วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
สังคมไทยก็เป็นเช่นนี้ จึงไปได้ไม่ถึงไหนสักที ทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย ทั้งนักการเมือง รวมถึงแม่ค้าปากตลาดตามย่านร้านถิ่น แค่“Super G” หรือ“ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หายหน้าไปไม่ออกสื่อ ก็ทำให้“แมงลือ”หยิบไปวิเคราะห์เจาะลึกกันเป็นตุเป็นตะต่างๆ นานา
ขณะที่โดยข้อเท็จจริง การที่“ซุปเปอร์จี”ไม่ปรากฏเป็นข่าวในช่วงนี้ แบบเห็นไมค์นักข่าวแล้วต้องวิ่งเข้าหาแสง หรือให้สัมภาษณ์จ้อได้ทุกวัน นั่นเรื่องหนึ่งแล้ว เพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการที่ชื่อ“ศุภจี สุธรรมพันธุ์ - Suphajee Suthumpun” ก็เคลื่อนไหวน้อยลงด้วย
ในที่สุดทางทีมแอดมินเพจเฟซบุ๊ก “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ก็ต้องออกมาชี้แจงเพื่อสยบข่าวลือว่า “อยากรู้ว่า‘ศุภจีหายไปไหน’ กดติดตามเพจกระทรวงพาณิชย์ เพราะเพจนี้‘ศุภจี’ ทำงาน ไม่ว่างโพสต์บ่อยๆ” นอกจากนี้ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมวานนี้ “ซุปเปอร์จี”ก็ได้เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ
และอันที่จริง“ซุปเปอร์จี”ก็ได้พูดความในใจเกี่ยวกับเป้าหมายในการทำงานไว้ชัดเจนชนิดที่ไม่หวั่นไหวไปตามกระแส จากที่ได้ร้องเพลง“Home”ของ“ธีร์ ไชยเดช” ซึ่งมี“โต๋-ศักสิทธิ์ เวชสุภาพร”เล่นเปียโน และได้โพสต์เล่าความผ่านเฟซบุ๊ก“ศุภจี สุธรรมพันธุ์ - Suphajee Suthumpun” เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า
“เพลง Home เป็นเพลงที่ชอบมากเป็นอันดับที่ 2 รองจากเพลงพรานทะเล ซึ่งเป็นเพลงที่คุณพ่อชอบมาก วันนี้กลับมาฟังเพลง Home อีกครั้ง ด้วยความหมายที่ลึกซึ้งกว่าเดิมมากค่ะ จาก Home ที่เคยมีความหมายแค่บ้านและครอบครัว หรือคนรอบข้างเราในตอนนั้น เดินผ่านมาถึงวันนี้ ความหมายของคำว่า ‘บ้าน’ กลายเป็นประเทศไทย ที่อยากใช้เวลา ใช้ความรู้ความสามารถ และใช้ทุกๆ อย่างที่ตัวเองทำได้ ทำเพื่อ ‘บ้านหลังนี้’ จริงๆ ค่ะ”
อย่างไรก็ดี นอกจาก“ซุปเปอร์จี”แล้ว ช่วงนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้ซึ่งชักชวน“มืออาชีพ”อย่าง“ซุปเปอร์จี”มาร่วมทำงานก็เช่นกัน ต้องเรียกว่า“อ่วมอรทัย” ดูและฟังได้จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่เป็นบวกจาก“คู่ปรับตลอดกาล”ของนายอนุทินที่ชื่อ “ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต” ผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ซึ่ง“ถือหาง”พรรคส้ม และเปิดหน้าชกนายอนุทินแทบจะทุกวัน โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมวานนี้ ดร.พิชายก็ได้ลงเสียงผ่านคลิปเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก-ดังข้อความมาสองย่อหน้าถัดจากนี้
“หลังจากนิด้าโพลมีผลสำรวจออกมา คุณอนุทินยอมรับว่าคะแนนนิยมของตนเอง และพรรคภูมิใจไทย ก็ตกลงอย่างมโหฬารทีเดียว แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เขาวิเคราะห์ สาเหตุที่ทำให้คะแนนนิยมเขาลดลง ก็คือมาจากการที่การสื่อสารไม่ดีพอ..เขาก็ยังพูดในเชิงให้สัญญาณ ถ้ารัฐมนตรีคนไหน เป็นรัฐมนตรีที่โลกลืม ก็อาจจะทำให้เขาลืมรัฐมนตรีคนนั้นด้วย ในการปรับ ครม.ครั้งต่อไป และก็กระตุ้นให้บรรดาพลพรรคของภูมิใจไทย และรัฐมนตรีต่างๆ ต้องเร่งสื่อสาร ทันทีทันใดนายปกรณ์ (นิลประพันธ์) รองนายกรัฐมนตรี และนายเอกนิติ (นิติทัณฑ์ประภาศ) ก็เปิดเฟซบุ๊กตอบสนองความต้องการของนายกฯทันที”
“ปัญหาก็คือว่า การวิเคราะห์ปัญหาว่าการที่คะแนนนิยมตกลง เพราะการสื่อสารไม่ดีพอนั้น เป็นการมองแบบผิวเผิน ไม่ยอมรับความจริงว่า อันที่จริงแล้วมันไม่ได้เป็นปัญหาการสื่อสาร แต่เป็นปัญหาที่การบริหารงานต่างหาก คือมีนโยบายที่ค่อนข้างจะกลวงเปล่าในการที่จะแก้ปัญหาที่รุมเร้าเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำมันในช่วงแรกๆ จนกระทั่งถึงในปัจจุบัน ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะการทุจริตการสอบต่างๆ เรื่องของท้องถิ่น ก็เรียกได้ว่า เป็นทั้งฝีมือในการบริหาร และเรื่องนโยบายที่ไม่สามารถทำให้ประชาชนรู้สึกว่า รัฐบาลนี้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์แต่อย่างใด”
ขณะที่ ดร.สุวินัย ภณวลัย ในนาม“มหาวิทยาลัยไร้รอย” อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ศึกษาและปฏิบัติปรัชญาตะวันออกแบบบูรณาการจากลัทธิเต๋าและเซน เจ้าของฉายา“มูซาชิเมืองไทย” มองอีกมุมหนึ่ง จากการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมวานนี้เช่นกัน โดยตั้งหัวเรื่องว่า“อนุทิน : ผู้นำไร้รอย” ยกมาให้อ่านเปรียบเทียบ 5 ย่อหน้า-ตามนี้
“ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เริ่มมีบทความและบทวิเคราะห์ทางการเมืองจำนวนไม่น้อย วิจารณ์นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูลว่าเป็นผู้นำที่‘ลอยไปลอยมา’ ‘จับต้องไม่ได้ว่ากำลังทำอะไร’ ‘ไม่มีงานหลัก’ และ‘ไม่มีวาระแห่งชาติของตนเอง’ ข้อวิจารณ์เหล่านี้ฟังดูมีเหตุผลอยู่ไม่น้อย หากมองผู้นำผ่านภาพข่าวรายวัน แต่ผู้เขียนกลับมองต่างออกไป เพราะบางทีสิ่งที่หลายคนเรียกว่า ‘ลอยไปลอยมา’ อาจเป็นเพียงภาวะผู้นำอีกแบบหนึ่งที่มิได้วัดความสำเร็จจากการแย่งซีนรัฐมนตรีทุกกระทรวง หรือการต้องยืนอยู่หน้ากล้องทุกวัน หากวัดจากความสามารถ ในการวางคนให้ถูกงาน สร้างทีมให้ทำงานได้เต็มศักยภาพ และปล่อยให้ระบบเดินหน้า โดยที่ผู้นำไม่จำเป็นต้องเป็นพระเอกของทุกฉาก นี่คือเหตุผล ที่ผู้เขียนอยากชวนผู้อ่านลองมองนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันผ่านอีกมุมหนึ่งแบบเต๋า ในฐานะผู้นำไร้รอย”
“ในยุคที่การเมืองกลายเป็นการแข่งขันด้านภาพลักษณ์ ผู้คนจำนวนมากเริ่มเชื่อว่า ผู้นำที่ดีต้องออกสื่อทุกวัน ต้องประกาศสงครามกับใครสักคนทุกสัปดาห์ ต้องมีวาระแห่งชาติเรื่องใหม่ทุกเดือน และต้องทำให้ผู้คนรู้สึกว่า‘กำลังทำอะไรอยู่’ตลอดเวลา แต่บางทีภาวะผู้นำ อาจไม่ได้วัดจากเสียงที่ดังที่สุด หากวัดจากความสามารถในการทำให้ระบบเดินหน้า โดยที่ผู้นำไม่จำเป็นต้องอยู่กลางเวทีเสมอไป”
“ผู้บริหารมีอยู่สองแบบ แบบแรก คือผู้นำที่ลงมือทำทุกเรื่องด้วยตนเอง อีกแบบหนึ่ง คือผู้นำที่เลือกคนให้ถูก มอบหมายงานให้เหมาะกับความสามารถ แล้วปล่อยให้มืออาชีพทำหน้าที่ของตน คนภายนอกอาจมองว่า ผู้นำแบบหลัง‘ไม่ทำอะไร’ (ซึ่งน่าจะเป็นการมองแบบผิวและตื้น) แต่ในความเป็นจริง การไม่แย่งงานลูกน้องทำ ก็อาจเป็น ‘ภาวะผู้นำรูปแบบหนึ่ง’ (ตรงนี้ต้องขีดเส้นใต้) ใช่หรือไม่ใช่ ในทางการบริหาร การเอาทุกเรื่องมาไว้ในมือผู้นำคนเดียวไม่ใช่จุดแข็ง หากเป็นจุดอ่อน เพราะเมื่อทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนเพียงคนเดียว ระบบทั้งระบบก็เปราะบาง ผู้นำที่ดีจึงไม่ใช่ผู้ที่ทำทุกอย่างเอง แต่คือผู้ที่ทำให้คนเก่งหลายคนทำงานร่วมกันได้ต่างหาก (ตรงนี้ต้องย้ำแล้วย้ำอีก)”
“ผู้นำบางคนในอดีตสร้างภาพว่าตนเองทำทุกเรื่อง แต่เมื่อพ้นตำแหน่งทุกอย่างก็หยุด เพราะไม่มีระบบเหลืออยู่ ผู้นำอีกแบบหนึ่งเน้นสร้างระบบ จนบางครั้งผู้คนแทบไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของเขา เพราะ‘ระบบทำงานได้เอง’ ผู้นำเช่นนี้อาจไม่เร้าอารมณ์ อาจไม่หวือหวา อาจไม่ใช่ข่าวทุกวัน แต่ก็อาจทำให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างมั่นคงโดยไม่ต้องมีเสียงดังตลอดเวลา”
“บางทีภาวะผู้นำที่สูงที่สุด อาจไม่ใช่การทำให้ผู้คนมองเห็นตัวผู้นำ แต่คือการทำให้ผู้คนมองเห็นการทำงานของระบบมากกว่าตัวบุคคล หากเป็นเช่นนั้นความ‘ไร้รอย’ก็อาจมิใช่ความไร้ตัวตน หากคือศิลปะของผู้นำที่ไม่จำเป็นต้องทิ้งร่องรอยของอัตตาไว้ในทุกเรื่องที่ประเทศเดินผ่าน คนตื้นมักติติงการนำแบบเต๋า คนลึกซึ้งย่อมชื่นชมการนำแบบเต๋า”
สรุปก็คือ ทุกเรื่องทุกปัญหาล้วนขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน ที่ต้อง“คิด-วิเคราะห์-แยกแยะ”กันเอง !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

‘ฟ้าขาว’โกงความตาย!ตามอียิปต์สองลูก-เมสซี่ยิง-รัวแซงทดเจ็บ3-2
สว.วีระพันธ์ เปิดคำต่อคำ กับ 9 คำถามที่ สปสช. ตอบ เรื่องฮอร์โมนข้ามเพศ
ใครใกล้หมดถัง อดใจรอ! พรุ่งนี้ราคาน้ำมันลงแรง เบนซินลด 2.51 บาท ดีเซลลด 2.56 บาท
เผยเส้นทาง 'ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร' เริ่มจากข่าวกรอง ผ่านงานโชกโชน ก่อนนั่งเก้าอี้ปลัด ก.ยุติธรรม
เจ้าชายแฮร์รี่ ล้มยักษ์ไม่ลง! พ่ายแพ้ราบคาบคดีประวัติศาสตร์ฟ้องบิ๊กสื่อ หลังสู้ยิบตาเพื่อเมแกน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี