วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
หมุนตามทุน : ถึงเวลาพลิกฟื้น SMEs ด้วย Reinvent Thailand
** Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวที่ 1.8% ชะลอจากปีก่อนหน้า โดยจะเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ที่จีดีพีโตต่ำกว่า 2.0% หากไม่รวมช่วงวิกฤต โดยภาคการส่งออกของไทยมีแนวโน้มหดตัวลง จากความเสี่ยง Geopolitics ขณะที่การท่องเที่ยวฟื้นตัวช้าจากการสูญเสียตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชีย และ ในภาวะเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลง มีความท้าทายจากทั้งความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิม การขาดความสามารถในการแข่งขันในโลกใหม่ และความท้าทายภาครัฐนั้น ปัจจุบันภาครัฐและภาคเอกชนภายใต้โครงการ Reinvent Thailand ที่สร้างพลวัตใหม่เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย โดยหนึ่งในทางรอดที่สำคัญ คือ การสนับสนุนธุรกิจ SMEs ใน 6 อุตสาหกรรมเป้าหมายตั้งต้น (Priority Sectors) ได้แก่ เกษตรและแปรรูปอาหาร ยานยนต์ การแพทย์และสุขภาพ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การท่องเที่ยว ค้าปลีกและค้าส่ง ซึ่งมีโอกาสในการยกระดับศักยภาพ พร้อมต่อยอดสู่อุตสาหกรรมใหม่ New S-Curve และกระจายผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยได้อย่างทั่วถึง
Krungthai COMPASS สำรวจ SMEs โดยใช้ข้อมูลย้อนหลัง 15 ปี จำนวน 160,232 ราย ใน 6 อุตสาหกรรมเป้าหมายตั้งต้น ภายใต้โครงการ Reinvent Thailand พบว่า SMEs เผชิญกับภาวะติดหล่ม สะท้อนจากความสามารถในการทำกำไร (Return on Assets) ที่ถดถอยลง ในช่วงปี 2553-2567 และเลื่อนสถานะทางธุรกิจ (move up the ladder) ได้ยาก บ่งบอกถึง “ความสามารถในการแข่งขันถูกกัดกร่อน” โดยเมื่อเปรียบเทียบสถานะทางการเงินของ “กลุ่มธุรกิจที่ผลประกอบการดี” และ “กลุ่มธุรกิจที่ต้องการพลิกฟื้น” พบว่าเบื้องหลังการถดถอยของ SMEs ไม่ได้เป็นเพราะขาดความพยายาม แต่เพราะธุรกิจติดอยู่ใน ‘วงจรหนี้’ ซึ่งแม้ผู้ประกอบการจะพยายามแข่งขันด้านราคาและบริหารจัดการต้นทุนแล้ว แต่รายได้ยังไม่พอรายจ่าย ทำให้ขาดสภาพคล่องและก่อหนี้สะสมจนอัตราส่วนหนี้ต่อทุนสูงกว่ากลุ่มที่ผลประกอบการดีถึง 3-5 เท่า และยังพบว่าจุดอ่อนสำคัญของธุรกิจ SMEs คือปัญหา Gross Margin ต่ำกว่ากลุ่มที่ผลประกอบการดีประมาณ 4-10% สะท้อนการขายปริมาณมากแต่กำไรต่ำ ไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจมีกำไรที่ยั่งยืน
มาตรการช่วยเหลือสภาพคล่องและปรับโครงสร้างหนี้เพื่อฟื้นฟูสุขภาพทางการเงินจึง “จำเป็น” แต่ “ไม่เพียงพอ” SMEs ต้อง "ผ่าตัดใหญ่" ด้วยการปรับโมเดลธุรกิจมุ่งสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มหรือเจาะตลาดเฉพาะทาง ผ่านการลงทุนเพื่อยกระดับศักยภาพ เพิ่มรายได้ และกำไรให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมปรับตัวสอดรับบริบทโลกใหม่ โดยในปัจจุบัน SMEs สามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการต่างๆ ภายใต้ Reinvent Thailand อาทิ โครงการ SMEs Credit Boost รวมถึงโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) มุ่งสนับสนุนการลงทุน หนุนแนวคิด “พี่ช่วยน้อง” ที่รายใหญ่ช่วยเหลือ SMEs ใน Supply chain เข้าสู่ระบบ PromptBiz ที่ต่อยอดสู่ Supply chain financing เพิ่มโอกาส SMEs เข้าถึงสภาพคล่องและเงินทุน
จากสถานการณ์สินเชื่อของระบบสถาบันการเงินไทยที่หดตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อ SMEs ที่ติดลบหนักสุด โดยข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าปี 2569 สินเชื่อ SMEs ยังติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งถือเป็นการติดลบต่อเนื่องยาวนานที่สุด นับตั้งแต่ช่วงหลังวิกฤติต้มยำกุ้ง จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการออกมาตรการเฉพาะจุด เพื่อช่วยเหลือกลุ่มสินเชื่อ SMEs โดยเฉพาะการกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อเฉพาะเซกเมนต์มากขึ้น
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ผลงานล่าสุด ณ 2 ก.พ.69 พบว่า มียอดอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อแตะ 10,000 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อย เฉพาะเดือนมกราคม 2569 มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 7,125 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตถึง 217% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดสินเชื่อใหม่ในระบบสถาบันการเงิน 10,770 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้น 13,126 ราย โดยพบว่าเกือบ 50% เป็นกลุ่มรายย่อย Micro SMEs วงเงินค้ำประกันสินเชื่อไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย ซึ่งถือเป็น “กลุ่มเปราะบาง” ที่มีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อ นอกจากนี้สามารถรักษาการจ้างงาน 82,500 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการค้ำประกันสินเชื่อได้มากกว่า 41,300 ล้านบาท
ทั้งนี้ บสย.ได้ดำเนินการผ่านมาตรการ “บสย.Quick Big Win “ ที่สามารถเพิ่มศักยภาพด้านเครดิต Credit Enhancement ไปพร้อมกับลดต้นทุนด้านเครดิต Credit Cost และเพิ่มโอกาสการอนุมัติสินเชื่อ (Approval Rate) ให้กับ SMEs โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย Micro SMEs ที่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือขาดคนค้ำประกัน นอกจากนี้ บสย. ยังมีเครื่องมืออื่นๆ ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ แก้หนี้ให้ลูกหนี้ที่ถูกจ่ายเคลมผ่าน มาตรการ บสย. พร้อมช่วย และการให้ความรู้ทางการเงินผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน F.A. Center
ไฮไลท์ของมาตรการ “บสย. Quick Big Win” วงเงินค้ำประกัน 50,000 ล้านบาท คือ ค้ำประกันยาว 7 ปี ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก ปีต่อไปคิดตามตามระดับความเสี่ยง (Risk-based pricing) เพื่อสะท้อนต้นทุนด้านเครดิตของ SMEs แต่ละราย นอกจากนี้ บสย.ยังได้ร่วมมือ Synergy กับ “โครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Credit Boost” กลไกค้ำประกันความเสี่ยงสำหรับ ‘สินเชื่อใหม่’ ที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยให้ธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย ที่คาดว่าจะช่วยให้มีสินเชื่อปล่อยใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 ล้านบาท ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า
** กระบองเพชร **

เซอร์ไพรส์ทั้งโซเชียล ตั้น พิเชษฐ์ไชย ควงแฟนสาวเข้าประตูวิวาห์
ดร.สามารถ จี้จุดขสมก.เช่ารถเมล์ EV1,520 คัน แต่ผู้โดยสารรอนานเหมือนเดิม
แสวง สั่ง ผอ.กกต.จังหวัด เตรียมพร้อมเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ.นี้
‘ชัชชาติ’ ชี้เช้าวันนี้คุณภาพอากาศดี คาดดีตลอดสัปดาห์
'วิทเยนทร์'เชื่อปชป.ได้เก้าอี้สส.กรุงเทพฯ แน่ 10 เขต ลั่นฟ้าเท่านั้นชนะส้มได้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี