วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569
การไปพบผู้นำอินโดนีเซียของ 3 อดีตนายกฯตระกูลชินวัตร ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ตั้งข้อสังเกตไว้อย่างต่อเนื่อง นายสามารถเจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม วิเคราะห์ไว้อย่าน่าสนใจ ว่า “สงครามเงียบ”กำลังจะเกิดขึ้น
โดยระบุในเชิงสถิติไม่มีพรรคไหนปั้นนายกฯได้เกิน 2 ครั้ง ยกเว้นพรรคเพื่อไทย ที่ผ่านมานายทักษิณ ชินวัตร มีภาวะผู้นำสูง ซื้อใจคนเก่งและตอบแทนคนทำงานอย่างถึงที่สุด ใครที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขนายทักษิณไม่เคยลืม ยึดหลัก“ใช้คนบนความสามารถ ไม่เกี่ยงปูมหลัง”ตราบใดที่ผู้นำการเมืองใจกว้างและมองคนทะลุถึงเนื้อใน กองทัพนั้นย่อมไม่มีวันขาดแคลนแม่ทัพฝีมือดีที่พร้อมรบพลีชีพให้
กระนั้นก็ตาม ในช่วงที่น.ส.แพทองธาร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เกิดความท้าทายในแง่การบริหารประกอบกับมรสุมการเมืองเรื่องคลิปเสียง จนนำมาสู่จุดเปลี่ยนสำคัญคือ“การเปลี่ยนขั้วทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง”ส่งผลให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีเดินหน้าแก้ปัญหาปากท้องและวิกฤตความเชื่อมั่นอย่างเป็นรูปธรรม ความสำเร็จตรงนี้ส่งผลให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและเทคะแนนกาให้พรรคภูมิใจไทย จนสามารถกวาดเก้าอี้ สส. ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทย และขึ้นเป็นแกนนำรัฐบาลในปัจจุบัน
แต่ในเวลานี้ เมื่อสภาวะเศรษฐกิจโลกและในประเทศตึงเครียดขึ้น ผลโพลความนิยมของแกนนำรัฐบาลเริ่มเผชิญความท้าทาย มันจึงสะท้อนชัดเจนว่า เหตุใดนายกฯ อนุทิน จึงต้องคอยเงี่ยหูฟังและจับตาดูตลอดเวลาว่าพรรคเพื่อไทยกำลังขยับทำอะไรอยู่ จนนำมาสู่ปรากฏการณ์กดแชร์หรือกดฟังคลิปข่าวเรื่องนายทักษิณเดินทางไปดีลแก้ปัญหาเรื่องกุ้งถึงมาเลเซีย
อีกทั้งภายในพรรคภูมิใจไทยเอง ก็ประกอบไปด้วย สส. จากหลากหลายก๊วนหลากหลายมุ้งการเมือง ซึ่งแกนนำหลายคนในพรรคภูมิใจไทยก็เคยทำงานร่วมกับนายทักษิณมาในอดีต ในทางจิตวิทยาการเมืองย่อมตีความได้ว่า นี่คืออาการของผู้นำรัฐบาลที่ต้องเฝ้าระวังทั้งปัจจัยภายนอกที่พรรคร่วมเริ่มเดินเกมรุก และปัจจัยภายในที่สายสัมพันธ์เก่าในอดีตอาจกลายเป็นตัวแปรในสมการอำนาจได้ทุกเมื่อ หากเกิดอุบัติเหตุทางกฎหมายต่อจากนี้
ในทางรัฐศาสตร์ ธรรมชาติของกลุ่มบ้านใหญ่คือกลุ่มทุนและฐานเสียงในระดับท้องถิ่นที่มีเอกสิทธิ์และพลังอำนาจในตัวเองสูง พวกเขาสามารถตัดสินใจเดินเข้า-เดินออก หรือย้ายค่ายไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่นได้เสมอเมื่อสมการผลประโยชน์หรือทิศทางลมทางการเมืองเปลี่ยนไป
และเชื่อว่า ทันทีที่เสียงระฆังดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเปิดสมัยประชุม พรรคฝ่ายค้านล็อกเป้าจัดหนักจัดเต็มแน่นอน โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
กรอบคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่ประวัติศาสตร์ การเมืองไทยสอนเรามาตลอดคือ “ความสำเร็จของผู้นำขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาแนวร่วม และวิกฤตเศรษฐกิจความเชื่อมั่นมักส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพรัฐบาล”
นายทักษิณคือหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่มีศักยภาพสูงในการท้าชนกับขั้วของภูมิใจไทย เพราะเขายังมีโจทย์ใหญ่ทั้งเรื่องภาษีและคดีความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ต้องเดินเกมต่อ สมการทางการเมือง ณ เวลานี้จึงถือว่าสูสีและน่าติดตามอย่างยิ่ง เกมหลังจากนี้ภูมิใจไทยจะรักษาตำแหน่งนายกฯ ไว้ได้หรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ยอด สส. ในมือ ณ ปัจจุบัน แต่อยู่ที่การป้องกันไม่ให้มี “สนิมเกิดจากเนื้อในตน” จากขุนพลเก่า และไม่ยอมให้คำพูดที่ไม่ระมัดระวังมาทำลายมวลชน ควบคู่ไปกับการสื่อสารผลงานเพื่อรักษาฐานศรัทธาของคนตรงกลางให้เด็ดขาด

เฮทุกนัด!ช้างศึกทุบเมียนมาลิ่วตัดเชือกชนสิงคโปร์
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลตรี ให้ พันเอก สุภัทร ชูตินันทน์
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ
วิปฝ่ายค้าน จ่อเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. ครั้งที่4 'พนิดา' ชี้เส้นเงินชัด โยงบุคคลใหม่ใกล้ชิดพรรคการเมือง
เรือบรรทุกน้ำมัน ADNOC ของยูเออี โดนโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พุุ่งเป้าฝีมืออิหร่าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี