วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
1) ตลาดทุนสะท้อน “ความคาดหวัง” มากกว่าความจริงในปัจจุบัน
ในทางเศรษฐศาสตร์ ตลาดหุ้นไม่ใช่กระจกสะท้อนปัจจุบัน แต่เป็นเครื่องชี้วัด “ความคาดหวังในอนาคต” นักลงทุนประเมินเสถียรภาพรัฐบาล ทิศทางนโยบายการคลัง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและความต่อเนื่องของมาตรการเศรษฐกิจ แล้วแปลงเป็นราคาหุ้นทันที ดัชนีของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) ในหลายช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า เมื่อการเมืองมีความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ
การแต่งตั้งทีมเศรษฐกิจที่ตลาดเชื่อมั่น หรือการประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีรูปธรรม ดัชนีมักตอบสนองเชิงบวกในระยะสั้นถึงกลาง
กลุ่มหุ้นที่ตอบสนองเร็วที่สุดมักเป็นหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และรับเหมาก่อสร้าง เช่น GULF, PTT, CPALL หรือ STEC ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับนโยบายรัฐโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นโครงการพลังงาน การบริโภคภายในประเทศ หรือโครงการลงทุนภาครัฐ
ตัวอย่างในอดีตชี้ชัดว่า เมื่อมีความชัดเจนทางการเมืองและนโยบายขนาดใหญ่ เช่น โครงการ EEC หรือการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องมักปรับตัวขึ้นล่วงหน้าก่อนตัวเลข GDP จะสะท้อนผลจริงเสียอีก เพราะตลาดซื้อ “ความมั่นใจ” ไม่ใช่ตัวเลขย้อนหลัง
2) เสถียรภาพทางการเมืองคือเงื่อนไขแรกของเงินทุนต่างชาติ
ในโลกที่สภาพคล่องทั่วโลกผันผวนจากนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และการเปลี่ยนผ่านจากยุค QE สู่ยุคดอกเบี้ยสูงนักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญกับ “Risk Premium ทางการเมือง” มากกว่าที่เคย
ประเทศที่มีเสถียรภาพนโยบายต่อเนื่อง มีทิศทางชัดเจน และไม่เกิดความไม่แน่นอนบ่อยครั้ง จะมีต้นทุนเงินทุน (Cost of Capital) ต่ำกว่าโดยปริยาย เพราะนักลงทุนประเมินความเสี่ยงต่ำกว่า
นั่นหมายความว่าบริษัทจดทะเบียนสามารถระดมทุนได้ถูกลง การลงทุนขยายธุรกิจเกิดเร็วขึ้นและวงจรเศรษฐกิจขยายตัวได้ยั่งยืนกว่า
ในทางกลับกัน หากการเมืองไม่แน่นอน ตลาดทุนจะสะท้อนผ่านค่าเงินบาทที่ผันผวน Fund Flow ไหลออกและดัชนีหุ้นถูก Discount จากความเสี่ยงที่ไม่เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานธุรกิจ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ นักลงทุนสถาบันต่างชาติ โดยเฉพาะกองทุนขนาดใหญ่และ Sovereign Wealth Fund มักมีกรอบประเมินประเทศ (Country Allocation Model) ที่รวมตัวแปรเสถียรภาพทางการเมืองไว้โดยตรง หากคะแนนความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แม้เพียงเล็กน้อยน้ำหนักการลงทุนในประเทศนั้นอาจถูกปรับลดทันทีโดยไม่ต้องรอผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน
นอกจากนี้ ความชัดเจนทางการเมืองยังส่งผลต่ออันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของประเทศซึ่งมีผลโดยตรงต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล และต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชน หากความเชื่อมั่นดีขึ้น Bond Yield มีแนวโน้มลดลง เงินทุนไหลเข้า ตลาดหุ้นและค่าเงินบาทจะได้รับแรงสนับสนุนเป็นลูกโซ่
จุดสำคัญคือ ตลาดทุนไทยไม่ได้แข่งขันกันเองภายในประเทศ แต่แข่งขันกับตลาดในภูมิภาค เช่น อินโดนีเซียเวียดนาม และอินเดีย หากไทยไม่สามารถสร้างภาพของ “เสถียรภาพเชิงนโยบาย” ได้เงินทุนย่อมไหลไปยังประเทศที่ให้ผลตอบแทนเทียบความเสี่ยง (Risk-adjusted return) ดีกว่า
3) ภาวะผู้นำเชิงนโยบาย : จากความมั่นใจสู่การเติบโตเชิงโครงสร้าง
การเมืองที่เข้มแข็งไม่ได้หมายถึงเพียงเสียงข้างมากในสภา
แต่หมายถึงความสามารถในการกำหนดทิศทางระยะยาวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะใน 3 มิติสำคัญ
หนึ่ง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
การเร่งโครงการพลังงานสะอาด ดิจิทัล อินฟราสตรัคเจอร์ และระบบโลจิสติกส์ จะสร้าง Multiplier Effect ต่อ GDP หลายเท่า และทำให้หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สอง การปฏิรูปเชิงกฎระเบียบ
ตลาดทุนยุคใหม่ต้องการความคล่องตัว กฎเกณฑ์ที่ชัดเจน และความสามารถในการแข่งขันระดับสากล
ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการเงินดิจิทัล หรือการดึงดูดบริษัทต่างชาติให้มาจดทะเบียนในไทย
สาม ความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ
นักลงทุนกลัวการ “เปลี่ยนทิศฉับพลัน” มากกว่าการใช้นโยบายใดนโยบายหนึ่ง หากทิศทางชัดและสม่ำเสมอ แม้จะเป็นนโยบายเข้มงวด ตลาดยังสามารถปรับตัวได้ แต่ความไม่แน่นอนคือสิ่งที่ตลาดรับไม่ได้
ในบริบทโลกที่เศรษฐกิจชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์สูง และสภาพคล่องโลกตึงตัวประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมืองและวิสัยทัศน์ชัดเจนจะกลายเป็น “Safe Harbor” ของเงินทุน
ท้ายที่สุด ความเชื่อมั่นไม่ใช่สิ่งที่สั่งให้เกิดได้ แต่ต้องสร้างผ่านความสม่ำเสมอของนโยบาย ความโปร่งใสและการสื่อสารที่ชัดเจน หากการเมืองสามารถพิสูจน์ภาวะผู้นำในช่วงเวลาที่โลกผันผวนได้ตลาดทุนไทยย่อมมีโอกาสฟื้นตัวและเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะในโลกการเงินยุคใหม่ “เสถียรภาพ”คือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด และการเมืองคือผู้กำหนดมูลค่าของสินทรัพย์นั้นโดยตรง
ดร.กร พูนศิริวงศ์

หนุ่มขับกระบะตกคลอง ร้องขอพลเมืองดีอย่าเรียกตำรวจ เจอยาบ้าตกข้างรถ
ซัมเมอร์เดือด พลอยชมพู เสิร์ฟบิกินี่ตัวจี๊ดโชว์หุ่นฟิตเป๊ะ
เจ้าเดียวกับตึก สตง.! ผู้รับเหมาทิ้งงานศูนย์ราชการแพร่ 539 ล้าน จ่อขึ้นแบล็กลิสต์
ฟ้า พรหมศร อดอาหารในคุก หลังศาลไม่ให้ประกันตัวคดี ม.112
รถอีต๊อกถอยหลัง พุ่งอัดต้นไม้ หนีบคอคนขับ 62 ปี เสียชีวิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี