วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เมื่อไม่กี่วันมานี้มีเสียงโอดครวญมาจากอดีตนายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่านางอยู่เฉยๆ ก็โดนคดีไปสิบกว่าคดี ดูไม่เป็นธรรมกับนางเอาเสียเลย
ตั้งแต่ที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ยังอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นางก็ถูกร้องถูกฟ้องเรื่อยมา ทั้งองค์กรอิสระคือปปช. และที่เป็นคดีความในศาลยุติธรรม แม้เมื่อนางกระเด็นไปจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านางใช้ตำแหน่งหน้าที่มิชอบด้วยกฎหมาย (ย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี จากสภาความมั่นคง เพื่อขับผู้บัญชาการตำรวจ ออกมาเปิดทางให้พลตำรวจเอกเพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ พี่ชายเมียทักษิณได้นั่งตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจ)
นางมาโอดครวญช่วงนี้ก็ด้วยจังหวะที่มีผู้สื่อข่าวที่ค่อนข้างเห็นอกเห็นใจนาง อยู่ในสถานที่ดังกล่าวหนึ่ง และอีกอย่างหนึ่งก็คือบรรดาบริษัทบริวารของนางที่โดนคดีอันเนื่องมาจากการเผาบ้านเผาเมืองเมื่อเดือนเมษายน/ พฤษภาคม 2553 กำลังจะขึ้นศาล เนื่องจากอัยการร้องศาลให้ถอนประกัน เพราะคนเหล่านี้ทำผิดเงื่อนไขการขอให้ศาลปล่อยตัวระหว่างดำเนินคดี
เป็นการประสานเสียงเพื่อให้สังคมและชาวโลกให้เห็นว่า นาง และบรรดาบริษัทบริวารที่ทำตัวเป็นขี้ข้าเป็นตัวแทนรับใช้ทักษิณกำลังถูกไล่ล่า กำลังถูกกวาดล้าง ให้สิ้นทราก
ที่จริงแล้ว พวกเขาโอดครวญมาตั้งแต่ที่มีการร่างรัฐธรรมนูญที่มีนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธานในการยกร่าง พร้อมๆกับคดีความต่างๆที่อดีตรัฐมนตรีของทักษิณทยอยเข้าคุกกันทีละคนสองคนโน่นแล้ว
เมื่อนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงหลักการหรือแนวทางของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า จะไม่เปิดทางให้นักการเมืองที่ทุจริต คอร์รัปชั่น ที่ถูกศาลตัดสินแล้วให้มาเล่นการเมือง พวกเขาก็ร้องขึ้นมาทันทีว่า " นี่เป็นการปิดกั้นพรรคเพื่อไทยชัดๆ " ทั้งๆที่เจตนารมณ์ของนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มุ่งไปที่พรรคใดพรรคหนึ่งโดยเฉพาะ หากแต่ใครก็ตามพรรคใดก็ตาม ทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง ทุจริต และศาลสั่งยึดทรัพย์เป็นของแผ่นดิน ต้องขาดคุณสมบัติที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่เฉยๆ ก็ถูกดำเนินคดีหรือ ?
การที่ทักษิณเลือกนางเป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อหมายเลขหนึ่ง วางตัวเอาไว้ให้นางมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ก็เป็นที่สงสัยแคลงใจของผู้คนทั้งหลายแล้วว่า ทักษิณส่งคนที่ไม่ประสีประสาทางการเมืองมาทำไม นี่เป็นตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งที่สำคัญของชาติบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องเล่นขายหม้อข้าวหม้อแกงอย่างเด็ก
แล้วก็ได้คำตอบ ก่อนหน้านี้ ทักษิณใช้บริการสมัคร สุนทรเวช ให้มาเป็นหัวหน้าพรรคพลังไทย ให้มาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งสมัครก็ยินดีที่จะรับใช้ เพราะเขาเล่นการเมืองมาตลอดชีวิตก็หวังจะเป็นนายกรัฐมนตรีแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จสักที ไม่รับตอนนี้ก็เห็นจะไม่ได้แล้ว
สมัครได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมความตั้งใจ แต่สมัครก็ไม่อาจจะรับใช้ทักษิณได้ทุกเรื่องทุกอย่าง ทักษิณหันมาใช้บริการน้องเขย สมชาย วงศ์สวัสดิ์
สมชายยังไม่ทันได้รับใช้ก็กระเด็นไปจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ น้องสาวซึ่งโง่และไม่ประสีประสาทางการเมืองดูจะเหมาะสมที่สุด และก็เป็นจริง เริ่มตั้งแต่ นโยบายพรรคทักษิณคิดเพื่อไทยทำ
ถ้าทักษิณมันคิดดี ทำดีกับชาติบ้านเมือง มันจะต้องหนีคุกระเหระหนอยู่นอกประเทศหรือ ? ถ้ามันคิดดีกับชาติบ้านเมืองมันก็ต้องไม่ทุจริต ไม่สั่งให้รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลแก้กฎหมาย แก้ระเบียบเพื่อประโยชน์กับธุรกิจของครอบครัวมัน (จนในที่สุดรัฐมนตรีที่รับใช้มันต้องเข้าคุก) ถ้ามันคิดดีกับชาติบ้านเมืองมันจะต้องทุจริตทำไมในเมื่อมันรวยล้นฟ้า
เมื่อมันไม่คิดดีกับบ้านกับเมือง มันเอาน้องสาวที่โง่ไม่ประสีประสาทางการเมืองมาเป็นนายกรัฐมนตรีมันก็สั่งการทุกอย่างให้ทำเพื่อมัน เริ่มตั้งแต่เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาล รัฐมนตรีต่างประเทศก็รีบเจรจากับญี่ปุ่นให้ทักษิณมันเข้าญี่ปุ่นได้ รัฐมนตรีต่างประเทศต้องออกหนังสือเดินทางให้ทักษิณใหม่และคาบไปให้ถึงดูไบโน่น
การเอางบประมาณแผ่นดินไปเยียวยากลุ่มคนที่ขายวิญญาณให้ทักษิณในเหตุการณ์ต่างๆ 7 ล้านบาท 4 ล้านบาท ตามคำสั่งทักษิณ โดยที่ไม่มีกฎหมายรองรับ (ซึ่งก็คือผิดกฎหมาย) ล้วนแต่ที่จะต้องเข้าคุกทั้งสิ้น
เช่นเดียวกับคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกำลังพิจารณาอยู่ขณะนี้คือ การไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ (ทั้งหน้าที่นายกรัฐมนตรี ทั้งหน้าที่ประธานคณะกรรมการนโยบายข้าว) ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ทั้งการกินส่วนต่างที่ชาวนาจำนำได้ 12,000 บาทจากราคา15,000บาท ทั้งขายให้ต่างประเทศในราคามิตรภาพ แต่ข้าวไม่ได้ออกนอกประเทศเวียนมาจำนำใหม่
ล้วนแต่เสี่ยงกับคุกทั้งสิ้น
นี่เป็นบทเรียนให้ใครก็ตามที่กระสันต์อยากจะเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องสำรวจตัวเองว่ามีความรู้มีความสามารถจะเป็นได้หรือไม่
อย่าได้เข้าใจผิดว่ามาแบบโง่ๆ อยู่เฉยๆ หรือตะแล่ดแต๊ดแต๋ไปวันๆ ก็เป็นนายกรัฐมนตรีได้
สำเริง คำพะอุ

ชื่นชมนักเรียนนายร้อย ใช้ทักษะ CPR ช่วยเหลือประชาชนหมดสติ บริเวณสถานี BTS อารีย์
'พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ' ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'
ราชกิจจาฯ ประกาศเปลี่ยนแปลง กรรมการบริหาร พรรคประชาชน เหลือ 3 คน
ชาวบ้านจีนผวา น้ำท่วมซัดฟาร์มแตก งู เกือบพันตัวหลุด หลังไต้ฝุ่นเข้า
หยุดภูมิใจถ้านอนน้อย! หมอวี เตือน อดนอนเรื้อรัง ไม่ใช่ความขยัน แต่คือการทำร้ายสมองเงียบๆ เสี่ยงเสื่อมไม่รู้ตัว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี