วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / หมุนตามทุน
หมุนตามทุน

หมุนตามทุน

วันพุธ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.
เมื่อภาคอุตสาหกรรมเป็นจำเลยของภาวะโลกร้อน รัฐต้องเร่งช่วยผู้ผลิตเรียกความเชื่อมั่น

ดูทั้งหมด

  •  

nn เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ วิกฤตโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้นทั่วโลก รวมทั้งในไทย อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบปัญหากับการแก้ปัญหา กลับพบว่า โลกยังห่างไกลจากเป้าหมายที่จะจำกัดไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามความตกลงปารีสในปี 2015 ซึ่งเมื่อ “สิ่งที่เกิดขึ้นจริง”กับ “สิ่งที่สัญญา” ยังมีความแตกต่างกันมากความเชื่อมั่น (Trust) ที่มีต่อการผลักดันการแก้ปัญหาโลกร้อนจึงลดลงตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมั่นต่อการออกนโยบายที่เหมาะสม เพียงพอและตอบโจทย์ของภาครัฐ ต่อความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาของผู้ดำเนินนโยบาย หรือแม้แต่ความเชื่อมั่นที่มีต่อภาพความสำเร็จตามความตกลงปารีส

การเร่งฟื้นความเชื่อมั่นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้หากโลกต้องการเลี่ยงผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากความเชื่อมั่นเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการสร้างความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาโลกร้อนให้สัมฤทธิผล โดยจากการวิเคราะห์ผลการประชุมCOP28 และการประชุมสภาเศรษฐกิจโลกปี 2024 SCB EIC พบว่า ประชาคมโลกตัดสินใจใช้ 3 แนวทางเพื่อเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นและปิดช่องว่างในการแก้ปัญหาโลกร้อน ได้แก่1. “Move faster” เร่งขับเคลื่อนการแก้ปัญหาโลกร้อนให้เร็วและแรงขึ้น เช่น การเร่งเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนโลกขึ้น 3 เท่าภายในปี 2030 หรือภายในระยะเวลาเพียง 7 ปี2. “More inclusive” ต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเช่น การผลักดันการลงทุนไปยังประเทศ ภูมิภาคหรือชุมชน ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากที่สุด และ 3. “Beyond Net Zero” ต้องคำนึงถึงการฟื้นฟูธรรมชาติควบคู่กันไปด้วย เช่น การเร่งผลักดันการเกษตรรูปแบบใหม่ที่จะช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่กว่า 1,000 ล้านไร่ ภายในปี 2030


แนวทางแก้ปัญหาโลกร้อนจะกระทบต่ออนาคตของอุตสาหกรรมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้โดย SCB EIC แบ่งอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มที่มีโอกาสเติบโตมากขึ้นและกลุ่มที่จะต้องเร่งปรับตัวโดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโตมากขึ้นมี 6 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มอุตสาหกรรมที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของพลังงานหมุนเวียน 2.กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 3.กลุ่มอุตสาหกรรมที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของรถไฟฟ้า 4.กลุ่มอุตสาหกรรมจัดการของเสีย 5.กลุ่มอุตสาหกรรมวัสดุฐานชีวภาพ และ 6.กลุ่มอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ ในขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่จะต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับแรงกดดันที่มากขึ้นและคว้าโอกาสทางธุรกิจมีอยู่ 3 กลุ่ม คือ1.กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง เช่น น้ำมันและก๊าซ โรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เหล็ก ซีเมนต์ 2.กลุ่มอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพสูง อาทิ เกษตร เหมืองแร่ เคมีภัณฑ์ และ3.กลุ่ม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์สันดาปภายในและชิ้นส่วน

SCB EIC มองว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการดำเนินธุรกิจ กำลังกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต เนื่องจากในระยะต่อไป บริษัทและประเทศต่างๆ ที่มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net zero) จะนำปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของคู่ค้าหรือซัพพลายเออร์ มาใช้เป็นปัจจัยชี้ขาดในการเลือกซื้อวัตถุดิบและบริการมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการควรหันมาลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างจริงจัง ซึ่งสามารถดำเนินการผ่าน 5 ขั้นตอน คือ1.ประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร 2.ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก3.ค้นหาเทคโนโลยีและกลยุทธ์ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 4.ดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ 5.ติดตาม ประเมินและรายงานผลการดำเนินงานต่อสาธารณะ โดยนอกจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ผู้ประกอบการควรแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นจากการที่ทั่วโลกกำลังมุ่งสู่ Net Zero ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการมองหาโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของ 6 กลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตมากขึ้น หรือการใช้ประโยชน์จากแหล่งเงินทุนสีเขียว (Green finance) เพื่อสร้างสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่ตอบสนองต่อระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการฟื้นฟูธรรมชาติ

การมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ จะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 20 ปี โดยภาคเอกชนเพียงลำพังจะไม่สามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน จนนำไปสู่ความสำเร็จได้ ต้องอาศัยการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ โดย SCB EIC มองว่า
ภาครัฐสามารถมีบทบาทสนับสนุนการปรับตัวของภาคเอกชนได้อย่างน้อย 2 ประการ คือ1.ปรับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศให้เร็วขึ้นจากปี 2065 เป็นปี 2050 ให้สอดคล้องกับแนวทางโลก โดยหากไม่มีการปรับเปลี่ยนไทยจะบรรลุ Net Zero ช้ากว่า 123 ประเทศถึง 15 ปี
และจะทำให้ไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดออกจากวงจรการค้าโลกในอนาคต เนื่องจากประเทศและบริษัทต่างๆ ที่มีเป้า Net Zero เร็วกว่าในปี 2050 มีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อสินค้าและบริการเฉพาะจากประเทศและบริษัทที่มีเป้าหมาย Net Zero ไม่ช้าไปกว่าเป้าหมายที่ประเทศหรือบริษัทของตนเองกำหนดไว้ 2. เร่งออกมาตรการสนับสนุนให้ธุรกิจและครัวเรือนปรับพฤติกรรมการผลิตและบริโภคไปในทิศทางที่นำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero ไม่ว่าจะเป็นการออกมาตรการสร้างแรงจูงใจสำหรับผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่มีความพร้อมด้านทรัพยากรแต่ขาดแรงจูงใจในการปรับตัว เช่น กฎหมายลดอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ มีการมอบเครดิตภาษีให้อุตสาหกรรมต่างๆ ที่หันมาใช้พลังงานหมุนเวียนทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล หรือการออกมาตรการช่วยเหลือสำหรับผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคที่ขาดทรัพยากรในการปรับตัว เช่น สนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยการดำเนินการดังกล่าวนอกจากจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการดึงดูดการลงทุนของประเทศแล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมของไทยโดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็กให้สามารถปรับเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างทันท่วงที

** SCB EIC **

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
15:31 น. สิงโตกระอัก!8แข้งถอนทัพก่อนดวลญี่ปุ่น
15:30 น. สำนักพระราชวัง เชิญชวนปชช. ลงนามถวายพระพรฯ กรมสมเด็จพระเทพฯ โอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เม.ย.
15:28 น. สมราคามือ1โลก!'ซาบาเลนก้า'ป้องแชมป์หวดไมอามี่ฯ
15:26 น. ช้างศึกพร้อมเต็มสูบ!'ศุภชัย'ลั่นเผด็จศึกเติร์กฯ
15:18 น. ‘คิมี่’ร้อนแรง!ผงาดแชมป์เอฟวัน2สนามติด
ดูทั้งหมด
คิดให้ดีก่อนซื้อ ต๊ะ นารากร โพสต์ฝากถึงคนจะซื้อรถไฟฟ้า
'ตั๊ก มยุรา–หนุ่ย ธาดา'40 ปีชีวิตคู่ไม่สมบูรณ์แบบเลือกอยู่เพราะความดี
รุ่นใหญ่หัวใจว้าวุ่น‘สุรชัย'ควงคู่‘ไดอาน่า’หวานฉ่ำริมระเบียง
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผลักดันเยาวชนรุ่นใหม่ สืบสานผ้าไทยสู่เวทีแฟชั่นโลก
บิ๊กโจ๊ก พาคนใต้กลับบ้าน จัด เที่ยวบิน-รถบัส ฟรี ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ชมคลิป
ดูทั้งหมด
เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน9)
จะรอดจากวิกฤตน้ำมันกันอย่างไร?
การเดินเป็นยาที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์ ‘Walking is a man’s best medicine’ โดย Hippocrates
บุคคลแนวหน้า : 29 มีนาคม 2569
ภาวะแทรกซ้อนขั้นรุนแรงในสุนัขที่เกิดจากยาสลบ (ตอนที่ 2)
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สำนักพระราชวัง เชิญชวนปชช. ลงนามถวายพระพรฯ กรมสมเด็จพระเทพฯ โอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เม.ย.

‘คิมี่’ร้อนแรง!ผงาดแชมป์เอฟวัน2สนามติด

คิดมาให้แล้ว! ปชน. ชู 4 แผนสู้วิกฤตน้ำมัน หลังนายกฯ แถลงขอโทษ แต่ไม่มีแผนรับมือ

เบรกข้าวแกงขึ้นราคา พณ.เตรียมส่ง ข้าว-ไข่-น้ำมัน-น้ำตาล ราคาต้นทางช่วยร้านค้า

เสียงสะท้อนชาวสวนเบตง น้ำมันลิตรละ 50 บาทก็ยอมจ่าย ขอแค่มีให้เติมไปกรีดยาง

ทัวร์แชมเปี้ยนชิพ2026:การประจัญบานครั้งใหม่ของ'เอฟวัน'

  • Breaking News
  • สิงโตกระอัก!8แข้งถอนทัพก่อนดวลญี่ปุ่น สิงโตกระอัก!8แข้งถอนทัพก่อนดวลญี่ปุ่น
  • สำนักพระราชวัง เชิญชวนปชช. ลงนามถวายพระพรฯ กรมสมเด็จพระเทพฯ โอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เม.ย. สำนักพระราชวัง เชิญชวนปชช. ลงนามถวายพระพรฯ กรมสมเด็จพระเทพฯ โอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เม.ย.
  • สมราคามือ1โลก!\'ซาบาเลนก้า\'ป้องแชมป์หวดไมอามี่ฯ สมราคามือ1โลก!'ซาบาเลนก้า'ป้องแชมป์หวดไมอามี่ฯ
  • ช้างศึกพร้อมเต็มสูบ!\'ศุภชัย\'ลั่นเผด็จศึกเติร์กฯ ช้างศึกพร้อมเต็มสูบ!'ศุภชัย'ลั่นเผด็จศึกเติร์กฯ
  • ‘คิมี่’ร้อนแรง!ผงาดแชมป์เอฟวัน2สนามติด ‘คิมี่’ร้อนแรง!ผงาดแชมป์เอฟวัน2สนามติด
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

หมุนตามทุน : เพื่ออำนาจใน ”บอร์ด ส.อ.ท.”...ถึงขั้นพยายามจะโกง

หมุนตามทุน : เพื่ออำนาจใน ”บอร์ด ส.อ.ท.”...ถึงขั้นพยายามจะโกง

25 มี.ค. 2569

ศึกชิงประธาน ส.อ.ท.เดือดพลั่ก ถึงขั้นตั้งขบวนการซื้อเสียงเพื่อครองอำนาจ

ศึกชิงประธาน ส.อ.ท.เดือดพลั่ก ถึงขั้นตั้งขบวนการซื้อเสียงเพื่อครองอำนาจ

18 มี.ค. 2569

หมุนตามทุน : ยังลงทุนได้...แม้โลกไม่สงบ

หมุนตามทุน : ยังลงทุนได้...แม้โลกไม่สงบ

11 มี.ค. 2569

หมุนตามทุน : แนะชะลอก่อหนี้-บริหารสภาพคล่อง เพื่อผ่อนแรงกระแทกสงครามตะวันออกกลาง

หมุนตามทุน : แนะชะลอก่อหนี้-บริหารสภาพคล่อง เพื่อผ่อนแรงกระแทกสงครามตะวันออกกลาง

4 มี.ค. 2569

หมุนตามทุน : แนะกระจายพอร์ตลงทุน...รับมือ \'ระเบียบโลกใหม่\'

หมุนตามทุน : แนะกระจายพอร์ตลงทุน...รับมือ 'ระเบียบโลกใหม่'

25 ก.พ. 2569

หมุนตามทุน : การลงทุน...คือตัวช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย

หมุนตามทุน : การลงทุน...คือตัวช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย

18 ก.พ. 2569

หมุนตามทุน : ภาคอุตสาหกรรม...ยังจำเป็นต่อเศรษฐกิจไทย

หมุนตามทุน : ภาคอุตสาหกรรม...ยังจำเป็นต่อเศรษฐกิจไทย

11 ก.พ. 2569

หมุนตามทุน : ถึงเวลาพลิกฟื้น SMEs ด้วย Reinvent Thailand

หมุนตามทุน : ถึงเวลาพลิกฟื้น SMEs ด้วย Reinvent Thailand

4 ก.พ. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved