วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
“การเติบโตภายใต้สถานการณ์อิ่มตัวของธุรกิจ”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ(ประเทศไทย)อัพเดตแนวโน้มธุรกิจ Non-bank Sector สถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่สูงและเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนแอลงในปี 2569 บ่งชี้ถึงความอิ่มตัวของธุรกิจ ขณะที่บริษัทนอนแบงก์ที่เป็นบริษัทย่อยของธนาคารระมัดระวังการขยายสินเชื่อ และ หยุดปล่อยกู้ให้กลุ่มลูกค้าระดับล่าง อาจจะส่งผลดีต่อบริษัท non-bank ที่ไม่ใช่บริษัทลูกธนาคาร (stand alone) ในขยายสินเชื่อให้โตได้ในระดับสองหลัก แต่ยิ่งขยายสินเชื่อมากเท่าไหร่ก็หมายความว่าจะยิ่งมีสินเชื่อเสี่ยงสูงในพอร์ตมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่จำกัดการลดค่าใช้จ่ายสำรองฯ (credit cost) ของ non-bank ในปี 2569F และ ทำให้ credit cost ทรงตัวในปี 2568F-2569F
กรณีของ MTC แนวโน้มถูกกดดันจากต้นทุนการระดมเงินที่ยังสูง และ สัดส่วน D/E ที่ 3.5x สูงกว่าบริษัทอื่นในกลุ่ม และ จะเป็นตัวจำกัดการเพิ่มอัตรากำไร และ การจ่ายเงินปันผล เรามองว่า SAWAD มีความเสี่ยงเฉพาะตัวจากสินเชื่อ H/P และ ต้นทุนการระดมเงิน ขณะที่ TIDLOR มีความเสี่ยงจากการขยายฐานลูกค้า แรงกดดันทางด้านของ yield จากการใช้นโยบายราคาเพื่อขยายสินเชื่อ ขณะเดียวกันต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในระบบ IT backbone กดดันแนวโน้มกำไรของ KTC และ ความเสี่ยงจากกิจการในกัมพูชากดดัน AEONTS
บริษัทในกลุ่มนอนแบงก์เผชิญความผันผวนมาตลอดสองปีที่ผ่านมา บริษัทกลุ่มนี้ได้แรงหนุนจากหลายนโยบายของรัฐบาล และ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ซึ่งใช้ non-bank เป็นตัวส่งผ่านมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหา ช่วงนี้ รัฐบาลจัดทำมาตรการฟื้นฟูจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ รวมถึงการพักชำระหนี้ไม่เกิน 1 ล้านบาท, สินเชื่อปลอดดอกเบี้ยไม่เกิน 1 แสนบาท (กำหนดเวลา 3 ปี), และ สินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพ 1 แสนบาท ฯลฯ เรามองว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลดีต่อ non-bank ในแง่ของการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ โดย SAWAD และ MTC จะได้อานิสงส์มากกว่าบริษัท non-bank อื่น ๆ เพราะเครือข่ายสาขาในภาคใต้ของทั้งสองบริษัทคิดเป็นเกือบ 30% ของเครือข่ายสาขาทั้งหมด
เรามองว่าการปล่อยกู้ของธุรกิจnon-bank อยู่ในช่วงอิ่มตัวดังนั้นยิ่งขยายสินเชื่อมากก็จะยิ่งทำให้พอร์ตสินเชื่อมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ราคาหุ้นยังคงผันผวนตามกระแสข่าวบวก/ลบ หุ้นที่มีราคาถูกน่าจะช่วยป้องกันความเสี่ยงได้ ในช่วงอิ่มตัวนี้ เราคิดว่าสินเชื่อจะโต 10-12% และ ช่วง PE น่าจะลดลง ถึงแม้จะยังคงมองลบอยู่ แต่ราคาหุ้นที่ย่อลงมาจนอยู่ในระดับที่ไม่แพงแล้วทำให้เราปรับเพิ่มคำแนะนำของ MTC เป็นถือ เรายังคงแนะนำซื้อ TIDLOR เพราะบริษัทมีความยืดหยุ่นทางการเงินมากกว่าบริษัทอื่นในกลุ่มในการที่จะเพิ่มอัตรากำไรเมื่อดำเนินการภายใต้ BAY และ จ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับ SAWAD ขณะที่เราแนะนำถือ KTC เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นในปี 2569F
ปัจจัยเสี่ยงจากNPLs เพิ่มขึ้น และ ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น
ที่มา..บล.เคจีไอ(ประเทศไทย)

สเปนประกาศชัด ไม่ให้ สหรัฐ ใช้ฐานทัพโจมตี อิหร่าน
สงครามเปลี่ยนโฉม สมุย-พะงัน ต่างชาติไม่ได้มาเที่ยว แต่ปักหลักใช้ชีวิตยาว
ปราชญ์ สามสี ไขข้องใจยกโมเดลโจมตีผู้นำอิหร่านใช้กับเขมรได้หรือไม่!?
พุ่งพรวด! 'ปั๊มเชลล์' ปรับขึ้นราคาน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ลิตรละ 1.50 บ. ดีเซล 4.20 บ.
รัฐบาลเตือนทำบุญ วันมาฆบูชา อย่างมีสติ ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ย้ำระวังมุขหลอกทำบุญออนไลน์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี