วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569
สาเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตแซงหน้าไทย
** ดร.สันติธาร เสถียรไทย นักยุทธศาสตร์แห่งอนาคต อดีตผู้บริหารบริษัทเทคฯและภาคการเงินระดับโลก ผู้เขียนหนังสือ Twists & Turns โพสต์เฟซบุ๊ก ใน สันติธาร เสถียรไทย-Dr Santitarn Sathirathai เรื่อง เวียดนามกำลังทรานสฟอร์มตัวเองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 40 ปี เพื่อก้าวกระโดดไปอีก มีเนื้อหาว่า เรามักพูดถึงเวียดนามในฐานะ “คู่แข่งที่เก่งและวิ่งเร็ว” แต่เวียดนามไม่ได้มองตัวเองว่า “เก่งแล้ว” ตรงกันข้าม เขากำลังมองตัวเองเป็น “ผู้ท้าชิง” (Challenger mindset) ที่ยอมเสี่ยงเพื่อก้าวกระโดด และกำลังใช้ “วิกฤต” เป็น “โอกาส”
เมื่อเร็วๆนี้ MUFG ได้ออกบทวิเคราะห์เรื่อง Doi Moi 2.0 -The most ambitious structural reforms since 1986 ซึ่งถือว่าน่าสนใจและเกี่ยวข้องกับไทยอย่างมาก นับจาก “โด่ยเหม๊ย” ปี 1986 ที่เปิดประเทศจากสังคมนิยมปิดสู่เศรษฐกิจตลาด เวียดนามเพิ่งประกาศ “Doi Moi 2.0” หรือการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบสี่สิบปี รายงานสรุปการปฏิรูปของเวียดนามไว้ในคำที่คมและชัดเจนว่า Transform to Reform, Optimise to Mobilise ซึ่งหมายความว่า เริ่มจากกระดุมเม็ดแรกคือ การปรับมายด์เซ็ตของผู้นำ สร้าง ฉันทามติใหม่เรื่องการเพิ่มบทบาทเอกชนในประเทศในเศรษฐกิจ
และการ “ลดไขมัน” ที่ถ่วงความเร็ว เพื่อจัดระบบให้ขับเคลื่อนได้จริง ด้วยการสร้าง 4 เสาแห่งการปฏิรูป 1. เสารัฐและระบบราชการ (State & Governance) -เป้าหมาย: ทำให้รัฐ “lean-digital-fast” ลดขนาดและความซับซ้อน เพื่อเป็นรัฐที่เอื้อต่อการแข่งขันระดับโลก สิ่งที่จะทำ: ลดกฎระเบียบ 30%, เปลี่ยนจาก “อนุญาตก่อนทำ” “กำกับหลังทำ”, ควบรวมกระทรวง, ลดชั้นการปกครองเหลือ 2 -สิ่งที่ทำแล้ว: เริ่มควบรวมกระทรวงหลัก ลดคน, รวมจังหวัดจาก 63 เหลือ 34, เริ่มต้นใช้ one-stop e-government และ Digital ID 2. เสาเศรษฐกิจและเอกชน (Economy & Private Sector) -เป้าหมาย: สร้างเศรษฐกิจที่เอกชนท้องถิ่นแข็งแรง ไม่พึ่ง FDI อย่างเดียว และมี “20 แชมป์ชาติ” เชื่อมกับห่วงโซ่โลก-สิ่งที่จะทำ: สร้างสิทธิประโยชน์ดึง SMEs เข้าสู่ระบบ, ออกมาตรการลดภาษี/ค่าเช่าที่ดิน, สนับสนุนสตาร์ทอัพและโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน -สิ่งที่ทำแล้ว: ยกเลิกภาษีธุรกิจขนาดเล็ก, ให้ SMEs ได้ tax holiday 3 ปี, ลดค่าเช่าที่ดิน 30%, เร่งเบิกจ่ายเมกะโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐาน (>10% GDP) โดยให้บริษัทเวียดนามเข้าประมูลนำ
3. เสาทุนมนุษย์และการศึกษา (Human Capital & Education) -เป้าหมาย: พัฒนาคนเป็น “ทุนแข่งใหม่” ทั้งครูที่มีศักดิ์ศรีสูงสุดและแรงงานที่มีทักษะสูงเพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจโลก -สิ่งที่จะทำ: เพิ่มค่าตอบแทนครู, ประกาศเรียนฟรีในระบบรัฐ, เปิดทางให้ผู้เชี่ยวชาญนอกภาครัฐเข้ามาทำงาน, ยกระดับระบบมหาวิทยาลัย-วิจัย -สิ่งที่ทำแล้ว: ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 30%, ผ่านกฎหมายครูให้เป็นสายอาชีพที่ค่าตอบแทนสูงสุด, ประกาศเรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยม, เริ่มปรับเกณฑ์การรับแรงงานทักษะสูง 4. เสาวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี-การเปิดประเทศ (Science, Technology & Digital) -เป้าหมาย: ยกระดับเวียดนามให้เป็นเศรษฐกิจดิจิทัล-นวัตกรรม และเปิดกว้างต่อโลกเพื่อดึงทักษะและทุนคุณภาพ -สิ่งที่จะทำ: ตั้ง National Data Center, ขยายระบบ Digital ID ครอบคลุมทุกบริการ, สร้างกองทุนสนับสนุน deep-tech, ผ่อนคลายกฎแรงงานต่างชาติ -สิ่งที่ทำแล้ว: เริ่มใช้ Digital ID กับบริการรัฐ-ธุรกิจ, ตั้งพอร์ทัลบริการ one-stop, ประกาศ timeline ออก work permit สำหรับแรงงานต่างชาติภายใน 10 วัน, เปิดกองทุนสนับสนุนโครงการเทคโนโลยี
จากแผนนี้ของเวียดนามพบว่า ตัววัดชัดเจน จับต้องได้ ประเมินได้ เช่น ภายใน 2030: -มี 2 ล้านกิจการเอกชน คิดเป็น 55-58% ของ GDP (จาก 50% วันนี้) -มี 20 บริษัทใหญ่เข้าร่วมในห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก (GVCs) -ผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8.5-9.5% ต่อปี -ติด Top 3 ASEAN / Top 5 Asia ในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และความสามารถในการปรับตัว -ลดเวลา ต้นทุน และความยุ่งยากทางราชการลง 30% -ภายใน 2045 ต้องติด Top 30 ของโลกด้านนวัตกรรม และมี Digital economy >50% ของ GDP
ขณะที่ ดร.วีระยุทธ กาญจน์ซูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ระบุว่า เวียดนามกำลังเร่งเครื่องแซงไทย ด้วยวิสัยทัศน์และการลงทุนมหาศาลเพื่อเป็น “ประเทศรายได้สูง” ในปี 2045 ขณะที่ไทยยังคงเผชิญความท้าทายในการใช้จ่ายงบประมาณพัฒนาคนอย่างไม่มีทิศทางที่ชัดเจน
เวียดนาม vs. ไทย: การไล่กวดแห่งศตวรรษที่ 21...แม้ในปัจจุบันเวียดนามจะยังตามหลังไทยในเชิงเศรษฐกิจและรายได้ประชากรต่อหัว แต่การขับเคลื่อนของพวกเขานั้นน่าจับตามองอย่างยิ่ง ผู้กำหนดนโยบายกล้าที่จะยอมรับจุดอ่อนและเดินหน้าปฏิรูปอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการตั้งเป้าหมายใหญ่ให้ประเทศเป็น “ประเทศรายได้สูง” ภายในปี 2045 ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตั้งเป้าไว้ที่ 7% ต่อปี การปฏิรูปนี้ครอบคลุมทั้งการปรับโครงสร้างระบบราชการครั้งใหญ่ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระดับเมกะโปรเจกต์ มูลค่ากว่า 10% ของ GDP ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ถนนและสนามบิน แต่ยังรวมถึงการสนับสนุน R&D ในอุตสาหกรรมไฮเทคอย่างเซมิคอนดักเตอร์ การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด และการพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบ
หนึ่งในหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การพัฒนาของเวียดนามคือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แม้ปัจจุบันเวียดนามจะมีสัดส่วนแรงงานที่จบการศึกษาในระดับอาชีวะหรือปริญญาตรีน้อยกว่าไทย (13% เทียบกับไทย 21%) แต่พวกเขามีเป้าหมายที่ชัดเจนและจับต้องได้ รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าผลิตบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ถึง 50,000 คน ภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยทำงานร่วมกับบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง Samsung และ Marvell เพื่อพัฒนาแรงงานให้พร้อมสำหรับการวิจัยและผลิต ในทางกลับกัน ประเทศไทยมีงบประมาณสำหรับการพัฒนาบุคลากรปีละหลายหมื่นล้านบาท แต่กลับขาดความชัดเจนในการนำไปใช้ รายงานระบุว่าในขณะที่เวียดนามเน้นการพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมาย แต่ของไทยกลับมุ่งเน้นไปที่โครงการอย่าง "ระบบแฟ้มสะสมทักษะรายบุคคลระดับอุดมศึกษา" ซึ่งยังคงเป็นคำถามถึงประสิทธิภาพและความคุ้มค่า
หากไทยต้องการแข่งขันกับเวียดนามได้อย่างแท้จริง จำเป็นต้องเปลี่ยนจากการพูดคุยในระดับวิสัยทัศน์ มาสู่การวางแผนระดับโครงการอย่างจริงจัง มีการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน และจัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสม เพื่อเปลี่ยนเงินภาษีให้เป็นอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง
**กระบองเพชร**

สทบ.เขต 2 ลุยกาญจนบุรีติดตามโครงการน้ำบาดาลพระราชดำริช่วย 729 ครัวเรือนพ้นภัยแล้งยั่งยืน
SVRN เฉลยแล้ว! คลิปร่างทองที่แฟน ๆ จับตา คือสัญญาณการกลับมาของซิงเกิลใหม่
ZEAL ประกาศคอนเสิร์ตในรอบ 10 ปี ขนเพลงแรร์ที่คิดถึงกลับขึ้นเวทีอีกครั้ง ใน ZEAL RARE LIVE CONCERT
ควายเผือกท้องแก่หลุดเดินไกล 30 กิโลฯ เจ้าอาวาสวัดท่าช้างจูงมือชาวบ้านร่วมใจไถ่ชีวิต
สรุปผลบอลโลก27มิ.ย. 'อิหร่าน’ช็อคโดนริบประตูชัยทดเจ็บ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี