วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569
nn แม้ว่าหลายสำนักวิจัยและภาคเอกชนหลายๆ กลุ่มจะมองว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2567 มีแนวโน้มฟื้นตัวมากขึ้นกว่าปี 2566โดยมีปัจจัยบวกมาจากแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยคาดหวังว่านักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีจำนวน 33-35 ล้านคน พร้อมทั้งได้แรงหนุนจากนโยบายการคลัง ที่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ ขณะที่ภาคการส่งออกน่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้จากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าซึ่งก็จะส่งผลไปยังภาคการผลิตของเอกชนให้ฟื้นตัวขึ้นด้วย
ทั้งนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าหนทางของเศรษฐกิจไทยจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะมีปัจจัยเสี่ยงที่รอที่เหนี่ยวรั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอยู่อีกหลายปัจจัย เช่น ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่อาจจะชะลอตัว รวมทั้งปัญหาสงครามรัสเซีย ยูเครน และอิสราเอลกับปาเลสไตน์ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะจบลงอย่างไร ซึ่งจะยังคงเป็นแรงกดดันเศรษฐกิจของโลก
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยความเปราะบางในประเทศอีกด้วย เช่น ปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งแน่นอนว่าจะกดทับกำลังซื้อในประเทศอยู่ไม่น้อย พร้อมกับความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ที่ดูเหมือนยังคงอ่อนแอ และความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบของหลายภาคส่วน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเริ่มใช้มาตรการการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เน้นเรื่องวินัยการไม่สร้างหนี้เกินกำลัง
ขณะที่สถานการณ์การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทย ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มภาระในการดูแลของภาครัฐ และส่งผลต่อปริมาณของประชากรวัยทำงานที่ลดลง อีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญคือ ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งที่อาจเกิดขึ้นเร็วและยาวนานกว่าแต่ก่อน ซึ่งจะกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้น
นอกจากนี้ ราคาค่าไฟฟ้าที่ว่าเป็นต้นทุนสำคัญของภาคการผลิตและอุตสาหกรรมต่างๆ ในเมื่อค่าไฟฟ้าสูงขึ้นอาจมีความจำเป็นที่ผู้ประกอบการต้องปรับราคาสินค้าขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อและเป็นการผลักภาระให้กับภาคประชาชนในท้ายที่สุด
และวานนี้ รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ ได้แถลงข่าวการประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2567 โดยระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2567คาดการณ์จีดีพีจะขยายตัวได้ 3.2% (ยังไม่รวมโครงการดิจิทัล วอลเล็ต 5 แสนล้านบาท) ขณะที่การส่งออกกลับมาขยายตัว 3% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2% หนี้ครัวเรือนปรับลดลงมาอยู่ที่ 87.8% ต่อจีดีพี และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ยังได้ระบุถึงปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังคือ 1.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มขยายขอบเขตมากขึ้น 2.เศรษฐกิจโลกมีการขยายตัวที่ชะลอลง 3.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนยังมีข้อจำกัด 4.หนี้สินภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังสูงกดดันการบริโภคและการลงทุน 5.ปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงกว่าปีก่อน และหุ้นกู้ที่ครบกำหนดปริมาณมากอาจกดดันให้บริษัทจดทะเบียนขนาดกลางและเล็กเสี่ยงล้มละลาย
นอกจากนี้ ยังได้จัดทำสมมุติฐานในการประเมินเศรษฐกิจไว้ 4 กรณี คือ 1.กรณีที่แย่ สงครามอิสราเอล-ฮามาสยืดเยื้อทำให้เศรษฐกิจโลกซึมตัว วิกฤตในทะเลแดง กดดันการส่งออก มองว่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ 2.2% 2.กรณีฐาน เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปธนาคารกลางของประเทศใหญ่เริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงิน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังขยายตัว สถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศค่อนข้างมีเสถียรภาพ เศรษฐกิจขยายตัวได้ 3.2% 3.กรณีที่ดีกว่า หรือ เมื่อมีโครงการดิจิทัลวอลเล็ต มีผู้ได้รับสิทธิเพียง 90% ใช้งบประมาณ 400,000 ล้านบาท จะทำให้จีดีพีขยายตัว 4.2% และ 4.กรณีที่ดีที่สุดมีผู้ได้รับสิทธิ ดิจิทัล วอลเล็ต ทุกคนใช้งบประมาณ 500,000 ล้านบาท คาดเศรษฐกิจขยายตัวได้ 4.5%
“ปี’67 ภาพรวมเศรษฐกิจมีทั้งเสี่ยงทั้งลุ้น โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามอิสราเอล ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจบานปลายออกไป ในขณะที่โครงการแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต ยังต้องลุ้นว่ามาตรการจะผ่านหรือไม่ ทั้งจากคณะกรรมการกฤษฎีกา การประชุมรัฐสภา สส.และสว. ซึ่งหากไม่ผ่านความเห็นชอบรัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ มาทดแทนหรือไม่ ดังนั้น ปีนี้วางกรอบจีดีพีไว้กว้างๆ ที่ขยายตัวตั้งแต่ 2.2-4.5% เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่มีความชัดเจน ขณะที่มองสมมุติฐานเศรษฐกิจโลกโตได้ 3% ราคาน้ำมันดิบ 75-85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล” ดร.ธนวรรธน์ กล่าว
ทั้งหลายทั้งปวงนี้จึงเป็นเหตุสำคัญรัฐบาลไทยจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาวเพื่อให้สามารถแข่งขันและเติบโตเต็มศักยภาพได้อย่างเร็วที่สุด
กระบองเพชร

หมอช้าง เผยเคล็ดลับเสริมดวง 12 ราศี ปี 2569 ทำยังไงให้ชีวิตรุ่ง ปัง
ณัฐวุฒิ ลั่นไม่ต้องรอถูกหวย ไม่ต้องรอส้มหล่น หากเพื่อไทยอันดับ 1 ได้นายกฯ ชื่อ ยศชนัน
รวบ กู พ่อค้ายา ขายเฮโรอีนให้เด็กวัย 14 ปี ติดงอมแงม
โบกี้ไลอ้อน อวดหุ่นเป๊ะ จัดเต็มแฟชั่นชุดบิกินี่ขาว ดำ ตัวจิ๋ว
ผบ.ตร.แต่งตั้ง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ นั่งรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี