วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569
การเปิดโปงมหกรรมโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นจากกลุ่มผู้เสียหาย หรือคนที่มีข้อมูลกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น หลังรัฐบาลเปิดช่องร้องเรียนพิเศษ ควบคู่กับการถูกขยายผลสอบทางคดีจากหลายๆ หน่วยงาน ทำให้ข้อมูลเริ่มไหลทะลักออกสู่สายตาสาธารณชนขึ้นเรื่อยๆ ถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะช่วยกันกดดันให้กระบวนการเอาผิดคนพวกนี้อยู่ในร่องในรอย ไม่กล้าตัดตอนกันง่ายๆ
อย่าลืมว่า ขบวนการนี้ใหญ่โตมาก เรียกว่าระดับชาติเลยก็ว่าได้ มีตัวละครเยอะแยะ ที่สำคัญกว่านั้นคือ ถ้าไม่ใช่คนใน หรือคนที่มีพลังภายในมากพอ คงไม่สามารถออกแบบวางระบบและบริหารจัดการทุจริตได้อย่างเป็นล่ำเป็นสันจำนวนนับพันนับหมื่นคน ดูได้จากมูลค่าความเสียหายในรอบการสอบแค่ปี 2568 ปีเดียวไม่น่าจะต่ำกว่า 4.5 พันล้านบาท
อาชญากรรมย่อมทิ้งร่องรอยฉันใด การทุจริตสอบท้องถิ่นรอบนี้ก็เช่นกัน เชื่อว่าหากทำกันจริงๆ และเด็ดขาด คงไม่ยากเย็นที่ลากคอคนบงการ หรือขบวนการเหล่านี้มาลงโทษได้ตอนนี้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงรวมๆ แล้ว 4 หน่วยงาน คือ มหาดไทย, ป.ป.ช., ตำรวจสอบสวนกลาง และในส่วนของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในฐานะผู้รับจ้างจัดสอบ
ต้องยอมรับว่าการทุจริตสอบดังกล่าว ในวงการฉลาดเกมโกงนั้น มันคือการยกระดับไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว คือมีการนำเทคโนโลยีมาใช้กับช่องโหว่ทางกฎหมายและในระบบจนสามารถสร้างเครือข่ายระดับนี้ขึ้นมาได้ แต่ขณะเดียวกันข้อดีในโลกดิจิทัลยุคปัจจุบันก็คือ จะทิ้งร่องรอยไว้ชัดมาก เมื่อหลักฐานกองพะเนินขนาดนี้ น่าจะสาวไปถึงต้นตอและขบวนการได้ไม่ยาก
ประเด็นที่กำลังถูกตั้งคำถามเวลานี้ ไม่เพียงแค่เรื่องจะขุดรากถอนโคน หรือลากคอตัวการใหญ่ออกมาได้หรือไม่เท่านั้น แต่ผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวงราชการท้องถิ่นนั้น ถือว่ารุนแรง และสั่นคลอนต่อความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก เนื่องจากนี่คือแรงดีดสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวทั้งในเชิงบริบททางสังคม และกลไกระดับชาติ
แม้แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและในฐานะรมว.มหาดไทย ก็ยังมองว่า นี่คือปัญหาร้ายแรงไม่ต่างจากการขายชาติ ดังนั้น คำถามที่สังคมคาดหวังต่อมาคือ จะปิดช่องว่าง และ
เรียกคืนศรัทธาในระบบการสอบแข่งขันข้าราชการท้องถิ่นกลับมาได้อย่างไร ลำพังแค่จับคนโกง หรือไล่ออก-ยกเลิกคนที่ทุจริตสอบ ไม่น่าจะเพียงพอต่อการเรียกความเชื่อมั่น
ข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่ต้องยอมรับกันคือในสังคมไทย ยังให้ค่านิยมกับอาชีพรับราชการสูงมากเพราะนี่คือกติกาที่คิดว่ายุติธรรมที่สุดไม่ว่าจะเป็นลูกชาวนา เด็กบ้านนอก หรือลูกอาเสี่ย
ในเมือง ทุกคนเท่าเทียมกันคือต้องเก่ง มีความรู้ความสามารถจริงๆ เท่านั้น จึงจะฝ่าด่านสอบแข่งขันเอาชนะคนเป็นพันๆ เข้ามายืนหยัดอยู่ในอาชีพข้าราชการได้อย่างมีเกียรติ
ขณะเดียวกัน อาชีพข้าราชการ คือสัญลักษณ์ของความมั่นคง ความมีหน้ามีตาในหน้าที่การงาน ตามแบบสังคมไทย แม้ว่าจะเงินเดือนน้อย แต่ก็เพียงแค่ช่วงบรรจุแต่งตั้งใหม่ๆ หลังจากนั้นก็ไต่สูงขึ้นตามลำดับ กว่าจะเกษียณก็นั่งกินเงินเดือนมากโขอยู่ แถมยังมีบำเหน็จบำนาญ อีกทั้งพ่อ-แม่และลูกเมีย ยังได้สิทธิหลายๆ อย่าง เช่นเบิกค่ารักษาพยาบาล
ถ้าถามว่า ทำไมบางคนยอมเสียเงินเสียทองมากมายขนาดนี้ คำตอบคือ พวกเขาคิดว่ามันเป็นการซื้ออาชีพให้ลูกให้หลานหรือซื้ออนาคตให้ตัวเองกับครอบครัว ส่วนใครจะกอบโกยแบบไหนขึ้นอยู่กับสันดานบุคคล นี่คือจุดที่ทำให้เกิดขบวนการโกงสอบท้องถิ่นครั้งมโหฬารเรื่องพวกนี้รับรู้กันมานาน จึงเป็นโจทย์ใหญ่ว่านอกจากต้องรื้อระบบกลไกแล้ว เราจะปรับค่านิยมซื้ออาชีพนี้อย่างไร???

ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69 'ชัชชาติ' นำลิ่ว95% ทุบสถิติเดิมปี 65 ถล่มทลาย
อิทธิวัฒน์ ผู้สมัครเลือกตั้ง นายกเมืองพัทยา หลั่งน้ำตา หลังแพ้ ปรเมศวร์ แชมป์เก่า
รวบจีนเทา ผู้ต้องหาฉ้อโกงข้ามชาติ เสียหายกว่า 2 หมื่นล้านบาท
อิหร่าน ประกาศสิทธิขาดคุม ช่องแคบฮอร์มุซ แต่เพียงผู้เดียวอย่างเบ็ดเสร็จ 30 วัน
อนุทิน ยินดี ชัชชาติ นั่งผู้ว่ากทม.สมัย 2 พร้อมให้ความร่วมมือทำงานเพื่อชาวกรุงเทพฯ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี