ในทางการเมืองถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ หลังนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูลต้องออกแรงอีกครั้ง เรียกบรรดารัฐมนตรีทั้งมือเก่า-มือใหม่ ของพรรคภูมิใจไทย และพรรค
ร่วมรัฐบาลบางส่วน ปิดห้องคุยกันบนตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล วาระสำคัญคือไขลานเร่งขับเคลื่อนผลงานท่ามกลางคะแนนนิยมที่ร่วงลงไปเรื่อยๆ อย่างน่าใจหาย
แม้แต่ตัวนายกรัฐมนตรีก็ไม่ปฏิเสธความจริงตรงหน้านี้ หลังจากที่มีผลโพลสะท้อนออกมาถึงกระแสความนิยมทางการเมืองลดต่ำลง โดยมองว่าเกิดจากการสื่อสารผลงานที่ไม่ทั่วถึง หรือยังไม่ดีพอ พร้อมๆ กับส่งคำเตือนไปยังรัฐมนตรีทุกคนว่าถ้ายังเป็นรัฐมนตรีโลกลืมอยู่ นายกฯก็จะลืมบ้าง ถ้านายกฯลืม ก็ไม่จำเป็นต้องมีเขาอยู่ในคณะรัฐมนตรี
จึงกลายประเด็นร้อนๆ ขึ้นมาทันที เพราะถูกนำไปสู่การตีความว่ากำลังส่งสัญญาณจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ แม้นายกรัฐมนตรีจะออกมาปฏิเสธไปแล้วเบื้องต้นว่า ยังไม่มีเค้าลาง
ที่จะขยับหมากทางการเมืองในเวลาอันใกล้นี้ แต่ถ้าประเมินจากสภาพทุลักทุเลในรัฐบาลแล้ว มีความเป็นไปได้ว่า คงจะกระเตงรัฐมนตรีบางคนต่อไปได้อีกไม่นาน
ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีเคยออกมากระตุ้นเตือนให้รัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการ 14 คณะ และ สส.ในสังกัดภูมิใจไทย เร่งสร้างผลงานให้ประชาชนรับรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้ง KPI ประเมินผลงานภายใน 1 ปี ใครผลงานไม่เข้าเป้าพร้อมจะถูกพิจารณาโละพ้นทำเนียบ
เอาเข้าจริง รัฐบาลเพิ่งจะทำงานผ่านไปแค่3 เดือนเศษๆ แต่กลับมีเสียงสะท้อนทั้งเรื่องฝีมือไม่ตรงปก และเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนเริ่มตั้งคำถามกับรัฐบาลมากขึ้นเหมือนกับว่าอยู่มานานเป็นแรมปีแล้ว ส่วนหนึ่งนั้นอาจเพราะว่าเคยเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจเสียงข้างน้อยมา 3 เดือน ก่อนที่จะกลับมาเป็นรัฐบาลต่อสมัยที่สองบนความคาดหวังที่สูงมาก
ความคาดหวังสูงดังกล่าว ไม่ใช่แค่เรื่องนโยบายหาเสียงว่าจะทำได้อย่างที่พูด หรือแถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือไม่ แต่รวมถึงความเป็นมืออาชีพในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างวิกฤตพลังงานจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน เรื่องไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน โครงการแลนด์บริดจ์ โครงการ TH-AI Passport หรือการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
ยิ่งมีคนในรัฐบาลออกมาแก้ตัวและขอโอกาสพิสูจน์ฝีมือต่อไปอีกสักระยะ โดยอ้างว่าตลอด 3 เดือนที่ผ่านมานั้นทำงานกันอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม แต่เหมือนกับไปราดน้ำมันลงบนกองไฟ
กระแสยิ่งตีกลับ เนื่องจากคำประกาศที่ว่า ประเทศไทยไม่ใช่สนามทดลองงานของใครแต่เป็นของมืออาชีพนั้น ยังดังวนเวียนอยู่เต็มสองหู
ภาพการทำงานของรัฐบาลตอนนี้ ทุกอย่างเหมือนจะเดินหน้า แต่กลับถูกมองว่าย่ำอยู่กับที่แต่ละงานหากไม่ถูกขับเคี่ยวด้วยนายกรัฐมนตรีหรือเสียงวิพากษ์วิจารณ์แรงๆ ผลลัพธ์ก็ไม่ปรากฏมีหลายกรณีที่เหมือนจะเด็ดขาด แต่กลับเด็ดไม่ขาดสักเรื่อง วิธีการทำงานยังขาดยุทธศาสตร์ ส่วนใหญ่ยังเป็นแบบเชิงรับมากกว่ามาตรการเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรม
นี่คือการบ้านข้อใหญ่ที่นายกรัฐมนตรีต้องรีบแก้ไข เพราะกาลเวลาพิสูจน์มาแล้ว 3 เดือนถ้ารัฐมนตรีโลกลืมคนไหนไม่ผ่าน ก็ไม่ควรเก็บไว้ให้สิ้นเปลืองภาษีเพราะวิกฤตรอบด้านตอนนี้ประเทศไทยไม่ใช่ที่ฝึกงาน และไม่มีเวลาให้ใครมาแก้ตัว อย่าประมาทกระแสขาลง เพราะถ้ากลายเป็นวิกฤตศรัทธาเมื่อไหร่ มันกู้กลับคืนมายากมาก

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี