วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ในทางการเมืองถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ หลังนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูลต้องออกแรงอีกครั้ง เรียกบรรดารัฐมนตรีทั้งมือเก่า-มือใหม่ ของพรรคภูมิใจไทย และพรรค
ร่วมรัฐบาลบางส่วน ปิดห้องคุยกันบนตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล วาระสำคัญคือไขลานเร่งขับเคลื่อนผลงานท่ามกลางคะแนนนิยมที่ร่วงลงไปเรื่อยๆ อย่างน่าใจหาย
แม้แต่ตัวนายกรัฐมนตรีก็ไม่ปฏิเสธความจริงตรงหน้านี้ หลังจากที่มีผลโพลสะท้อนออกมาถึงกระแสความนิยมทางการเมืองลดต่ำลง โดยมองว่าเกิดจากการสื่อสารผลงานที่ไม่ทั่วถึง หรือยังไม่ดีพอ พร้อมๆ กับส่งคำเตือนไปยังรัฐมนตรีทุกคนว่าถ้ายังเป็นรัฐมนตรีโลกลืมอยู่ นายกฯก็จะลืมบ้าง ถ้านายกฯลืม ก็ไม่จำเป็นต้องมีเขาอยู่ในคณะรัฐมนตรี
จึงกลายประเด็นร้อนๆ ขึ้นมาทันที เพราะถูกนำไปสู่การตีความว่ากำลังส่งสัญญาณจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ แม้นายกรัฐมนตรีจะออกมาปฏิเสธไปแล้วเบื้องต้นว่า ยังไม่มีเค้าลาง
ที่จะขยับหมากทางการเมืองในเวลาอันใกล้นี้ แต่ถ้าประเมินจากสภาพทุลักทุเลในรัฐบาลแล้ว มีความเป็นไปได้ว่า คงจะกระเตงรัฐมนตรีบางคนต่อไปได้อีกไม่นาน
ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีเคยออกมากระตุ้นเตือนให้รัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการ 14 คณะ และ สส.ในสังกัดภูมิใจไทย เร่งสร้างผลงานให้ประชาชนรับรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้ง KPI ประเมินผลงานภายใน 1 ปี ใครผลงานไม่เข้าเป้าพร้อมจะถูกพิจารณาโละพ้นทำเนียบ
เอาเข้าจริง รัฐบาลเพิ่งจะทำงานผ่านไปแค่3 เดือนเศษๆ แต่กลับมีเสียงสะท้อนทั้งเรื่องฝีมือไม่ตรงปก และเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนเริ่มตั้งคำถามกับรัฐบาลมากขึ้นเหมือนกับว่าอยู่มานานเป็นแรมปีแล้ว ส่วนหนึ่งนั้นอาจเพราะว่าเคยเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจเสียงข้างน้อยมา 3 เดือน ก่อนที่จะกลับมาเป็นรัฐบาลต่อสมัยที่สองบนความคาดหวังที่สูงมาก
ความคาดหวังสูงดังกล่าว ไม่ใช่แค่เรื่องนโยบายหาเสียงว่าจะทำได้อย่างที่พูด หรือแถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือไม่ แต่รวมถึงความเป็นมืออาชีพในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างวิกฤตพลังงานจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน เรื่องไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน โครงการแลนด์บริดจ์ โครงการ TH-AI Passport หรือการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
ยิ่งมีคนในรัฐบาลออกมาแก้ตัวและขอโอกาสพิสูจน์ฝีมือต่อไปอีกสักระยะ โดยอ้างว่าตลอด 3 เดือนที่ผ่านมานั้นทำงานกันอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม แต่เหมือนกับไปราดน้ำมันลงบนกองไฟ
กระแสยิ่งตีกลับ เนื่องจากคำประกาศที่ว่า ประเทศไทยไม่ใช่สนามทดลองงานของใครแต่เป็นของมืออาชีพนั้น ยังดังวนเวียนอยู่เต็มสองหู
ภาพการทำงานของรัฐบาลตอนนี้ ทุกอย่างเหมือนจะเดินหน้า แต่กลับถูกมองว่าย่ำอยู่กับที่แต่ละงานหากไม่ถูกขับเคี่ยวด้วยนายกรัฐมนตรีหรือเสียงวิพากษ์วิจารณ์แรงๆ ผลลัพธ์ก็ไม่ปรากฏมีหลายกรณีที่เหมือนจะเด็ดขาด แต่กลับเด็ดไม่ขาดสักเรื่อง วิธีการทำงานยังขาดยุทธศาสตร์ ส่วนใหญ่ยังเป็นแบบเชิงรับมากกว่ามาตรการเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรม
นี่คือการบ้านข้อใหญ่ที่นายกรัฐมนตรีต้องรีบแก้ไข เพราะกาลเวลาพิสูจน์มาแล้ว 3 เดือนถ้ารัฐมนตรีโลกลืมคนไหนไม่ผ่าน ก็ไม่ควรเก็บไว้ให้สิ้นเปลืองภาษีเพราะวิกฤตรอบด้านตอนนี้ประเทศไทยไม่ใช่ที่ฝึกงาน และไม่มีเวลาให้ใครมาแก้ตัว อย่าประมาทกระแสขาลง เพราะถ้ากลายเป็นวิกฤตศรัทธาเมื่อไหร่ มันกู้กลับคืนมายากมาก

เฮทุกนัด!ช้างศึกทุบเมียนมาลิ่วตัดเชือกชนสิงคโปร์
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลตรี ให้ พันเอก สุภัทร ชูตินันทน์
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ
วิปฝ่ายค้าน จ่อเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. ครั้งที่4 'พนิดา' ชี้เส้นเงินชัด โยงบุคคลใหม่ใกล้ชิดพรรคการเมือง
เรือบรรทุกน้ำมัน ADNOC ของยูเออี โดนโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พุุ่งเป้าฝีมืออิหร่าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี