การไปพบผู้นำอินโดนีเซียของ 3 อดีตนายกฯตระกูลชินวัตร ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ตั้งข้อสังเกตไว้อย่างต่อเนื่อง นายสามารถเจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม วิเคราะห์ไว้อย่าน่าสนใจ ว่า “สงครามเงียบ”กำลังจะเกิดขึ้น
โดยระบุในเชิงสถิติไม่มีพรรคไหนปั้นนายกฯได้เกิน 2 ครั้ง ยกเว้นพรรคเพื่อไทย ที่ผ่านมานายทักษิณ ชินวัตร มีภาวะผู้นำสูง ซื้อใจคนเก่งและตอบแทนคนทำงานอย่างถึงที่สุด ใครที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขนายทักษิณไม่เคยลืม ยึดหลัก“ใช้คนบนความสามารถ ไม่เกี่ยงปูมหลัง”ตราบใดที่ผู้นำการเมืองใจกว้างและมองคนทะลุถึงเนื้อใน กองทัพนั้นย่อมไม่มีวันขาดแคลนแม่ทัพฝีมือดีที่พร้อมรบพลีชีพให้
กระนั้นก็ตาม ในช่วงที่น.ส.แพทองธาร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เกิดความท้าทายในแง่การบริหารประกอบกับมรสุมการเมืองเรื่องคลิปเสียง จนนำมาสู่จุดเปลี่ยนสำคัญคือ“การเปลี่ยนขั้วทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง”ส่งผลให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีเดินหน้าแก้ปัญหาปากท้องและวิกฤตความเชื่อมั่นอย่างเป็นรูปธรรม ความสำเร็จตรงนี้ส่งผลให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและเทคะแนนกาให้พรรคภูมิใจไทย จนสามารถกวาดเก้าอี้ สส. ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทย และขึ้นเป็นแกนนำรัฐบาลในปัจจุบัน
แต่ในเวลานี้ เมื่อสภาวะเศรษฐกิจโลกและในประเทศตึงเครียดขึ้น ผลโพลความนิยมของแกนนำรัฐบาลเริ่มเผชิญความท้าทาย มันจึงสะท้อนชัดเจนว่า เหตุใดนายกฯ อนุทิน จึงต้องคอยเงี่ยหูฟังและจับตาดูตลอดเวลาว่าพรรคเพื่อไทยกำลังขยับทำอะไรอยู่ จนนำมาสู่ปรากฏการณ์กดแชร์หรือกดฟังคลิปข่าวเรื่องนายทักษิณเดินทางไปดีลแก้ปัญหาเรื่องกุ้งถึงมาเลเซีย
อีกทั้งภายในพรรคภูมิใจไทยเอง ก็ประกอบไปด้วย สส. จากหลากหลายก๊วนหลากหลายมุ้งการเมือง ซึ่งแกนนำหลายคนในพรรคภูมิใจไทยก็เคยทำงานร่วมกับนายทักษิณมาในอดีต ในทางจิตวิทยาการเมืองย่อมตีความได้ว่า นี่คืออาการของผู้นำรัฐบาลที่ต้องเฝ้าระวังทั้งปัจจัยภายนอกที่พรรคร่วมเริ่มเดินเกมรุก และปัจจัยภายในที่สายสัมพันธ์เก่าในอดีตอาจกลายเป็นตัวแปรในสมการอำนาจได้ทุกเมื่อ หากเกิดอุบัติเหตุทางกฎหมายต่อจากนี้
ในทางรัฐศาสตร์ ธรรมชาติของกลุ่มบ้านใหญ่คือกลุ่มทุนและฐานเสียงในระดับท้องถิ่นที่มีเอกสิทธิ์และพลังอำนาจในตัวเองสูง พวกเขาสามารถตัดสินใจเดินเข้า-เดินออก หรือย้ายค่ายไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่นได้เสมอเมื่อสมการผลประโยชน์หรือทิศทางลมทางการเมืองเปลี่ยนไป
และเชื่อว่า ทันทีที่เสียงระฆังดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเปิดสมัยประชุม พรรคฝ่ายค้านล็อกเป้าจัดหนักจัดเต็มแน่นอน โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
กรอบคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่ประวัติศาสตร์ การเมืองไทยสอนเรามาตลอดคือ “ความสำเร็จของผู้นำขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาแนวร่วม และวิกฤตเศรษฐกิจความเชื่อมั่นมักส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพรัฐบาล”
นายทักษิณคือหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่มีศักยภาพสูงในการท้าชนกับขั้วของภูมิใจไทย เพราะเขายังมีโจทย์ใหญ่ทั้งเรื่องภาษีและคดีความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ต้องเดินเกมต่อ สมการทางการเมือง ณ เวลานี้จึงถือว่าสูสีและน่าติดตามอย่างยิ่ง เกมหลังจากนี้ภูมิใจไทยจะรักษาตำแหน่งนายกฯ ไว้ได้หรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ยอด สส. ในมือ ณ ปัจจุบัน แต่อยู่ที่การป้องกันไม่ให้มี “สนิมเกิดจากเนื้อในตน” จากขุนพลเก่า และไม่ยอมให้คำพูดที่ไม่ระมัดระวังมาทำลายมวลชน ควบคู่ไปกับการสื่อสารผลงานเพื่อรักษาฐานศรัทธาของคนตรงกลางให้เด็ดขาด

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี