วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เรื่อง“โพลนิด้า”นั้น ฮือฮากันไปตามกระแสสำหรับสังคมไทย ซึ่งเป็นสังคมที่หูเบาและปั่นกันได้ง่าย โดยไม่มีการวิเคราะห์แยกแยะ เสร็จแล้วก็เชื่อจนถูกนำไปเม้าท์มอยแบบปากต่อปากกระทั่งกลายเป็นเรื่องและเป็นปัญหาขึ้นมาในที่สุด
ที่พูดอย่างนั้น เพราะศูนย์สำรวจความคิดเห็น“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ซึ่งได้เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง“คะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569” เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่าประชาชนกลุ่มตัวอย่าง สนับสนุนให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ เป็นนายกรัฐมนตรี มากกว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน
ผลการสำรวจดังกล่าวของ“นิด้าโพล” ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค, ระดับการศึกษา, อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง ด้วยวิธีสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0 ทั้งนี้ เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ปรากฏว่าร้อยละ 26.08 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ประชาชนกลุ่มตัวอย่างสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 21.68 ซึ่งต่ำกว่านายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และลำดับถัดจากนายอนุทิน คือ ร้อยละ 11.80 สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, ร้อยละ 11.64 สนับสนุนนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย และร้อยละ 10.24 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
เพียงแค่นี้ก็เกิดเป็นกระแส “เม้าท์มอย”ให้วิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองขึ้นมาทันทีทั้งที่ประเด็นนี้มาจากความเห็นของประชาชนบางส่วนซึ่งเป็นแค่กลุ่มตัวอย่างที่ถูกสุ่ม ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้นได้ในทางรูปธรรม และมองอีกด้านหนึ่งผลสำรวจของ“นิด้าโพล”ก็ไม่ต่างจากการ “ปั่นกระแสทางการเมือง” เนื่องจากคำถามแต่ละคำถามเป็นคำถาม“ชี้นำ”โดยตรง
คำถามก็คือ“นิด้าโพล”มีเหตุผลอะไรมาประกอบกับคำถามที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ ว่า “ประชาชนจะสนับสนุนให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้” ซึ่งนอกจากจะยังไม่ถึงวาระที่จะต้องมีการเลือกตั้งทั่วไปกันใหม่แล้ว ปัญหาภายในของรัฐบาลก็ยังไม่เกิด และไม่เพียงแต่รัฐบาลจะมีเสียงสนับสนุนที่แข็งแกร่งในสภาฯเท่านั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ยังได้รับความไว้วางใจจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ไม่มีรอยปริร้าวของความขัดแย้งที่จะนำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลในระยะเวลาอันใกล้นี้แต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน เมื่อเทียบระหว่างนายอนุทินชาญวีรกูล กับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผลงานของนายอนุทินที่ผ่านมาเพียงแค่ไม่ถึง 4 เดือนหลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ยังเห็นเป็นรูปธรรมมากกว่า แม้จะคนละบทบาทกับนายณัฐพงษ์ก็ตาม
ต่างจากนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่“ผลงาน”มีแต่วาทกรรรม และเป็นฝ่ายค้านที่หมกมุ่นอยู่แต่เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ การตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลในฐานะฝ่ายค้านก็ไม่ได้มีความชัดเจนอะไรให้เห็น จะมีก็แต่แค่แสดงความเห็นแบบผิวเผิน ไม่มีข้อมูลเชิงลึก มิหนำซ้ำยัง“ลอกการบ้าน”จาก“AI”มาใช้เป็นข้อมูลอีกต่างหาก
และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เวลานี้ก็ยังมีคดี“อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล”ร่วมกันลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็น“บ่วงมัดคอ” รอวัน“ถูกประหารทางการเมือง”โดยศาลฎีกา ฐาน“ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง” ถึงขั้นอาจจะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และรวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ไปจนตลอดชีวิตก็เป็นได้
สำคัญที่สุดพรรคประชาชนตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง จนกระทั่งหลังเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ก็มีแต่เรื่อง“เทาเทา”เกิดขึ้นภายในพรรค และตกเป็นข่าว“ฉาวโฉ่”อยู่เนืองๆ ซึ่งล่าสุดก็กรณีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวโยงกับ“เครือข่ายธุรกิจ Forex” โดยเวลานี้คดีอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
ตามไปดูต่อว่า ทำไมผลสำรวจเรื่อง“คะแนนนิยมทางการเมือง”อันเกี่ยวเนื่องกับบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ของ“นิด้าโพล”ซึ่งปกติผลสำรวจของ“นิด้าโพล”เคยได้รับความน่าเชื่อถือมาโดยตลอด จึงเหมือนกับเป็นการ“ปั่นกระแสทางการเมือง”
ประการสำคัญ นอกจากที่กล่าวมาแล้ว การตั้งประเด็นถามของ“นิด้าโพล”ที่สุ่มถามกลุ่มตัวอย่างนั้น ยังตั้งประเด็น“ถามมั่ว”ไปถึงบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องและไม่ได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ผู้ว่าฯ กทม., นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ และ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนอีก 4 คน คือนายรังสิมันต์ โรม,นายพริษฐ์ วัชรสินธุ, นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง และนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมทั้งคนนอกอย่าง ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล
มหาสุข เป็นต้น โดยบุคคลเหล่านี้ ถูกระบุว่า“อื่นๆ” ได้รับคำตอบว่ามีผู้สนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 3.68
สรุปแล้ว จากผลสำรวจดังกล่าวของ “นิด้าโพล” ทำให้“กูรู-กูรู้”ทางการเมืองทั้งหลาย นำไปขยายผลวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ปั่นกระแสทางการเมืองต่อกันเป็นทอดๆ จนเกิดเป็นประเด็นทางการเมือง
สุดท้ายจาก“เรื่องไม่เป็นเรื่อง” หรือ “คนละเรื่องเดียวกัน” ก็อาจจะกลาย“เป็นเรื่อง” หรือ“เป็นเรื่องเดียวกัน”ขึ้นมาจนได้ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

เช็ก 5 อาการปวดคอ แบบไหนห้ามนวด-ดัด-บิดคอ หมอเจดชี้เสี่ยงภัยเงียบถึงขั้นวิกฤต
อาถรรพ์บาตรแตก! จิลล์ จักรพงศ์ ชี้อัปมงคลขั้นสุด เด็ก11ขวบชนพระมรณภาพหมู่
โปรดสถาปนาสมณศักดิ์ พระพรหมวชิรเวที ขึ้นเป็น สมเด็จพระญาณวชิโรดม
รู้ตัว เดียร์ คนรอรับพัสดุ จากแอร์สาว แล้ว ชี้อยู่ออสเตรเลีย นาน 10 ปี ลุ้นสั่งฟ้อง'แอร์มีนา' 14 ก.ย. นี้
เขื่อนเหิงโจวแตก มวลน้ำมหาศาลทะลักจมทั้งเมือง ชาวบ้านติดบนหลังคาอื้อ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี