วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569
“ตลาดหุ้นม.ค.Sideways ถึง Sideways up”
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด วิเคราะห์แนวโน้มแนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเดือนมกราคม 2569 ว่า ดัชนีจะสามารถปรับตัว Sideways ถึง Sideways up ได้ แม้ว่าจะมีปัจจัยความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาบ้างในช่วงปลายปี โดยได้รับปัจจัยหนุนจากสภาพคล่องในตลาดที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี และในปีนี้ไม่มีเงินไถ่ถอนรอบใหม่ (Fresh redemption) จากกองทุนลดหย่อนภาษีประเภทต่างๆ อีกทั้งสัญญาณ Fund flow น่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี จากทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ภายหลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีการปรับลดดอกเบี้ยรอบล่าสุด
นอกจากนี้ความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยยังดูดีขึ้นผ่านมาตรวัด Earning yield gap (EYG) ที่ปรับตัวดีขึ้น จากการที่ Bond yield ของไทยปรับลดลงทำจุดต่ำสุดใหม่ของรอบ หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย (กนง.) มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงในช่วงปลายปี พร้อมทั้งมีการส่งสัญญาณในโทนที่ Dovish มากขึ้น รวมทั้งยังมีปัจจัยเชิงเทคนิคได้แก่โอกาสที่หุ้น DELTA อาจกลับมาปรับตัวดีขึ้นอีกครั้งและช่วยหนุนดัชนี SET หลังจากผ่านพ้นช่วงปัจจัยกดดันจากการปรับพอร์ตของนักลงทุนสถาบัน เพื่อรองรับการหลุดดัชนี SETESG และการ Cap weight ของดัชนี SET50 และ SET100 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ในช่วงปลายเดือนมกราคมคาดว่า Sentiment ของตลาดหุ้นไทยเตรียมถูกยกระดับจากปรากฏการณ์ Election rally ที่มักเกิดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนหน้าการเลือกตั้ง ซึ่งในรอบนี้ตรงกับวันที่ 8 กุมภาพันธ์
ทั้งนี้ประเมินกรอบการแกว่งตัวของ SET Index เดือนนี้ที่ 1230-1310 จุด ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำถือครองหุ้นในส่วนเดิมต่อไป โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่แนะนำให้ “Overweight” ยังคงเน้นไปที่กลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะภาคการบริโภค มองว่าได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดชั่วคราวของกำไรไปแล้ว และกำลังอยู่ในช่วง High season ไม่นับรวมกับตัวช่วยอื่นๆ เช่นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และความคาดหวังด้านนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารงานปีนี้ ซึ่งน่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศได้ไม่มากก็น้อยที่สำคัญกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้ ทั้งธนาคาร ไฟแนนซ์ ค้าปลีก อาหาร และสื่อฯ ล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มที่มีระดับ Valuation ต่ำอยู่แล้วและมักจะปรับตัวได้ดีในช่วงปรากฏการณ์ Election rally โดย Top pick เดือนนี้มองไปที่ CPALL, HMPRO, GLOBAL, AEONTS, BAM
นอกจากนั้นยังคงชื่นชอบกลุ่มหุ้นปันผลสูงที่มีประวัติการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ และมักปรับตัว Outperform ในช่วง 3-4 เดือนแรกของทุกปีต่อไป อาทิเช่น KTB, ICHI, SCB, SABINA, TTB
ส่วนอีกกลุ่มที่ยังคงชื่นชอบและแนะนำให้ “Overweight” มาตลอดได้แก่กลุ่ม REIT ซึ่งล่าสุดในเดือนที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนไปถึง 4.4% มองกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการปรับตัวลงของ Bond yield ไทย ซึ่งล่าสุดทำจุดต่ำสุดใหม่อย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากจะทำให้ระดับ Dividend yield gap ทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไป
ที่มา..บล.ทรีนีตี้

สุริยะ ลั่นทำการเมืองให้หลานมันดู โวของจริงอยู่นี่ ประกาศเดินหน้า คนละครึ่ง รัฐให้ 70%
รวบหนุ่มจีนต้องสงสัยทรมานนศ.เกาหลีจนเสียชีวิตในกัมพูชา พบกบดานอยู่ที่พัทยา
อึ้งไป5วิ! ดี้ นิติพงษ์ ย้อนนาทีประทับใจ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงถามเมื่อไหร่จะแต่งเพลงให้พ่อ?
ให้ซุกหน้าอกแลกเงิน ชาวเน็ตอึ้ง สาวสวยสวมชุดชั้นในให้บริการหน้าวัด ชมคลิป
ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย ปราศรัยปลุกคน กทม. ประกาศคนไทยต้องไร้จน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี