วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569
สังคมไทยก็เป็นเช่นนี้ จึงไปได้ไม่ถึงไหนสักที ทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย ทั้งนักการเมือง รวมถึงแม่ค้าปากตลาดตามย่านร้านถิ่น แค่“Super G” หรือ“ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หายหน้าไปไม่ออกสื่อ ก็ทำให้“แมงลือ”หยิบไปวิเคราะห์เจาะลึกกันเป็นตุเป็นตะต่างๆ นานา
ขณะที่โดยข้อเท็จจริง การที่“ซุปเปอร์จี”ไม่ปรากฏเป็นข่าวในช่วงนี้ แบบเห็นไมค์นักข่าวแล้วต้องวิ่งเข้าหาแสง หรือให้สัมภาษณ์จ้อได้ทุกวัน นั่นเรื่องหนึ่งแล้ว เพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการที่ชื่อ“ศุภจี สุธรรมพันธุ์ - Suphajee Suthumpun” ก็เคลื่อนไหวน้อยลงด้วย
ในที่สุดทางทีมแอดมินเพจเฟซบุ๊ก “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ก็ต้องออกมาชี้แจงเพื่อสยบข่าวลือว่า “อยากรู้ว่า‘ศุภจีหายไปไหน’ กดติดตามเพจกระทรวงพาณิชย์ เพราะเพจนี้‘ศุภจี’ ทำงาน ไม่ว่างโพสต์บ่อยๆ” นอกจากนี้ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมวานนี้ “ซุปเปอร์จี”ก็ได้เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ
และอันที่จริง“ซุปเปอร์จี”ก็ได้พูดความในใจเกี่ยวกับเป้าหมายในการทำงานไว้ชัดเจนชนิดที่ไม่หวั่นไหวไปตามกระแส จากที่ได้ร้องเพลง“Home”ของ“ธีร์ ไชยเดช” ซึ่งมี“โต๋-ศักสิทธิ์ เวชสุภาพร”เล่นเปียโน และได้โพสต์เล่าความผ่านเฟซบุ๊ก“ศุภจี สุธรรมพันธุ์ - Suphajee Suthumpun” เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า
“เพลง Home เป็นเพลงที่ชอบมากเป็นอันดับที่ 2 รองจากเพลงพรานทะเล ซึ่งเป็นเพลงที่คุณพ่อชอบมาก วันนี้กลับมาฟังเพลง Home อีกครั้ง ด้วยความหมายที่ลึกซึ้งกว่าเดิมมากค่ะ จาก Home ที่เคยมีความหมายแค่บ้านและครอบครัว หรือคนรอบข้างเราในตอนนั้น เดินผ่านมาถึงวันนี้ ความหมายของคำว่า ‘บ้าน’ กลายเป็นประเทศไทย ที่อยากใช้เวลา ใช้ความรู้ความสามารถ และใช้ทุกๆ อย่างที่ตัวเองทำได้ ทำเพื่อ ‘บ้านหลังนี้’ จริงๆ ค่ะ”
อย่างไรก็ดี นอกจาก“ซุปเปอร์จี”แล้ว ช่วงนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้ซึ่งชักชวน“มืออาชีพ”อย่าง“ซุปเปอร์จี”มาร่วมทำงานก็เช่นกัน ต้องเรียกว่า“อ่วมอรทัย” ดูและฟังได้จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่เป็นบวกจาก“คู่ปรับตลอดกาล”ของนายอนุทินที่ชื่อ “ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต” ผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ซึ่ง“ถือหาง”พรรคส้ม และเปิดหน้าชกนายอนุทินแทบจะทุกวัน โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมวานนี้ ดร.พิชายก็ได้ลงเสียงผ่านคลิปเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก-ดังข้อความมาสองย่อหน้าถัดจากนี้
“หลังจากนิด้าโพลมีผลสำรวจออกมา คุณอนุทินยอมรับว่าคะแนนนิยมของตนเอง และพรรคภูมิใจไทย ก็ตกลงอย่างมโหฬารทีเดียว แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เขาวิเคราะห์ สาเหตุที่ทำให้คะแนนนิยมเขาลดลง ก็คือมาจากการที่การสื่อสารไม่ดีพอ..เขาก็ยังพูดในเชิงให้สัญญาณ ถ้ารัฐมนตรีคนไหน เป็นรัฐมนตรีที่โลกลืม ก็อาจจะทำให้เขาลืมรัฐมนตรีคนนั้นด้วย ในการปรับ ครม.ครั้งต่อไป และก็กระตุ้นให้บรรดาพลพรรคของภูมิใจไทย และรัฐมนตรีต่างๆ ต้องเร่งสื่อสาร ทันทีทันใดนายปกรณ์ (นิลประพันธ์) รองนายกรัฐมนตรี และนายเอกนิติ (นิติทัณฑ์ประภาศ) ก็เปิดเฟซบุ๊กตอบสนองความต้องการของนายกฯทันที”
“ปัญหาก็คือว่า การวิเคราะห์ปัญหาว่าการที่คะแนนนิยมตกลง เพราะการสื่อสารไม่ดีพอนั้น เป็นการมองแบบผิวเผิน ไม่ยอมรับความจริงว่า อันที่จริงแล้วมันไม่ได้เป็นปัญหาการสื่อสาร แต่เป็นปัญหาที่การบริหารงานต่างหาก คือมีนโยบายที่ค่อนข้างจะกลวงเปล่าในการที่จะแก้ปัญหาที่รุมเร้าเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำมันในช่วงแรกๆ จนกระทั่งถึงในปัจจุบัน ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะการทุจริตการสอบต่างๆ เรื่องของท้องถิ่น ก็เรียกได้ว่า เป็นทั้งฝีมือในการบริหาร และเรื่องนโยบายที่ไม่สามารถทำให้ประชาชนรู้สึกว่า รัฐบาลนี้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์แต่อย่างใด”
ขณะที่ ดร.สุวินัย ภณวลัย ในนาม“มหาวิทยาลัยไร้รอย” อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ศึกษาและปฏิบัติปรัชญาตะวันออกแบบบูรณาการจากลัทธิเต๋าและเซน เจ้าของฉายา“มูซาชิเมืองไทย” มองอีกมุมหนึ่ง จากการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมวานนี้เช่นกัน โดยตั้งหัวเรื่องว่า“อนุทิน : ผู้นำไร้รอย” ยกมาให้อ่านเปรียบเทียบ 5 ย่อหน้า-ตามนี้
“ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เริ่มมีบทความและบทวิเคราะห์ทางการเมืองจำนวนไม่น้อย วิจารณ์นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูลว่าเป็นผู้นำที่‘ลอยไปลอยมา’ ‘จับต้องไม่ได้ว่ากำลังทำอะไร’ ‘ไม่มีงานหลัก’ และ‘ไม่มีวาระแห่งชาติของตนเอง’ ข้อวิจารณ์เหล่านี้ฟังดูมีเหตุผลอยู่ไม่น้อย หากมองผู้นำผ่านภาพข่าวรายวัน แต่ผู้เขียนกลับมองต่างออกไป เพราะบางทีสิ่งที่หลายคนเรียกว่า ‘ลอยไปลอยมา’ อาจเป็นเพียงภาวะผู้นำอีกแบบหนึ่งที่มิได้วัดความสำเร็จจากการแย่งซีนรัฐมนตรีทุกกระทรวง หรือการต้องยืนอยู่หน้ากล้องทุกวัน หากวัดจากความสามารถ ในการวางคนให้ถูกงาน สร้างทีมให้ทำงานได้เต็มศักยภาพ และปล่อยให้ระบบเดินหน้า โดยที่ผู้นำไม่จำเป็นต้องเป็นพระเอกของทุกฉาก นี่คือเหตุผล ที่ผู้เขียนอยากชวนผู้อ่านลองมองนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันผ่านอีกมุมหนึ่งแบบเต๋า ในฐานะผู้นำไร้รอย”
“ในยุคที่การเมืองกลายเป็นการแข่งขันด้านภาพลักษณ์ ผู้คนจำนวนมากเริ่มเชื่อว่า ผู้นำที่ดีต้องออกสื่อทุกวัน ต้องประกาศสงครามกับใครสักคนทุกสัปดาห์ ต้องมีวาระแห่งชาติเรื่องใหม่ทุกเดือน และต้องทำให้ผู้คนรู้สึกว่า‘กำลังทำอะไรอยู่’ตลอดเวลา แต่บางทีภาวะผู้นำ อาจไม่ได้วัดจากเสียงที่ดังที่สุด หากวัดจากความสามารถในการทำให้ระบบเดินหน้า โดยที่ผู้นำไม่จำเป็นต้องอยู่กลางเวทีเสมอไป”
“ผู้บริหารมีอยู่สองแบบ แบบแรก คือผู้นำที่ลงมือทำทุกเรื่องด้วยตนเอง อีกแบบหนึ่ง คือผู้นำที่เลือกคนให้ถูก มอบหมายงานให้เหมาะกับความสามารถ แล้วปล่อยให้มืออาชีพทำหน้าที่ของตน คนภายนอกอาจมองว่า ผู้นำแบบหลัง‘ไม่ทำอะไร’ (ซึ่งน่าจะเป็นการมองแบบผิวและตื้น) แต่ในความเป็นจริง การไม่แย่งงานลูกน้องทำ ก็อาจเป็น ‘ภาวะผู้นำรูปแบบหนึ่ง’ (ตรงนี้ต้องขีดเส้นใต้) ใช่หรือไม่ใช่ ในทางการบริหาร การเอาทุกเรื่องมาไว้ในมือผู้นำคนเดียวไม่ใช่จุดแข็ง หากเป็นจุดอ่อน เพราะเมื่อทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนเพียงคนเดียว ระบบทั้งระบบก็เปราะบาง ผู้นำที่ดีจึงไม่ใช่ผู้ที่ทำทุกอย่างเอง แต่คือผู้ที่ทำให้คนเก่งหลายคนทำงานร่วมกันได้ต่างหาก (ตรงนี้ต้องย้ำแล้วย้ำอีก)”
“ผู้นำบางคนในอดีตสร้างภาพว่าตนเองทำทุกเรื่อง แต่เมื่อพ้นตำแหน่งทุกอย่างก็หยุด เพราะไม่มีระบบเหลืออยู่ ผู้นำอีกแบบหนึ่งเน้นสร้างระบบ จนบางครั้งผู้คนแทบไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของเขา เพราะ‘ระบบทำงานได้เอง’ ผู้นำเช่นนี้อาจไม่เร้าอารมณ์ อาจไม่หวือหวา อาจไม่ใช่ข่าวทุกวัน แต่ก็อาจทำให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างมั่นคงโดยไม่ต้องมีเสียงดังตลอดเวลา”
“บางทีภาวะผู้นำที่สูงที่สุด อาจไม่ใช่การทำให้ผู้คนมองเห็นตัวผู้นำ แต่คือการทำให้ผู้คนมองเห็นการทำงานของระบบมากกว่าตัวบุคคล หากเป็นเช่นนั้นความ‘ไร้รอย’ก็อาจมิใช่ความไร้ตัวตน หากคือศิลปะของผู้นำที่ไม่จำเป็นต้องทิ้งร่องรอยของอัตตาไว้ในทุกเรื่องที่ประเทศเดินผ่าน คนตื้นมักติติงการนำแบบเต๋า คนลึกซึ้งย่อมชื่นชมการนำแบบเต๋า”
สรุปก็คือ ทุกเรื่องทุกปัญหาล้วนขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน ที่ต้อง“คิด-วิเคราะห์-แยกแยะ”กันเอง !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ตร.ชี้แจงหลักเกณฑ์ ตำรวจพกปืน ยึดความจำเป็นและบริบทการปฏิบัติหน้าที่
ประมวลภาพ อนุทิน บินตรวจเยี่ยม กองบิน 1โคราช F-16 บินโชว์ประกบข้างอารักขา
กมธ.งบฯ ปี 70 คืบหน้า 96% คาดเข้าสภาฯ วาระ 2-3 ช่วงต้นเดือน ก.ย.นี้
ไชยชนก สวน ไอซ์ คิดถึงหรอ เผย TH-AI Passport ส่งคนชี้แจงตามกระบวนการแล้ว
นายกฯขอ ปชช.เชื่อมั่นกองทัพไทย พร้อมปกป้องอธิปไตย-หนุนจัดสรรงบฯเสริมเทคโนโลยีให้ทันโลก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี