วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ กรธ.ตั้งฉายาว่าเป็น “ฉบับปราบโกง”
น่าสังเกตว่า นักการเมืองบางกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่มีคดีทุจริต คดีอาญาอยู่ในชั้นศาล ยิ่งคดีทุจริตโกงข้าว ลิ่วล้อบริวารถึงขนาดลงทุนทำเอกสารบิดเบือนให้ร้ายเพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของประชาชน โดยเจตนาเล็งเห็นได้ชัดว่า เขาต้องการให้ประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
1)ประเด็นหลักประกันสุขภาพ ที่ถูกนำไปบิดเบือนกันมาก โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขานุการ กรธ. คนที่ 1 ชี้แจงว่า
มาตรา 47 วางหลักประกันขั้นพื้นฐานของบริการสาธารณสุขว่า 1.รัฐจะปฏิเสธการให้บริหารสาธารณสุขแก่ประชาชนไม่ได้ 2.คนยากไร้ป่วยไข้ต้องรักษาฟรี 3.รัฐต้องป้องกันรักษาโรคติดต่ออันตรายฟรี
มีการนำเรื่องคนยากไร้ป่วยไข้รักษาฟรีไปบิดเบือน ว่าถ้าไม่ใช่คนยากไร้ต้องเสียเงินค่ารักษาเอง ไม่มีบัตรทองแล้ว ซึ่งไม่จริงโดยนายปกรณ์ยืนยันว่าการให้บริการสาธารณสุขของรัฐนั้น มีอยู่ 3 ระบบใหญ่ คือ1.ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ2.ระบบหลักประกันสุขภาพทั่วหน้า (บัตรทอง) และ 3.ระบบประกันสังคม
เปรียบเทียบทั้ง 3 ระบบนั้น ในสภาพความเป็นจริง ปัจจุบัน มองแบบไม่โลกสวย คือ ระบบสวัสดิการข้าราชการให้การรักษาพยาบาลดีที่สุด รองลงมาคือบัตรทองสุดท้ายคือประกันสังคมที่คุณภาพการให้บริการต่ำกว่าอีกสองระบบ (ส่วนหนึ่งเพราะประกันสังคมมีขาจ่ายหลายขา ไม่ได้จ่ายเฉพาะค่ารักษาพยาบาล)
มาตรา 258 (4) ระบุว่า ต้องมีการปฏิรูปคุณภาพและการให้บริการของระบบหลักประกันสุขภาพทุกระบบให้ดีเท่าเทียมกัน
ไม่มีการยกเลิกบัตรทอง ตรงกันข้าม กำหนดให้ปฏิรูปประสิทธิภาพการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น
2)ประเด็นเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของนักการเมือง เป็นอย่างไร?
ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้าน คอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เครือข่ายภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านการรณรงค์ป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาอย่างต่อเนื่องได้รวบรวมประเด็นที่น่าสนใจในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญไว้ ขออนุญาตนำมาเรียบเรียงให้เห็นภาพ ดังนี้
ข้อสังเกตถึงมาตรการที่ถูกลดความเข้มข้นไป
1.การให้จำเลยในคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง
การเมืองสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ (ม.195)
2.กระบวนการถอดถอน คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดให้เป็นดุลยพินิจของประธานรัฐสภา ว่าจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ (ม.236) ซึ่งเดิมไม่มีอำนาจเช่นนี้
3.ข้อห้ามห้ามอัยการและศาลเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ถูกตัดออกไป
แต่ทำไม ยังมีข้อสรุปว่า “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้ว่าจะไม่ดีสมบูรณ์แบบ แต่ได้วางหลักการแนวทางในการแก้ไขปัญหา คอร์รัปชั่นที่ก้าวหน้าและเป็นระบบมากกว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับที่เคยมีมา”
ดร.มานะรวบรวมไว้ เช่น
1.เกี่ยวกับงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง มาตราสำคัญ เช่น ม.62 ควบคุมวินัยการเงินการคลัง ม.63 รัฐต้องจัดให้มีมาตรการต่อต้าน คอร์รัปชั่นอย่างเพียงพอ มาตราสำคัญ เช่น ม.142 การจัดทำงบประมาณต้องศึกษาและมีข้อมูลรอบด้านและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาต่างๆ ม.144 ห้ามโยกงบประมาณ เพื่อไปทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์แก่ตนและพวกพ้อง ม.258(5) ปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างให้เกิดประโยชน์มีประสิทธิภาพตรวจสอบได้
2.การแต่งตั้งโยกย้าย มาตราสำคัญ เช่น ม.68 รัฐพึงมีมาตรการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ให้ทำงานโดยปราศจากการครอบงำแทรกแซง ม.76ให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม ม.258 การปฏิรูปตำรวจ
3.การโกงในภาคการเมือง : คัดกรองนักการเมืองที่คอร์รัปชั่นด้วยการตัดสิทธิ์และให้สิ้นสภาพการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของคนที่โกง ละเมิดจริยธรรม มีส่วนได้เสียจากการจัดทำงบประมาณ กระทำการที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ลดแรงจูงใจที่จะเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนจากงบประมาณ การกำหนดมาตรคุณธรรมจริยธรรมที่สูงกว่าประชาชนทั่วไป การป้องกันการมีผลประโยชน์ทับซ้อน
มาตราสำคัญ เช่น ม.98 กำหนดห้ามคนโกง คนบกพร่องคุณธรรม คนโกงเลือกตั้ง เข้ารับการเลือกตั้ง ม.251 การวางระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลของ อปท. ม.253 สร้างความโปร่งใส ด้วยการเปิดเผยข้อมูลและรายงานผลการปฏิบัติงานของ อปท. ต่อสาธารณะ
4.การป้องกันและปราบปรามด้วยกลไกของรัฐ :การบูรณาการการทำงานขององค์กรต่อต้าน คอร์รัปชั่นภาครัฐ ป้องกันการแทรกแซงการทำงาน เพิ่มอำนาจในการกำหนดมาตรฐานจริยธรรมผู้มีอำนาจทางการเมือง
มาตราสำคัญ เช่น ม.68 การคุ้มครองให้เจ้าหน้าที่เป็นอิสระ ปราศจากการครอบงำแทรกแซง ม.234 ป.ป.ช. มีอำนาจไต่สวนคดีร่ำรวยผิดปกติโดยไม่ต้องมีใครมาร้อง ม.217 และ 276 ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระมีหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานจริยธรรมที่ครอบคลุม สส. สว. และ ครม. โดยต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ปี มิฉะนั้นต้องพ้นจากตำแหน่ง ม.221 การบูรณาการการทำงานขององค์กรอิสระ ม.244 เอกสาร หลักฐานทางคดีของ สตง. ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนคดีของ ป.ป.ช.
5.การป้องกันด้วยพลังประชาชน : การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะเป็นโจทก์ฟ้องร้องรัฐ สิทธิการรวมตัวของประชาชนโดยได้รับการปกป้องจากรัฐ รัฐต้องสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน
มาตราสำคัญ เช่น ม.63 รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุนและให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับภัยร้ายของ คอร์รัปชั่น ส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันในการต่อต้านหรือชี้เบาะแส “โดยได้รับความคุ้มครอง” กำหนดหน้าที่ของรัฐและเจ้าหน้าที่พร้อมกับอำนาจและสิทธิกับชุมชน, ม.41(3) และประชาชนที่จะตรวจสอบและฟ้องร้องรัฐเมื่อไม่ทุจริตหรือบกพร่องต่อหน้าที่ โดยเชื่อมโยงกับสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ตาม ม.41 51 59 และ 253 ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลและพัฒนาระบบสารสนเทศที่เข้าถึงได้ง่าย ม.258 การปฏิรูปที่ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมฯลฯ
องค์กรต่อต้าน คอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จึงสรุปความเห็นว่า “.. ร่างรธน.ฉบับนี้เอื้ออำนวยให้การป้องกันและปราบปราม คอร์รัปชั่นมีผลมากกว่า รธน.ทุกฉบับที่ผ่านมามาก ไม่ว่าจะเป็นบทลงโทษที่หนักขึ้น การตรวจสอบและการดำเนินการตามกฎหมายที่รวดเร็วขึ้น รวมทั้งให้องค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. ฯลฯ มีบทบาทและเข้มแข็งมากขึ้น”
3)ขอเพิ่มเติมประเด็นเกี่ยวกับการปราบโกง ยาแรง
มาตรา 235 บัญญัติให้ลงโทษยึดทรัพย์รุนแรงมาก กรณีร่ำรวยผิดปกติทุจริตต่อหน้าที่ ศาลฎีกาให้ริบทรัพย์สินรวมทั้งประโยชน์อื่นใดที่ได้มาแทนทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน เช่น ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตได้เงินมาก้อนหนึ่ง นอกจากริบทรัพย์สินที่ได้มาและยังเหลืออยู่ แม้เอาเงินก้อนนั้นหรือทรัพย์สินนั้นไปลงทุนทำธุรกิจหรือซื้อทรัพย์สินใดๆ ก็ให้ริบได้ด้วยทั้งหมด
มาตรา 125 เรื่องเกี่ยวกับเอกสิทธิ์คุ้มครองของ สส. สว. ที่บางรายเคยใช้เอาตัวรอด ประวิงเวลาในการถูกดำเนินคดีอาญาในชั้นศาล ไม่ต้องไปสู้คดีระหว่างสมัยประชุมบัญญัติใหม่ว่า
“... ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาถูกคุมขังในระหว่างสอบสวน หรือพิจารณาอยู่ก่อนสมัยประชุม เมื่อถึงสมัยประชุม พนักงานสอบสวนหรือศาล แล้วแต่กรณี ต้องสั่งปล่อยทันทีถ้าประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้ร้องขอ โดยศาลจะสั่งให้มีประกัน หรือมีประกันและหลักประกันด้วยหรือไม่ก็ได้
ในกรณีที่มีการฟ้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมก็ได้ แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภา”
คือให้ศาลดำเนินคดีได้ แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางการทำหน้าที่ของ สส. สว. ซึ่งศาลจะเป็นผู้พิจารณาให้ความเป็นธรรม มิใช่ให้ที่ประชุมสภาอุ้มกันเองเหมือนที่ผ่านมา ฯลฯ
สารส้ม

ลมกรดไทยผงาด! ผลัดผสม4x100ทุบสถิติคว้าทองเอเชีย
เจดี แวนซ์ ถึงสวิตเซอร์แลนด์ เปิดโต๊ะเจรจาอิหร่าน ถกปมสงครามและนิวเคลียร์
ดร.อานนท์ ถาม ธนาธร จบวิศวะจริงหรือ?
กองทัพลุยกู้ระเบิดแล้วกว่า 200 ลูก ที่เนิน 350! เตือน 'อย่าเดินนอกเส้นทางเด็ดขาด!'
ไทยโต้กัมพูชา ย้ำปักธงในพื้นที่ปฏิบัติการเดิม ไม่ใช่ละเมิดอธิปไตย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี