วันศุกร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569
nn เมื่อเศรษฐกิจโลกทรุดตัวอย่างหนัก จากผลกระทบของการระบาดของโควิด-19 ทำให้สินทรัพย์ทั่วโลกราคาลดลง และจากการที่ธนาคารกลางของทุกประเทศทั่วโลกอัดเม็ดเงินเข้าระบบเพื่อพยุงภาวะเศรษฐกิจซบเซา ทำให้ผลตอบแทนในตลาดเงินตกต่ำลง สินทรัพย์เสี่ยงอื่นโดยเฉพาะหลักทรัพย์ทั่วโลกก็ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจเช่นกัน ทำให้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลวิ่งเข้าหาตลาดสินทรัพย์ปลอดภัย และแน่นอนว่าสินทรัพย์ปลอดภัยที่สุดในยามนี้ก็คือทองคำนั่นเอง ทำให้ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี และทำสถิติสูงสุดใหม่มาต่อเนื่อง ซึ่งรวมแล้วราคาทองคำปรับขึ้นมาแล้วกว่า 30% นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 4 สิงหาคม ราคาทองคำ Spot ปรับขึ้นอย่างร้อนแรงร้อนแรงทะลุแนวต้านสำคัญ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,020 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่จะมีแรงขายทำกำไร ทำให้ราคาอ่อนลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2,013 ดอลลาร์ต่อออนซ์ซึ่งสถานการณ์นี้ส่งผลต่อราคาทองคำในประเทศไทยด้วย โดยเช้าวันที่ 5 สิงหาคม สมาคมค้าทองคำประกาศราคาขายทองคำในประเทศเปลี่ยนแปลง 3 ครั้ง โดยปรับขึ้น 400 บาทต่อบาททองคำ โดยทองคำแท่ง ขายออก 29,450 บาททองรูปพรรณ ขายออก 29,950 บาท
ทั้งนี้นายธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มฮั่วเซ่งเฮง กล่าวว่า ปัจจัยที่เข้ามาหนุนราคาทองคำให้สูงขึ้นมาก จากความคืบหน้าในการเจรจามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ วงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐลดลง และเงินดอลลาร์อ่อนค่า ขณะที่กองทุน SPDR ซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยซื้อทองคำ 9.35 ตัน
หลังจากที่ราคาทองคำปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ทำให้แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยมีแนวต้าน 2,030ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวโน้มปรับขึ้นที่แนวต้าน 2,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในระยะถัดไป ทั้งนี้ การปรับขึ้นของราคาทองคำที่รวดเร็วต้องระวังแรงเทขายเช่นกัน ขณะที่มีแนวรับที่ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ 1,980 ดอลลาร์ต่อออนซ์ส่วนราคาทองคำในประเทศ นั้นแม้จะขึ้นเคลื่อนไหวที่ 29,450 บาท แต่คาดว่าจะยังไม่ถึง30,000 บาท ในระยะเวลาสั้นๆ เนื่องจากเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง
ทางด้านนางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทย กล่าวว่า ราคาทองคำในตลาดโลกได้ปรับขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 2,031 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งราคาที่ปรับขึ้นมาในระดับนี้ถือว่าเป็นการปรับขึ้นมาสูงมาก แต่ทิศทางราคาทองคำยังคงเป็นขาขึ้นเนื่องจากปัจจัยสนับสนุนยังมีอยู่หลายปัจจัยโดยเฉพาะ COVID-19 ที่ส่งผลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งล่าสุดพบว่าส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 2 หดตัวถึง -32% นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ-จีน ก็ยังคงมีความขัดแย้งกันอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเกิดความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์จากสภาพคล่องที่เกิดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้นักลงทุน ธนาคารกลางหลายประเทศสะสมทองคำมากขึ้น รวมถึงกองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุนขนาดใหญ่ยังคงเข้าซื้อทองคำเป็นปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อย่างไรก็ตาม YLG แนะนำนักลงทุนควรกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ให้หลากหลายเพราะการลงทุนมีความเสี่ยง โดยมองว่าควรมีสัดส่วนการลงทุนทองคำในพอร์ตลงทุนที่ 5-15% โดยคนที่เริ่มลงทุนควรมีสัดส่วนลงทุนอยู่ที่ 5% และค่อยปรับขึ้น เป็น 10% และ 15% โดยสัดส่วนไม่ควรเกินระดับนี้ เนื่องจากปัจจุบันราคาก็ถือว่าปรับขึ้นมาสูงแล้ว แม้ว่าโอกาสราคายังสามารถปรับขึ้นได้อีก แต่การลงทุนควรมีวินัยและกระจายความเสี่ยงไปในสินทรัพย์ที่หลากหลาย และถือทองคำไว้ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ส่วนเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้จะปรับขึ้นไปเท่าใดนั้น ปัจจุบันถือว่าคาดการณ์ได้ยากเพราะราคาปรับขึ้นมามากแล้ว ในขณะเดียวกันผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากวิกฤติก็อยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น แต่หากมีวัคซีนผลิตออกมาใช้ได้จริงก็อาจส่งผลให้ราคาทองคำปรับลดลงได้ อย่างไรก็ตาม มองว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ดังนั้นทองคำจึงยังคงอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น ซึ่งล่าสุดโกลแมน แซคส์ คาดการณ์ว่าภายใน 12 เดือน ราคาทองคำจะปรับไปที่ 2,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งก็มีโอกาสเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม YLG มองเป้าหมายถัดไปที่ 2,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นเงินบาทไทยประมาณ 31,000 บาท
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในระยะสั้นแนะนำให้แบ่งพอร์ตเข้าซื้อหากราคาปรับลดลงมาที่ระดับ 2,000-1,988 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแนวต้านระยะสั้นจะอยู่ที่ 2,031-2,043 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมตัดขาดทุนหากราคาทองคำหลุด 1,988 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรลงทุนในปริมาณที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ พร้อมกับตั้งจุดตัดขาดทุนทุกครั้งเพื่อจำกัดความเสี่ยง
กระบองเพชร

เฟซบุ๊ก‘อนุทิน’เจอมือดีถล่มปลิวหายช่วงค่ำ ก่อนโผล่กลับมา แต่โพสต์ชายแดน-ปีใหม่หายเกลี้ยง
สลด!ชายหายตัว 3 วัน พบเป็นศพลอยน้ำใต้สะพานท่ารถ บขส.เชียงคำ
สายเอเชีย (ขาเข้า กทม.) ผ่าน จ.อ่างทอง แน่นทุกช่องทาง แนะเลี่ยงเข้าอ่างทองสายใน ตั้งแต่สิงห์บุรี
สลด! นทท.รัสเซียหมดสติเสียชีวิต ขณะปีนขึ้นเจดีย์สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง กลางเมืองพังงา
ลุยช่วย‘เอก สายไหมต้องรอด’ ‘เอกนัฏ’เผยรอบนี้‘คนกรุง’สนใจ‘ภูมิใจไทย’เป็นพิเศษ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี