วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเลือกเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ให้เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อดำรงตำแหน่ง ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve Chair) คนต่อไป ซึ่งจะเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) เมื่อวาระการดำรงตำแหน่งของพาวเวลล์สิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2569
การประกาศเกิดขึ้นเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาและสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดการเงินทั่วโลกทันที ราคาทองคำและโลหะเงินปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ดัชนีหุ้นและสินทรัพย์ความเสี่ยงอื่นๆ ถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าการเลือก วอร์ช สะท้อนถึงแนวทางนโยบายการเงินที่ต่างจากที่ตลาดคาดหวังไว้มาก่อนหน้านี้
เควิน วอร์ช วัย 55 ปี เป็นอดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐที่เคยดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2549–2554และมีบทบาทสำคัญในช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2551 มีประวัติที่ซับซ้อนทั้งด้านนโยบายและมุมมองต่อนโยบายการเงิน
โดยเฉพาะในเรื่อง ความกังวลต่อการใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) Quantitative Easing ซึ่งเขาไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจนและมองว่าการขยายงบดุลของ Fed ผ่านหลายรอบของ QE มีความเสี่ยงที่สำคัญต่อเสถียรภาพการเงินและอาจบิดเบือนการจัดสรรทุนในระบบเศรษฐกิจ
ปฏิกิริยาตลาด : ราคาสินทรัพย์ความเสี่ยงร่วงหนัก นักลงทุนเทขายไปถือเงินสด
การประกาศชื่อวอร์ชสะเทือนตลาดทันที ดัชนีราคาทองคำร่วงลงกว่า 10–12% จากระดับสูงสุดก่อนหน้า ขณะที่โลหะเงินปรับตัวลดลงมากกว่า 25% ภายในวันเดียว ซึ่งเป็นการปรับฐานที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยและสินทรัพย์เสี่ยงพร้อมกัน ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วหุ้นสหรัฐฯ อาทิ Nasdaq และ S&P 500 ก็ปรับตัวลดลงตามแนวโน้มความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินใหม่สถานการณ์นี้สะท้อน แรงขายออกจากสินทรัพย์เสี่ยงและย้ายเข้าถือเงินสด (cash) ในหลายตลาด
นักลงทุนบางส่วนประเมินว่า การแต่งตั้ง วอร์ช ซึ่งมีท่าทีไม่ให้ความสำคัญกับ QE และความคาดหวังการลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วนั้น จะทำให้ Fed เข้มงวดมากขึ้นต่อภาพรวมการเงิน ส่งผลให้สินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ยอย่างทองคำและหุ้นเติบโตถูกเทขายในทันที
นักวิเคราะห์ระบุว่าแม้ตลาดบางส่วนอาจระบุว่ามีการ “ซื้อกำไร” (profit taking) หลังจากทองคำและโลหะมีค่าพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา แรงเทขายที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับการปรับคาดการณ์นโยบายการเงินของเฟดภายใต้การนำของวอร์ช มากกว่าปัจจัยพื้นฐานใหม่อื่นๆ
มุมมองของวอร์ชต่อ QE และนโยบายการเงิน : แนวคิดที่แตกต่างจากอดีต Fed Chair
จุดยืนของ วอร์ช ต่อ QE และงบดุลของ Fed เป็นหัวใจสำคัญที่นักลงทุนจับตามองอย่างใกล้ชิด เขามองว่าการสะสมสินทรัพย์ในงบดุลผ่านหลายรอบของ QE ทำให้ธนาคารกลางและตลาดต้องพึ่งพานโยบายดังกล่าวมากเกินไป และเมื่อมีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ระบบเศรษฐกิจอาจเสี่ยงต่อการทำ QE ซ้ำซ้อน ซึ่งทำให้เขาเสนอแนวคิดในการ ลดงบดุลเพื่อควบคุมแรงกดดันเงินเฟ้อและจำกัดความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง
ความเชื่อที่ วอร์ช ไม่สนับสนุน QE ทำให้ตลาดประเมินว่า Fed ภายใต้การนำของเขาอาจไม่ใช่ “เฟดที่ผ่อนคลาย”แบบที่เคยเห็นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและเลือกถือเงินสดแทนเมื่อเทียบกับยุคที่ QE ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักตามสถานการณ์เศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคนชี้ว่ามุมมองของ วอร์ช ที่แข็งกร้าวต่อ QE ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการยกเลิกการลดอัตราดอกเบี้ยหรือการใช้เครื่องมือผ่อนคลายอื่นๆ แต่เป็นการเริ่มต้น “ถกเถียงเชิงโครงสร้าง” ในวิธีที่ Fed ใช้นโยบายการเงิน โดยเฉพาะในระยะที่เงินเฟ้อยังสูงกว่าระดับเป้าหมายของ Fedอยู่พอสมควร
ความท้าทายใหม่ของ Fed และความไม่แน่นอนในตลาด
การแต่งตั้ง เควิน วอร์ช เป็นว่าที่ประธาน Fed ทำให้เกิดความไม่แน่นอนอย่างมากในตลาดโลกเงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นและทองคำ เข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูงกว่า หรือถือเงินสดขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยาวเพิ่มขึ้น
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดหรือต่างจากปีก่อนอย่างมาก การยืนยันตำแหน่งของ วอร์ช ยังต้องผ่านวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งอาจมีการถกเถียงและล่าช้าซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินต่อไปในช่วงที่หลายฝ่ายกำลังประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและเสถียรภาพเศรษฐกิจในปีนี้
ดร.กร พูนศิริวงศ์

รทสช. เปิดปราศรัยใหญ่กลางกรุง ย้ำเลือกเบอร์ 6 ไม่โกหก เลือกกำหนดชีวิตเอง ลั่นกลองรบ 33 เขต กทม.
ใครเก๋าเข้ามา พระมาเฟีย ท้าดวล ตำรวจ-กำนัน ก่อนเผ่นหนีไร้ร่องรอย
อภิสิทธิ์ ฟาด ภท. แซะ ปชป.สมบัติผู้เฒ่า จะรอดู เป็นผู้เฒ่าแล้วจะเหลืออะไรหรือไม่
‘ศุภจี’ อ้อนขอดูแลชีวิตปากท้อง หลังเลือกตั้ง ยันเป็นรัฐบาลได้ ‘คนครึ่งพลัส’ กลับมา
พรรคประชาชนปลุกอุบลฯ กาส้ม 2 ใบ ล้มบ้านใหญ่ ลั่นหมดโครงการคนละครึ่งแล้ว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี