วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
เจ้าของห้องชุดแอชตัน อโศก (Aston Asoke) ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากกว่า 700 ครอบครัว ที่ได้พักอาศัยในห้องชุดแห่งนี้มามากกว่า 2 ปี คงรู้สึก
ร้อนๆ หนาวๆ
เนื่องจากเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร โดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตที่ออกให้แก่บริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัดเจ้าของโครงการห้องชุดแอชตัน อโศก โดยให้มีผลย้อนหลังถึงวันที่ออกหนังสือทุกฉบับ
ที่มาของเรื่องนี้ คือ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559 สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและผู้ที่พักอาศัยในพื้นที่ถนนสุขุมวิท ซอย 19 แยก 2 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 16 คน ได้ยื่นฟ้องผู้อำนวยการเขตวัฒนาผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคาร การจัดสรรที่ดิน และบริการชุมชน ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-5 ต่อศาลปกครองกลางว่า ร่วมกันละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ด้วยการอนุญาตบริษัท อนันดาฯ ดำเนินการก่อสร้างโครงการอาคารชุดที่พักอาศัยแอชตัน อโศก ซึ่งเป็นอาคารสูงขนาดใหญ่พิเศษ ขนาดความสูง 51 ชั้น รวมชั้นใต้ดิน ในพื้นที่ขนาด 2.3 ไร่ ในซอยสุขุมวิท 19 แยก 2 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สำหรับคำพิพากษาดังกล่าว ศาลปกครองกลางให้เหตุผลว่า ที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของอาคารโครงการแอชตัน อโศก ไม่มีด้านหนึ่งด้านใดของที่ดินยาวไม่น้อยกว่า 12 เมตร ติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร ยาวต่อเนื่องกันโดยตลอดจนไปเชื่อมต่อกับถนนสาธารณะอื่นที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2 วรรคสองของกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
ดังนั้น การที่ผู้อำนวยการสำนักการโยธา ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อนุญาตให้บริษัท อนันดาฯ ทำการก่อสร้างและดัดแปลงอาคารโครงการแอชตัน อโศก ที่ถนนสุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลปกครองกลางพิจารณาแล้ว เห็นสมควรที่ศาลจะพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับแจ้งการก่อสร้างอาคารพิพาททุกฉบับโดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ออกคำสั่งดังกล่าว เพื่อมิให้คำสั่งดังกล่าวมีผลในระบบกฎหมายต่อไป
การที่ศาลปกครองสั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการแอชตัน อโศก สุขุมวิท 21 เป็นคำสั่งที่มีผลย้อนหลัง โดยคำสั่งนี้จะมีผลกระทบไปถึงผู้อาศัยที่โอนเข้าไปอยู่แล้ว รวมถึงเจ้าของที่ซื้อไว้เพื่อเก็งกำไรรอขายต่อ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ที่ลงนามในใบอนุญาตแทน
อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาศาลปกครองกลางนี้ ยังไม่ถือเป็นที่สุด เพราะบริษัท อนันดาฯ หรือผู้ถูกฟ้องสามารถใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ โดยต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้มีคำพิพากษา
ทางด้านผู้บริหารบริษัท อนันดาฯ ได้ยืนยันว่าจะใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เนื่องจากโครงการแอชตัน อโศก ไม่ใช่รายแรกที่ใช้ทางเข้า-ออกบริเวณลานจอดรถของ รฟม. ประกอบกับการดำเนินงานขออนุมัติใบอนุญาตต่างๆ ทุกขั้นตอนได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎระเบียบและข้อบังคับของภาครัฐอย่างเคร่งครัด การขออนุญาตก่อสร้าง แอชตัน อโศก ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากส่วนงานราชการที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน การก่อสร้างโครงการแอชตันอโศก จึงอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องและสุจริต ชอบด้วยกฎหมายทุกขั้นตอน
เจ้าของโครงการซื้อที่ดินแปลงนี้แบบยกแปลง ราคาตารางวาละ 1.0 ล้านบาท ซื้อแบบยกแปลง ราคาห้องเริ่มต้นที่ 230,000 บาท เป็นที่สนใจของบรรดาผู้มีฐานะจำนวนมาก ที่แห่จับจองกัน ทั้งเพื่อพักอาศัยเอง ปล่อยให้เช่า ปล่อยต่อเพื่อเอากำไร อาคารใกล้ทั้งสถานีรถไฟฟ้าอโศก BTS และรถใต้ดิน MRT ถือเป็นทำเลทอง
ที่หาไม่ได้ง่ายๆ
เดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 แอชตัน อโศก สร้างเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ แต่ กทม. ยังไม่ออกใบอนุญาตรับรองอาคาร (อ.6) เนื่องจากเห็นว่ายังมีคดีฟ้องร้องอยู่ในเวลานั้น บริษัทอนันดาฯ จึงต้องให้ทางเลือกกับลูกค้า คือ1.ให้เปลี่ยนไปโอนกรรมสิทธิ์โครงการอื่น 2.คืนเงินดาวน์เต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งมีลูกค้าร้อยละ 25 คืนห้องต่อมาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2561 กทม.ออกใบรับรองการก่อสร้างอาคาร (แบบอ.6) จนเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2561 จึงเริ่มโอนกรรมสิทธิ์จากจำนวน783 ยูนิต ถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 โอนกรรมสิทธิ์แล้วร้อยละ 87
กระบวนการของศาลปกครองสูงสุดซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานาน 3-5 ปี ซึ่งไม่มีใครทราบได้ว่า ศาลจะตัดสินเช่นไร เมื่อตอนนี้ หากศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเชื่อว่าต้องมีผู้ซื้อห้องชุดที่เลือกที่จะไปฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก กทม. กรณีออกใบอนุญาตก่อสร้างโดยมิชอบ คงไม่รอคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
ทั้งการให้ แอชตัน อโศก ใช้ประโยชน์ที่ดินของรฟม.ส่วนทางเข้า-ออก ไม่ใช่การใช้ที่ดิน ตามวัตถุประสงค์การเวนคืน และไม่ใช่การใช้เพื่อกิจการรถไฟฟ้า ทำให้การออกใบอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน รฟม. จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย้อนไปปีพ.ศ.2551 ผู้พักอาศัยส่วนหนึ่งในซอยร่วมฤดี ได้ยื่นฟ้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ฐานใช้อำนาจหรือออกคำสั่งทางปกครองผิดพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 โดยออกเอกสารรับรองความกว้างของถนนซอยร่วมฤดีเกินกว่าความเป็นจริง และปล่อยให้บริษัทเอกชน ก่อสร้างโรงแรมดิเอทัส กรุงเทพมหานคร สูง 24 ชั้น ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จนเมื่อต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2557ศาลปกครองสูงสุดให้ชาวบ้าน 24 ราย ในชุมชนซอยร่วมฤดี ชนะคดีที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตปทุมวัน ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หลังออกหนังสือรับรองความกว้างของถนนในซอยร่วมฤดีเกินความเป็นจริง พร้อมมีคำสั่งให้กทม.และสำนักงานเขตปทุมวันดำเนินการรื้อถอนอาคาร
งานนี้คงมีหลายคนเสียวสันหลังวาบ เพราะไม่แน่ใจว่า เมื่อเป็นคดีความ ศาลปกครองสูงสุดจะตัดสินคดีอย่างไร

รวบแล้ว!เพื่อนแสบ หลอกหญิงไทยค้ากามบาห์เรน
เอ็ดดี้ เปิดผลกระทบ 3 ชั้น หากศาลวินิจฉัย 44 สส.ก้าวไกล ผิดจริง
อ.อัจฉราวดี จี้รื้อฟรีวีซ่า หวั่นนอมินีอิสราเอลฮุบที่ดินเกาะพะงัน-ลามถึง 3 จว.ใต้
ยื่นร่างฯ 1 พ.ค.นี้ ไอซ์ เดินสายเปิดแคมเปญรณรงค์ ปฏิรูปประกันสังคม
ฝนตกมาราธอน 10 ชม. นครพนมฟ้าผ่าตูมเดียวระทึก เด็กชายวัย 14 สลบคาครัว-วัวดับ 3 ตัว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี