วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
“คาดกำไรปกติปี 2569F จะพุ่งขึ้น 33%”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) เผย บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) กำไรสุทธิ 4Q68 ต่ำกว่าคาด อยู่ที่ 717 ล้านบาท (-9% QoQ)กำไรสุทธิ 4Q68 ลดลงอยู่ที่ 717 ล้านบาท ต่ำกว่าเราคาดไว้ที่ 770 ล้านบาท และต่ำกว่า consensus คาดที่ 987 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายบ้านเพิ่มขึ้น 5% อยู่ที่ 3.3 พันล้านบาท ก็ตาม แต่ gross margin ลดลงเหลือ 20.3% (-3ppt จาก 3Q68) ส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรมและบริการเพิ่มขึ้น 13% QoQ เป็น 2.3 พันล้านบาท ด้วย gross margin สูงขึ้นที่ 35% (3Q68: 31%) เพราะเป็นช่วง high season ของธุรกิจ ทางด้านสัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A to sales และต้นทุนการเงินควบคุมได้ดี ดังนั้นกำไรจากการดำเนินงานทรงตัวราว 500 ล้านบาท กำไรปกติอยู่ที่ 739 ล้านบาท (-7% QoQ) และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมยังเพิ่มขึ้น 10% QoQ อยู่ที่ 884 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับ 4Q67 กำไรน้อยลง72% เหตุเพราะไม่มีกำไรจากการสินทรัพย์ใน 4Q68 กำไรปี 2568 ที่ 3.72 พันล้านบาท (-32% YoY) ใกล้เคียงเราคาดที่ 3.77 พันล้านบาท
รายได้จากการขายบ้านปี 2568 แย่ลง 18% YoY อยู่ที่ 1.31 หมื่นล้านบาท ด้วย gross margin ที่ 23.7% (-1.2ppts) ส่วนรายได้ธุรกิจโรงแรมและค่าเช่าก็ลดลง 11% YoY ด้วย gross margin ที่ 32% (-2ppts) แต่ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง 11% YoY ขณะที่ต้นทุนการเงินทรงตัว YoY ที่ 2.1 พันล้านบาท นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมปี 2568 ลดลง 5% YoY อยู่ที่ 3.7 พันล้านบาท โดยรวมแล้ว กำไรปกติปี 2568 ลดลง 20% อยู่ที่ 2.95 พันล้านบาท การที่กำไรพิเศษต่างๆลดลงเหลือ 772 ล้านบาท (-45% YoY) ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2568 ลดลงอยู่ที่ 3.72 พันล้านบาท (-32% YoY) ซึ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
คาดหวังยอดโอนคอนโดฯ หรู “วัน เวลา ณ เจ้าพระยา”(เริ่ม 4Q69F) จะช่วยหนุน
LH ให้ guidance เป้าพรีเซลปี 2569F ทรงตัวที่ 1.5 หมื่นล้านบาท (โครงการแนวราบ 1.3 หมื่นล้านบาท และโครงการคอนโดฯ 2 พันล้านบาท) และมีโครงการเปิดใหม่เพียง 2 โครงการ มูลค่ารวม 3.66 พันล้านบาท (-60% YoY) อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้ายอดโอนปี 2569F แข็งแกร่งที่ 1.7 หมื่นล้านบาท (+30% YoY) หนุนจากโครงการคอนโดฯหรู “วัน เวลา ณ เจ้าพระยา” จะแล้วเสร็จปลายปีนี้ บวกกับรายได้ธุรกิจโรงแรมและค่าเช่าสูงขึ้นอยู่ที่ 9.9 พันล้านบาท (+24% YoY) จากโรงแรม Grande Centre Point (GCP) Lumpini และ Prestige Hotel ดำเนินงานเต็มปี โดยที่โรงแรม GCP Voyage Pattaya (ขนาด 494 ห้อง) มีกำหนดเปิดดำเนินการ 4Q69F ขณะที่ ปีนี้ LH มีแผนจะขายสินทรัพย์ในสหรัฐฯ 2 แห่ง มูลค่ารวม 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5 พันล้านบาท) และโรงแรมในไทยอีก 1 แห่ง มูลค่า 2.3 พันล้านบาท เทียบกับปี 2568 ที่ได้ขายสินทรัพย์ในสหรัฐฯออกไป 2 แห่ง มูลค่า 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (7.85 พันล้านบาท) Valuation & action
เราคาดว่ากำไรปกติปี 2569F จะพุ่งขึ้น 33% YoY อยู่ที่ 3.9 พันล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องอีก 17% YoY อยู่ที่ 4.6 พันล้านบาท ในปี 2570F ประเมินราคาเป้าหมาย SOTP ที่ 4.70 บาท (จากธุรกิจหลัก 1.50 บาท และจากธุรกิจการลงทุน 3.20 บาท) ขณะนี้ เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” LH หนุนจากกำไรหลักจะฟื้นตัวแข็งแกร่งและ dividend yield สูงน่าสนใจราว 6.5-7.5% ต่อปี (ช่วงปี 2568–70F) โดยเงินปันผล 2H68 อยู่ที่ 0.12 บาท/หุ้น (XD: 29 เม.ย. 69) คิดเป็น yield 2H68 ราว 2.75% (จ่าย DPS 1H68 แล้วที่ 0.13 บาท)
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี