วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569
เศรษฐกิจโลกในช่วงต้นปี 2569 กำลังส่งสัญญาณที่ดูเหมือนจะเป็นบวก หลายประเทศสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยได้ เศรษฐกิจขนาดใหญ่ยังคงขยายตัว ตลาดแรงงานในหลายภูมิภาคยังไม่อ่อนแรงอย่างที่เคยกังวล ขณะที่ตลาดการเงินกลับมามีความเชื่อมั่นมากขึ้นหลังผ่านช่วงความผันผวนในปีก่อนหน้าอย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไปใต้ตัวเลขการเติบโต
โลกเศรษฐกิจในรอบนี้กำลังเคลื่อนตัวอยู่บนโครงสร้างที่แตกต่างจากอดีตอย่างมีนัยสำคัญ การฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึงในทุกภาคส่วนเหมือนวัฏจักรเศรษฐกิจในอดีต แต่ถูกขับเคลื่อนโดย“แรงส่งเฉพาะจุด” ที่มีบทบาทสูงกว่าปกติ
โลกกำลังเติบโตด้วยความหวัง มากกว่าพื้นฐาน
แรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันอยู่ที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ และภาคเทคโนโลยีเป็นหลัก โดยเฉพาะการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนเกมของศตวรรษนี้ นักลงทุนจำนวนมากเชื่อว่า AI จะช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในระยะยาวความคาดหวังดังกล่าวสะท้อนผ่านตลาดทุนอย่างชัดเจน ราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขยายตัว และเงินทุนจำนวนมากไหลเข้าสู่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AIสิ่งเหล่านี้ช่วยพยุงความเชื่อมั่นของตลาด และทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกดูแข็งแรงกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ก่อนหน้านี้
แต่การเติบโตในลักษณะนี้สะท้อนความจริงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ คือ เศรษฐกิจโลกในรอบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ในวงกว้างหรือการฟื้นตัวของภาคการผลิตทั่วโลกเหมือนในอดีต หากแต่พึ่งพา “จุดศูนย์กลางการเติบโต” ไม่กี่จุดเป็นหลักกล่าวได้ว่า โลกกำลังเดินหน้าด้วย “ความหวังต่ออนาคต” มากกว่าพื้นฐานในปัจจุบัน และความหวังนั้นถูกผูกไว้กับเทคโนโลยีใหม่เป็นแกนกลางของระบบเศรษฐกิจโครงสร้างแบบนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่น
ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวกลับสร้างคำถามสำคัญต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ หากแรงขับเคลื่อนหลักไม่สามารถส่งมอบผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจจริงได้ตามที่ตลาดคาดหวัง
ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้ภาพการเติบโต
แม้ AI จะถูกมองว่าเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจโลก แต่ในทางปฏิบัติ การเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นผลิตภาพทางเศรษฐกิจจริงต้องใช้เวลา บริษัทจำนวนมากยังอยู่ในช่วงทดลอง ปรับใช้ และเรียนรู้วิธีนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพเชิงธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
ในหลายกรณี การลงทุนเกิดขึ้นก่อนผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ซึ่งหมายความว่า หากความคาดหวังของตลาดวิ่งนำหน้าความเป็นจริงมากเกินไป ความเสี่ยงของการปรับฐานย่อมเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะในตลาดหุ้นที่ราคาสะท้อนความหวังไปล่วงหน้าแล้วหากเกิดการปรับฐานในภาคเทคโนโลยี ผลกระทบจะไม่จำกัดอยู่เพียงราคาหุ้น แต่สามารถลุกลามไปยังการตัดสินใจลงทุน การจ้างงาน และความเชื่อมั่นของภาคเอกชนในวงกว้าง ซึ่งท้ายที่สุดจะสะท้อนกลับมายังอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวม นอกจากนี้ โลกยังต้องเผชิญกับแรงกดดันเชิงโครงสร้างอื่นๆ ที่ยังไม่ได้คลี่คลาย ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางการค้า หนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูงของหลายประเทศ และต้นทุนทางการเงินที่ยังไม่กลับสู่ยุคดอกเบี้ยต่ำเหมือนในอดีต ปัจจัยเหล่านี้ทำให้พื้นที่ในการใช้นโยบายเศรษฐกิจของหลายประเทศมีจำกัดมากขึ้น
เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันจึงเติบโตในลักษณะ “ไม่สมดุล” บางประเทศมีแรงส่งจากนวัตกรรมและการบริโภคภายในประเทศ ขณะที่อีกหลายประเทศฟื้นตัวอย่างเชื่องช้าและเผชิญข้อจำกัดจากโครงสร้างประชากรและผลิตภาพที่ลดลง ความแตกต่างนี้ทำให้ความเสี่ยงเชิงระบบยังคงอยู่ แม้ภาพรวมจะดูดีในระยะสั้น
บทเรียนสำคัญของช่วงเวลานี้สำหรับทั้งนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบาย คือ การไม่ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไปเพียงเพราะตัวเลขการเติบโตดูดี เศรษฐกิจที่ยั่งยืนต้องอาศัยมากกว่านวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการลงทุนในคน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และการบริหารความไม่แน่นอนอย่างรอบคอบ
โลกอาจยังไม่เผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่ แต่ก็ยังไม่อาจกล่าวได้ว่าปลอดภัยอย่างแท้จริง ในยุคที่ความคาดหวังเคลื่อนที่เร็วกว่าความเป็นจริง การรักษาสมดุลระหว่างความเชื่อมั่นกับความระมัดระวัง อาจเป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุดของระบบเศรษฐกิจโลกในช่วงเวลานี้
ดร.กร พูนศิริวงศ์

ศิริโชค วิเคราะห์ทางเลือกที่ไร้คำตอบง่ายของวอชิงตัน
พาณิชย์ปิดดีลยักษ์ 3,000 ล้าน ดันผลไม้ไทยผงาดเวทีโลก ทุเรียน มังคุด แชมป์ส่งออก
เรื่องเล่าจาก ‘แสตมป์ พรวศิน’ ถึงซีรีส์แนวตั้ง “ปานดวงใจ Signature”
ดร.กอบศักดิ์ เผย พิษสงครามทำดัชนีอสังหาฯ ดูไบ -30 เปอร์เซ็นต์
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงร่วมฟ้อนภูไท ลานคำหอมรำลึก สืบสานมรดกวัฒนธรรมพื้นถิ่นอย่างงดงาม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี