วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เรื่อง“โพลนิด้า”นั้น ฮือฮากันไปตามกระแสสำหรับสังคมไทย ซึ่งเป็นสังคมที่หูเบาและปั่นกันได้ง่าย โดยไม่มีการวิเคราะห์แยกแยะ เสร็จแล้วก็เชื่อจนถูกนำไปเม้าท์มอยแบบปากต่อปากกระทั่งกลายเป็นเรื่องและเป็นปัญหาขึ้นมาในที่สุด
ที่พูดอย่างนั้น เพราะศูนย์สำรวจความคิดเห็น“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ซึ่งได้เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง“คะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569” เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่าประชาชนกลุ่มตัวอย่าง สนับสนุนให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ เป็นนายกรัฐมนตรี มากกว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน
ผลการสำรวจดังกล่าวของ“นิด้าโพล” ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค, ระดับการศึกษา, อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง ด้วยวิธีสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0 ทั้งนี้ เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ปรากฏว่าร้อยละ 26.08 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ประชาชนกลุ่มตัวอย่างสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 21.68 ซึ่งต่ำกว่านายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และลำดับถัดจากนายอนุทิน คือ ร้อยละ 11.80 สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, ร้อยละ 11.64 สนับสนุนนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย และร้อยละ 10.24 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
เพียงแค่นี้ก็เกิดเป็นกระแส “เม้าท์มอย”ให้วิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองขึ้นมาทันทีทั้งที่ประเด็นนี้มาจากความเห็นของประชาชนบางส่วนซึ่งเป็นแค่กลุ่มตัวอย่างที่ถูกสุ่ม ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้นได้ในทางรูปธรรม และมองอีกด้านหนึ่งผลสำรวจของ“นิด้าโพล”ก็ไม่ต่างจากการ “ปั่นกระแสทางการเมือง” เนื่องจากคำถามแต่ละคำถามเป็นคำถาม“ชี้นำ”โดยตรง
คำถามก็คือ“นิด้าโพล”มีเหตุผลอะไรมาประกอบกับคำถามที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ ว่า “ประชาชนจะสนับสนุนให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้” ซึ่งนอกจากจะยังไม่ถึงวาระที่จะต้องมีการเลือกตั้งทั่วไปกันใหม่แล้ว ปัญหาภายในของรัฐบาลก็ยังไม่เกิด และไม่เพียงแต่รัฐบาลจะมีเสียงสนับสนุนที่แข็งแกร่งในสภาฯเท่านั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ยังได้รับความไว้วางใจจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ไม่มีรอยปริร้าวของความขัดแย้งที่จะนำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลในระยะเวลาอันใกล้นี้แต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน เมื่อเทียบระหว่างนายอนุทินชาญวีรกูล กับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผลงานของนายอนุทินที่ผ่านมาเพียงแค่ไม่ถึง 4 เดือนหลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ยังเห็นเป็นรูปธรรมมากกว่า แม้จะคนละบทบาทกับนายณัฐพงษ์ก็ตาม
ต่างจากนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่“ผลงาน”มีแต่วาทกรรรม และเป็นฝ่ายค้านที่หมกมุ่นอยู่แต่เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ การตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลในฐานะฝ่ายค้านก็ไม่ได้มีความชัดเจนอะไรให้เห็น จะมีก็แต่แค่แสดงความเห็นแบบผิวเผิน ไม่มีข้อมูลเชิงลึก มิหนำซ้ำยัง“ลอกการบ้าน”จาก“AI”มาใช้เป็นข้อมูลอีกต่างหาก
และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เวลานี้ก็ยังมีคดี“อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล”ร่วมกันลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็น“บ่วงมัดคอ” รอวัน“ถูกประหารทางการเมือง”โดยศาลฎีกา ฐาน“ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง” ถึงขั้นอาจจะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และรวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ไปจนตลอดชีวิตก็เป็นได้
สำคัญที่สุดพรรคประชาชนตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง จนกระทั่งหลังเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ก็มีแต่เรื่อง“เทาเทา”เกิดขึ้นภายในพรรค และตกเป็นข่าว“ฉาวโฉ่”อยู่เนืองๆ ซึ่งล่าสุดก็กรณีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวโยงกับ“เครือข่ายธุรกิจ Forex” โดยเวลานี้คดีอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
ตามไปดูต่อว่า ทำไมผลสำรวจเรื่อง“คะแนนนิยมทางการเมือง”อันเกี่ยวเนื่องกับบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ของ“นิด้าโพล”ซึ่งปกติผลสำรวจของ“นิด้าโพล”เคยได้รับความน่าเชื่อถือมาโดยตลอด จึงเหมือนกับเป็นการ“ปั่นกระแสทางการเมือง”
ประการสำคัญ นอกจากที่กล่าวมาแล้ว การตั้งประเด็นถามของ“นิด้าโพล”ที่สุ่มถามกลุ่มตัวอย่างนั้น ยังตั้งประเด็น“ถามมั่ว”ไปถึงบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องและไม่ได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ผู้ว่าฯ กทม., นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ และ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนอีก 4 คน คือนายรังสิมันต์ โรม,นายพริษฐ์ วัชรสินธุ, นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง และนางสาวรักชนก ศรีนอก รวมทั้งคนนอกอย่าง ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข เป็นต้น โดยบุคคลเหล่านี้ ถูกระบุว่า“อื่นๆ” ได้รับคำตอบว่ามีผู้สนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 3.68
สรุปแล้ว จากผลสำรวจดังกล่าวของ “นิด้าโพล” ทำให้“กูรู-กูรู้”ทางการเมืองทั้งหลาย นำไปขยายผลวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ปั่นกระแสทางการเมืองต่อกันเป็นทอดๆ จนเกิดเป็นประเด็นทางการเมือง
สุดท้ายจาก“เรื่องไม่เป็นเรื่อง” หรือ “คนละเรื่องเดียวกัน” ก็อาจจะกลาย“เป็นเรื่อง” หรือ“เป็นเรื่องเดียวกัน”ขึ้นมาจนได้ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อนุทิน ปัดสหรัฐฯ ตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ยันไม่ใช้เรื่องทหารแลกเจรจาภาษี แยกความมั่นคง-การค้า
‘สุชาติ’บุกเพชรบุรี! ‘เปิดประตูระบายน้ำ’ แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำเค็มรุกล้ำ 4,000 ไร่
กมธ.ศาสนา จ่อลงพื้นที่ วัดป่าอดุลยาราม ดับไฟขัดแย้งวัด-ฆรวาส หวั่นกระทบศรัทธา
เอ็ดดี้ ผ่าปมร้อน ชัยชนะ ชี้ความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง แต่ยังสรุปความผิดไม่ได้
‘ไชยชนก’กางไทม์ไลน์ TH-AI Passport’ เริ่มทดสอบ 19 ส.ค.-เปิดใช้ทางการ 31 ส.ค.นี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี