วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569
“จำนวนผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น”
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) อัพเดตหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลในภาพรวมกำไรใน 2Q68 ของโรงพยาบาลส่วนใหญ่ที่เราศึกษาอยู่เป็นไปตามความคาดBCH และ CHG ดูดีกว่าบริษัทอื่น ๆ ในกลุ่ม เพราะได้รับชำระค่ารักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง (RW>2) จากสำนักงานประกันสังคม (SSO) ใน 2Q68 จากที่ได้รับผลกระทบจากประเด็นนี้ใน 2Q67 เพราะ SSO ไม่สามารถชำระค่ารักษาในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปี 2566 ได้ เนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอ
BCH: กำไรสุทธิ 2Q68 อยู่ที่ 388 ล้านบาท (+40.1% YoY, +21.3% QoQ) กำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นเพราะ i) ไม่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากการ write-off รายได้ประมาณ 80 ล้านบาทจากค่า RW>2 จาก SSO เหมือนกับใน 2Q67 ii) รับรู้รายได้บางส่วนจากค่า RW>2 ใน 2Q68 และ iii) ไม่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากการที่รัฐบาลคูเวตไม่ได้ส่งผู้ป่วยมารักษา เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้หายไปตั้งแต่ 2Q67 แล้ว
CHG: กำไรฟื้นตัวขึ้น YoY ใน 2Q68 โดยมีกำไรสุทธิ 208 ล้านบาท (+8.0% YoY, -7.8% QoQ) เพราะ i) ไม่ถูกกระทบจากการ write-off รายได้ 53 ล้านบาทจากค่า RW>2 จาก SSO เหมือนกับใน 2Q67 ii) รับรู้รายได้จากค่า RW>2 ตามปกติใน 2Q68 และ iii) จำนวนผู้ป่วยต่างชาติ (ตะวันออกกลาง และเมียนมาร์) ฟื้นตัวขึ้นใน 2Q68
เมื่อพิจารณาจากผลการดำเนินงาน 2Q68 พบว่าโรงพยาบาลใหญ่ได้อานิสงส์จากจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนผู้ป่วยไทยเพิ่มไม่มากเท่า เนื่องจาก i) ไม่เกิดโรคร้ายแรงในช่วง 2Q68 และ ii) สถานการณ์ทางเศรษฐกิจอ่อนแอลง YoY ทั้งนี้ รายได้ใน 2Q68 จากผู้ป่วยต่างชาติของ BDMS เพิ่มขึ้น 9% YoY ในส่วนของผู้ป่วย 10 สัญชาติหลัก เมื่อเทียบกับรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยเพิ่มขึ้น 4% YoY)
ถึงแม้จะมองบวกกับแนวโน้มผลการดำเนินงานของกลุ่มโรงพยาบาลใน 3Q68F แต่ยังเป็นห่วงเกี่ยวกับการที่โรคตามฤดูกาลชะลอตัวลง ในปีนี้ เพราะปริมาณฝนที่ตกน้อยลงน่าจะทำให้รายได้จากการรักษาโรคสามัญของโรงพยาบาลต่าง ๆ โตลดลง และมีอีกหนึ่งปัจจัยลบคือกรณีพิพาทชายแดนไทยและกัมพูชา แต่ผลกระทบไม่น่าจะรุนแรงมากนัก
แนวโน้มกำไร 3Q68F เราคาดว่าผลงานของโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะออกมาน่าพอใจในแง่การเติบโตทั้ง YoY และ QoQ ปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนกำไรได้แก่ i) โมเมนตัมเชิงบวกของจำนวนผู้ป่วยต่างชาติ ii) อัตรากำไรที่แข็งแกร่งจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและ intensity ในไตรมาสที่ peak สุดในรอบปี และ iii) โรงพยาบาลขนาดกลางขาดทุนลดลงจากที่ได้ขยายกิจการในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เรายังคาดว่ากำไรของกลุ่มจะโต 5.4% YoY ในปี 2568F และ 11.8% YoY ในปี 2569F เรายังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ Overweight โดยยังคงเลือก BCH และ BDMS เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มนี้ และประเมินราคาเป้าหมาย DCF ที่ 16.50 บาท และ 32.00 บาทตามลำดับ
ปัจจัยเสี่ยงจากโรคระบาด และ เศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด
ที่มา..บล.เคจีไอ(ประเทศไทย)

ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตร การแสดงเฉลิมพระเกียรติฯ Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ
อิหร่านเดือดจัด สหรัฐฯแบนวีซ่า สตาฟฟ์โค้ช-ผู้บริหารทีม ก่อนลุยฟุตบอลโลก
หมอวี ถามแรง ประเทศไทยรวยนักหรือ ให้สิทธิ์ฮอร์โมนข้ามเพศ
ประชาคมแพทย์ จี้แจงรายละเอียด-โปร่งใส หลังบรรจุยาฮอร์โมนข้ามเพศเข้าสิทธิบัตรทอง
ใครรีดเงิน พิพัฒน์ เดือนละ 5 ล้าน!? อินฟลูฯ ดังโพสต์ปริศนา อนุทิน-เจ้าตัวโผล่คอมเมนต์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี