วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เป็นข่าวใหญ่ระดับโลก และเป็นอีกหน้าหนึ่งของบันทึกประวัติศาสตร์ เมื่อชาวอิหร่านนับล้านคนหลั่งไหลร่วมพิธีศพ“อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี”อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งถูกสหรัฐฯและอิสราเอล“ลอบกัด”ถล่มด้วยขีปนาวุธเสียชีวิตพร้อมสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งผู้นำระดับสูงของอิหร่านอีกหลายสิบคน จากการปฏิบัติการทางอากาศเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569
ชาวอิหร่านนับล้านคนที่หลั่งไหลเข้าร่วมพิธีไว้อาลัย“คาเมเนอี”เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่าน มาณ มัสยิดใหญ่โมซัลลา (Imam Khomeini Mosalla)ในกรุงเตหะราน ซึ่งตรงกับ “วันชาติอเมริกัน 4 กรกฎาคม”นั้น ได้ชูธงสีแดงแสดงสัญลักษณ์ “แห่งการล้างแค้น”พร้อมส่งเสียงตะโกนกึกก้องว่า “Death toAmerica” แปลความได้ว่า “อเมริกาจงพินาศ” และ “Revenge” อันหมายถึงการล้างแค้น เป็นการสื่อให้โลกเห็นถึงกระแสต่อต้านสหรัฐฯที่ชาวอิหร่านถือว่าเป็นศัตรูผู้รุกรานยังฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณของชาวอิหร่าน
คาดการณ์กันว่าระหว่างวันที่ 3-9 กรกฎาคม 2569 ในพิธีดังกล่าวนี้ จะมีประชาชนชาวอิหร่านเข้าร่วมพิธีไว้อาลัยเฉพาะกรุงเตหะรานเพียงแห่งเดียวประมาณ 15-20 ล้านคน ก่อนนำร่างไปประกอบพิธีฝังที่เมือง“มัชฮัด”(Mashhad) บ้านเกิดของ“คาเมเนอี” ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้
หากย้อนกลับไปดูเหตุการณ์เมื่อกว่า 4 เดือนก่อน ในวันที่สหรัฐฯกับอิสราเอล“สองหมาหมู่”ผู้ก่อสงครามรุกรานอิหร่าน เปิดปฏิบัติการ“ลอบกัด”เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้ปฏิบัติการ“Operation Epic Fury” โดยใช้เครื่องบินถล่มเป้าหมายในกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญของอิหร่านทั่วประเทศกว่า 500 จุดใน 24 ชั่วโมงแรกนั้น เป็นผลให้ชาวอิหร่านเสียชีวิตทันทีไม่น้อยกว่า 200 ศพ และบาดเจ็บมากกว่า 747 คน
ในจำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 200 ศพ มี“อยาตอลเลาะห์อาลี คาเมเนอี”วัย 86 ปี พร้อมทั้งสมาชิกในครอบครัว และผู้นำระดับสูงของอิหร่านอีกเกือบ 40 คนที่ประชุมอยู่ในอาคารสำนักงานของผู้นำสูงสุดรวมอยู่ด้วยและนอกจากนั้นก็ยังเกิด“โศกนาฏกรรม”ที่เมืองมินาบทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งเด็กนักเรียนหญิงของโรงเรียนสตรี 168 คน ต้องจบชีวิตเพียงแค่เสี้ยววินาทีจากการโจมตีทางอากาศถล่มอาคารโรงเรียนในวันเดียวกันนั้นอีกเช่นกัน
ดังนั้น เสียงตะโกนกึกก้อง “Death to America”และ “Revenge”จึงดังกระหึ่ม พร้อมกับธงแดงที่โบกสะบัดในพิธีศพและพิธีไว้อาลัย“อยาตอลเลาะห์ อาลีคาเมเนอี” ของชาวอิหร่านปรากฏเป็นข่าวไปทั่วโลกซึ่งตรงกับ“วันชาติอเมริกัน 4 กรกฎาคม” โดยไม่น่าแปลกใจ
อย่างไรก็ตาม สำหรับบรรยากาศพิธีศพของอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน หลังจากที่ต้องเลื่อนออกมายาวนานกว่า 4 เดือนนับตั้งแต่วันที่“คาเมเนอี”ถูกลอบสังหารตามที่สื่อต่างประเทศรายงาน เป็นไปอย่างยิ่งใหญ่และเคร่งครัดตามประเพณีอิสลามนิกายชีอะห์ ท่ามกลางคณะผู้แทนจากนานาประเทศและประชาชนที่มาร่วมไว้อาลัยอย่างเนืองแน่น
โดยมีผู้นำและตัวแทนผู้นำกว่า 100 ประเทศเข้าร่วมไว้อาลัย ซึ่งรัฐบาลไทยได้ส่งนายปานปรีย์ พหิทธานุกรประธานคณะที่ปรึกษานายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมพิธีในฐานะผู้แทนพิเศษของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
พิธีศพที่ทางการอิหร่านจัดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของรัฐบาลอิหร่านในการแสดงพลังและความเป็นปึกแผ่น เพื่อดึงความสามัคคีและความจงรักภักดีจากประชาชนท่ามกลางความแตกแยกภายในประเทศมาตอกย้ำว่า มรดกที่“คาเมเนอี”ทิ้งไว้คือ“ผู้พลีชีพเพื่อศาสนา”
ตามหมายกำหนดการของพิธีนั้น วันที่ 6 กรกฎาคม ขบวนศพจะแห่ผ่านถนนสายหลักในกรุงเตหะราน, วันที่ 7 กรกฎาคม จัดพิธีที่เมืองกอม (Qom) ศูนย์กลางการศึกษาของนิกายชีอะห์, วันที่ 8 กรกฎาคม จัดพิธีที่เมืองศักดิ์สิทธิ์นาจาฟ และคาร์บาลา ในประเทศอิรัก, วันที่ 9 กรกฎาคม จัดพิธีฝังศพอย่างเป็นทางการที่เมือง“มัชฮัด”บ้านเกิดของ“คาเมเนอี” และเป็นที่ตั้งของ“ศาลเจ้าอิหม่ามเรซา” ศูนย์รวมจิตวิญญาณของนิกายชีอะห์ อันเป็นสถานที่แสวงบุญที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของชาวมุสลิม โดยเป็นที่ฝังพระศพของ “อะลี อัรริฎอ” (Ali al-Ridha) อิหม่ามคนที่ 8 ของนิกายชีอะห์
ในขณะเดียวกัน ในพิธีศพและพิธีไว้อาลัย“อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี”ครั้งนี้ นอกจากทางการอิหร่านจะยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อต้อนรับผู้นำต่างชาติ โดยมีการปิดถนนหลายสาย รวมถึงจำกัดการใช้น่านฟ้า พร้อมเผยแพร่คำแนะนำด้านความปลอดภัยให้ประชาชนทราบ เพื่อป้องกันเหตุเบียดเสียดจากฝูงชนจำนวนมหาศาลที่เข้าร่วมพิธีแล้ว ทั่วโลกยังเฝ้าจับตาว่า “อยาตอลเลาะห์โมจตาบา คาเมเนอี”ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ ที่บาดเจ็บสาหัสจากปฏิบัติการในวันเดียวกับที่บิดาของเขาเสียชีวิต และไม่มีภาพใหม่ปรากฏให้เห็นหรือมีการปรากฏตัวต่อสาธารณะอีกเลยจนกระทั่งถึงวันนี้นั้น จะเข้าร่วมพิธีฝังศพหรือไม่
อนึ่ง “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” เป็นอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านที่มีอำนาจสูงสุดในระบบการเมืองและศาสนาของอิหร่านมายาวนานกว่า 37 ปี เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯและอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยสมาชิกในครอบครัวของ“คาเมเนอี”ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์วันเดียวกันนั้น ประกอบด้วย ลูกสาว, ลูกเขย,หลานสาว และลูกสะใภ้
สำคัญที่สุด ลูกสะใภ้ของ“คาเมเนอี”ที่เสียชีวิตพร้อมกันในครั้งนี้ ก็คือ “ซาห์รา ฮัดดัด อาเดล” (Zahra Haddad-Adel) ภรรยาของ“โมจตาบาคาเมเนอี” และเป็นบุตรสาวของ“โกลัม อาลี ฮัดดัด-อาเดล”อดีตประธานรัฐสภาอิหร่าน
บรรทัดนี้ก็ต้องบอกว่า แม้สงครามระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านจะพักยกเพื่อหาข้อยุติบนโต๊ะเจรจา แต่ก็มิได้หมายความว่าสงครามจะยุติโดยสิ้นเชิง เพราะความแค้นของชาวอิหร่านที่มีต่อสหรัฐฯนั้น เป็นแค้นที่“แก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

กมธ.งบฯ ปี 70 คืบหน้า 96% คาดเข้าสภาฯ วาระ 2-3 ช่วงต้นเดือน ก.ย.นี้
ไชยชนก สวน ไอซ์ คิดถึงหรอ เผย TH-AI Passport ส่งคนชี้แจงตามกระบวนการแล้ว
นายกฯขอ ปชช.เชื่อมั่นกองทัพไทย พร้อมปกป้องอธิปไตย-หนุนจัดสรรงบฯเสริมเทคโนโลยีให้ทันโลก
สืบธัญบุรีบุกรวบ! ทาสยานรกมีประวัติเก่า-ได้ประกันตัวมาเผาขยะไฟท่วมบ้าน
สวีเดนเอาจริง ไฟเขียวลดอายุขั้นต่ำรับโทษทางอาญาเป็น 14 ปี เด็กที่ทำผิดติดคุกยาว 18 ปี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี