วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีประเด็นที่ถูกนำเสนอในหน้าสื่อและมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เมื่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นอภิปรายเสนอให้มีการ “ยุบ” กอ.รมน.โดยอ้างเหตุผลสารพัด ทั้งเรื่องภารกิจที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น และการไม่มีผลงานที่เด่นชัด
แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่ข้อเสนอเชิงโครงสร้าง แต่คือ “เหตุผลประกอบ” ที่ยกขึ้นมากล่าวอ้าง ซึ่งสะท้อนถึงบางสิ่งที่น่ากังวลกว่าเรื่องงบประมาณ
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวอย่างชัดเจนว่า “ภารกิจที่เด่นๆ ของ กอ.รมน.ผมยังไม่เห็นอะไรเด่นเลย ถ้าจะพูดถึงเด่น เด่นอยู่อย่างเดียว 2-3 เดือนที่แล้วคือยิงสส. ภารกิจยิง สส.เป็นหน้าที่ของ กอ.รมน.หรือเปล่า... รถของ กอ.รมน. ปืนของ กอ.รมน. คนของ กอ.รมน...”
ถ้อยคำเหล่านี้ทำเอาผู้ฟังต้องหยุดคิดชั่วขณะ ในฐานะที่ท่านเป็นถึงอดีตประธานรัฐสภา 2 สมัย และปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี วุฒิภาวะในการวิพากษ์วิจารณ์ควรเป็นสิ่งที่ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง การที่ สส. ในพรรคประชาชาติถูกทำร้ายร่างกาย เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและสังคมปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องมีการเอาผิดผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุดแต่การเหมารวมว่า “อาวุธของหน่วยงาน” หรือ“รถของหน่วยงาน” แปลว่า “นโยบายของหน่วยงาน” เป็นตรรกะที่อันตรายและบิดเบี้ยวอย่างยิ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น การที่คุณวันนอร์เลือกหยิบยกประเด็นเรื่องการยุบ กอ.รมน.ขึ้นมา โดยใช้กรณีความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนใต้มาเป็นข้ออ้างหลัก ยิ่งเป็นเรื่องที่น่ากังขาว่า “ตั้งใจ” หรือ “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” เพราะการด้อยค่าหรือพยายามทำลายหน่วยงานความมั่นคงหลักในพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนสูงเช่นนี้ คือสิ่งที่ขบวนการแบ่งแยกดินแดนพึงปรารถนามากที่สุด
หาก กอ.รมน. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่เชื่อมประสานการทำงานระหว่างฝ่ายความมั่นคงและประชาชนในพื้นที่ถูกยุบลงไปตามข้อเสนอที่ปราศจากการไตร่ตรองรอบด้านย่อมเท่ากับเป็นการเปิดช่องโหว่ให้กระบวนการทางกฎหมายและงานมวลชนสะดุดลง ประหนึ่งการ “ตัดแขนตัดขา” ตัวเองในยามที่สถานการณ์ยังไม่นิ่ง ในมุมกลับก็เท่ากับว่าเป็นการเปิดช่องให้กับกลุ่มขบวนการที่ไม่หวังดี สามารถรุกคืบปฏิบัติการในงานมวลชน จิตวิทยา ให้เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตนได้โดยง่าย
การอภิปรายเช่นนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความเห็นต่างทางการเมือง แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงของรัฐที่คนระดับ “ประธานที่ปรึกษานายกฯ” จะมองข้ามไม่ได้
เราเข้าใจดีว่าในฐานะแกนนำพรรคและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ การเห็นคนกันเองถูกทำร้ายย่อมเกิดความเจ็บแค้นแต่ในฐานะนักการเมือง ความมั่นคงของชาติ จะต้องอยู่เหนือความรู้สึกหรือประโยชน์ส่วนตนเสมอ

พระราชินี ทอดพระเนตรการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา
ปธน.อิหร่านฉะเดือด ตราหน้าพฤติกรรมเจ้าภาพบอลโลก ขี้โกง-รังแกคู่แข่ง ลั่นเตหะรานไม่ยอมก้มหัว
พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษ 5 ตำรวจ เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่
ไม่ได้ไปไหน ยังทำงานทุกวัน! ศุภจี กาง ไทม์ไลน์ในรอบ 7 วันทำอะไรบ้าง?
นาโตตึงเปรี๊ยะ ทรัมป์ โพสต์แซะ นายกฯเมโลนี ก่อนเจอกันที่ตุรกี แรงแค้นอิตาลีเมินร่วมรบอิหร่าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี