัดต่อความคุ้นเคยเดิม โดยไม่คำนึงว่าลูกหลานชาวใต้จะทำมาหากินอย่างไรในอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยก็คงจะหยุดนิ่งอยู่กับที่เหมือนติดหล่มกันต่อไป
สุดท้าย “ชัยชนะ” ของม็อบที่ประกาศอย่างภาคภูมิใจ อาจกลายเป็น “ความพ่ายแพ้” ของคนใต้ทั้งภูมิภาคที่ต้องทนอยู่กับการพึ่งพาเศรษฐกิจแบบเดิมต่อไป การถอยของรัฐบาลในวันนี้ หากไม่มีการสรุปบทเรียนและ “จัดทัพการสื่อสารใหม่” เพื่อฉายภาพอนาคตที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่การถอยเพื่อหลบกระสุนทางการเมือง อนาคตของภาคใต้และประเทศไทยก็ยากที่จะเดินหน้าสู่ความพร้อมในการรับมือโลกอนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เฉลยแล้ว ซุปเปอร์จี หายไปไหน
คิดอะไรไม่ออกก็กู้เงิน! เท้ง ซัด รัฐบาล จัดงบฯ ปี 70 ไม่ตอบโจทย์วิกฤตการคลัง-อนาคตประเทศ
ญี่ปุ่นขึ้นภาษีขาออก 3 เท่า รับมือนักท่องเที่ยวล้นเมือง
สภาฯ 288 เสียง! ผ่านฉลุยงบฯ ปี 70 ตั้ง ‘72 กมธ.วิสามัญฯ’ ประชุมนัดแรกพรุ่งนี้
อดุลย์ โต้ครหา รัฐมนตรีปีศาจ แจงเรือดำน้ำ ส่งมอบตามไทม์ไลน์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี