วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) วิเคราะห์หุ้นธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK จากการที่ KBANK เผยเป้าหมายทางการเงินปี 2568F จะไม่เน้นการโตสินเชื่อ ซึ่งอาจจะโตเป็นศูนย์ โดยมุ่งปรับปรุงคุณภาพสินเชื่อ โดยจะเน้นลูกค้ากลุ่มที่มีรายได้สูงเพื่อขยายสินเชื่อบ้าน และ wealth management หลังผนึกพันธมิตรกับ JP Morgan แม้ว่าธนาคารจะตั้งเป้าสินเชื่อรวมทรงตัว แต่สินเชื่อรายย่อยยังจะขยายตัว 5-7% นอกจากนี้ยังคาดว่า NIM จะลดลงมาอยู่ที่ 3.3-3.5% ในปี 2568F (จาก 3.64% ในปี 2567) ภายใต้การคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 2 ครั้งแต่ยังมีแง่บวกคือค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) น่าจะลดลงมาอยู่ที่ 140-160bps ในปี 2568 (จาก 190bps ในปี 2567) ขณะที่ตั้งเป้าหมาย CET1 ระยะยาวเอาไว้ที่ 13-15% (จากปัจจุบันที่ 17.3%)
ธนาคารเผยว่าพอร์ตสินเชื่อเริ่มมีหนี้เสียที่เบาลงจากการตัดหนี้สูญก้อนใหญ่ และ ขาย NPL ออกไปในช่วงสองปีที่ผ่านมาประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ขณะสัดส่วน NPL กลุ่ม SME ลดลงมาอยู่ที่ 6% (จาก 7%)ขณะที่ขายหนี้เสียออกไปได้อีก 5.0-6.0 หมื่นล้านบาท ผ่าน Arun AMC ที่พึ่งจัดตั้งขึ้น รวมทั้งเร่งใช้นโยบายปรับโครงสร้างสินเชื่อ ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้บริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีขึ้นมากทำให้ credit cost ตั้งเป้าลดลงมาอยู่ที่ 140-160bps ได้ อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าภาวะเศรษฐกิจยังมีความผันผวนสูงทำให้เรามองบวกน้อยกว่าธนาคาร และ ปรับลดสมมุติฐาน credit cost ปี 2568 ลงมาอยู่ที่ 165bps (จาก 185bps)
การตั้งเป้า CET1 ระยะยาวที่ 13-15% ชี้ว่าจะมีการปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลขึ้นอีก ภายใต้การโตรายได้ทำได้จำกัดจากอัตราการเติบโตที่ลดลง ขณะที่ธนาคารสบายใจกับคุณภาพสินทรัพย์มากขึ้น ทำให้ไม่จำเป็นต้องคง CET1 ไว้ที่ระดับสูงปัจจุบัน CET1 อยู่ที่ประมาณ 17.3% และ Tier I อยู่ที่ 18.3% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำมากกว่า 2.0x นอกจากนี้ การที่สินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยง (RWA) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นต่ำกว่า3% และ สินเชื่อมีแนวโน้มจะทรงตัวเรามองว่า KBANK มีโอกาสเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลระยะยาวเป็น >50% ได้
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรเพื่อสะท้อนถึง 1.) อัตราการขยายตัวของสินเชื่อที่ลดลงเหลือ 0%/5% ในปี 2568F/2569F (จากเดิมที่ 5%/5%) สินเชื่อที่ทรงตัวน่าจะสอดคล้องกับแนวโน้มการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งอาจกระทบกับประเทศอื่นๆ ใน Asean ด้วย 2.) NIM ที่ลดลงปีละ 10bps 3.) credit cost ที่ลดลงเหลือ 165bps/165bps (จาก 185bps/185bps) เรายังre-rate PBV เป็น 0.75x ปรับ TP-68F ใหม่ที่ 183 บาท (จากเดิม 175 บาท) ปรับเพิ่มคำแนะนำจากถือเป็นซื้อ
ปัจจัยเสี่ยงจาก NPLs เพิ่มขึ้น และ credit cost เพิ่มขึ้น,NIM ถูกกดดัน
ที่มา : เคจีไอ (ประเทศไทย)

‘บิว’ทุบสถิติ! คว้าทองวิ่ง200เมตรที่ไต้หวัน
ไฟลุกทั้งชายหาด ชิปปี้ เสิร์ฟลุคบิกินีอวดหุ่นเป๊ะ แฟนๆกดไลก์สนั่น
'อย่าหาทำเลยค่ะ!' หญิงหน่อย อัดยับ รัฐสร้างเงื่อนไข บีบคนแก่ทิ้ง 300 บาท แลกสิทธิภาษีลูก
แตกตื่นทั้งงาน! เกิดเหตุยิงกันใกล้เทศกาลในโอไฮโอ บาดเจ็บ 12 ราย
ปีเตอร์ ฟิลลิปส์ หลานคิงชาร์ลส์ วิวาห์กับพยาบาลสาว ราชวงศ์อังกฤษพร้อมหน้า

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี