วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569
ภาคผลิตภาคอุตสาหกรรมที่สวนทางกับตัวเลขส่งออก คือเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตในระดับต่ำ
** ในงานเสวนา: ยุทธศาสตร์การค้าไทยในวันที่โลกเปลี่ยนเกม พลิกวิกฤตเป็นแต้มต่อ คว้าชัยในสมรภูมิการค้าโลก ในงาน“Mission to Win for The Game Changer : ภารกิจพิชิตชัย แก้เกมไว คว้าแต้มต่อการค้าโลก” จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
นายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันจีนสามารถผลิตสินค้าได้เกือบทุกประเภทและมีปริมาณล้นตลาดโลก ส่งผลกระทบต่อไทยและประเทศที่เป็นตลาดส่งออกของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยการแข่งขันกับจีนเป็นเรื่องยาก เนื่องจากสินค้าจีนมีทั้งคุณภาพดีและราคาถูก ดังนั้น ไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้ทัน พร้อมค้นหาสินค้าที่จีนยังไม่ผลิตหรือยังไม่ถนัด และวิเคราะห์จุดแข็งของไทยเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมให้ถูกจุด เพราะหากส่งเสริมผิดจุดจะกลายเป็นการลงทุนที่ไม่เกิดผลสำเร็จ ซึ่งในปี 2568 การส่งออกของไทยเติบโตในระดับสูง แต่ดัชนีการผลิตภายในประเทศกลับลดลง ขณะที่สินค้าส่งออกเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นสินค้าส่วนสิทธิ์จากจีน ถือเป็นวิกฤติของประเทศไทย และขอเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และขอให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา มองประโยชน์ของชาติเป็นหลักมากกว่าประโยชน์ทางการเมืองหรือประโยชน์ส่วนตน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
”กฎหมายที่ล้าสมัยเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การทำงานล่าช้าและเพิ่มต้นทุนการทำธุรกิจ ทั้งด้านการผลิตและการส่งออก ส่งผลให้ต้นทุนของไทยสูงกว่าประเทศคู่แข่งและมีประสิทธิภาพต่ำ การปรับปรุงกฎระเบียบจึงเป็นเรื่องสำคัญและจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อผู้นำรัฐบาลมีความจริงใจและมุ่งมั่นอย่างแท้จริง ภาคอุตสาหกรรมเองก็ต้องเร่งสร้างสินค้าใหม่ แปรรูปสินค้าเกษตรไทย ให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ( GREEN PRODUCTS ) ”นายกิตติ กล่าว
ด้านนายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า ปี2568 แม้ว่าประเทศไทยจะมีตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัวสูง ซึ่งสินค้าที่ได้แรงหนุนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์เครือข่าย และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม หากตัดสินค้าที่ได้อานิสงส์เฉพาะออก ภาพรวมการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากปีก่อน โดยปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจขยายตัวราว 2 % ขณะที่ปีนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินเพียง 1.5% ส่วนมุมมองตลาดอยู่ที่ราว 1.6–1.8% ต่ำกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ และนับเป็นปีที่ 4–5 ติดต่อกันที่ไทยเติบโตช้ากว่าโลกและช้ากว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายเท่า
ขณะเดียวกัน ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พร้อมด้วย นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล, นายเซีย จำปาทอง และ นายพูนศักดิ์ จันทร์จําปี ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าพบและร่วมหารือกับ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) และทีมผู้บริหารของ ส.อ.ท.
โดยภายหลังการหารือ นายเกรียงไกร กล่าวว่า เราได้มีการแลกเปลี่ยนกับทางนายณัฐพงษ์ และทีมบริหารของพรรคประชาชน ในเรื่องนโยบายทางด้านเศรษฐกิจในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม รวมทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างต่าง ๆ ที่เราเผชิญอยู่ เรามีความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องการพัฒนาคน สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่มีขั้นตอนและปัญหาอุปสรรคมากมายที่เรารออยู่
“เราก็อยากฟังว่าแนวทางของพรรคประชาชนในกรณีที่ หากภายหลังการเลือกตั้งจะได้มาเป็นผู้บริหารประเทศจะมีแนวทางและวิธีการแก้ปัญหาเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้ผู้ประกอบการเราไปต่อได้อย่างไร ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญ เพราะวันนี้ปัญหาปากท้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การแข่งขันภายนอกที่มากมาย ซึ่งเราควบคุมไม่ได้แต่ภายในที่เราควบคุมได้จะทำอย่างไร” นายเกรียงไกรกล่าว
ด้าน นายณัฐพงษ์ระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้คือการสร้างความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่นอย่างแรกคือ เชื่อว่าต่อไปในอนาคต หากเรามีโอกาสได้เข้าไปบริหารประเทศ จะมีการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เห็นปัญหาอย่างรอบด้าน ไม่ทิ้งช่วงแน่นอน ทั้งกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน อากาศสะอาด ที่ภาคเอกชนอาจมีข้อห่วงใยบางประการ และภาคเอกชนได้สะท้อนว่ามีปัญหาคือการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหาครึ่งหนึ่งที่ภาคเอกชนเจอมีรากเหง้าจากการทุจริต หากการเข้าสู่อำนาจของเราตรงไปตรงมา ไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อน เชื่อว่าพรรคประชาชนเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะเข้าไปดำเนินนโยบายในส่วนนี้ เพื่อขจัดปัญหาคอร์รัปชั่นให้กับประชาชนได้ และ โจทย์ 100 วันแรก คือการอุดรูรั่วทางเศรษฐกิจ เช่นกันปราบปรามสินค้าเถื่อนราคาถูกที่ลักลอบเข้ามา นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ตัวแทนสภาอุตสาหกรรมฯ สะท้อนว่า นโยบายใดที่ดีอยู่แล้ว ก็อยากให้ทำต่ออย่าไปยกเลิก เพราะเหตุผลทางการเมือง ซึ่งเราก็เห็นด้วย คนละครึ่งเราก็ทำต่อ แต่เพิ่มด้วยนโยบายหวยใบเสร็จ ที่เชื่อว่าจะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว นอกจากนี้ยังมีการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่งเสริมผู้ประกอบการ ใครที่เข้ามาสู่ระบบภาษีพานโยบายหวยใบเสร็จ เราก็มีคูปองคืนให้
** กระบองเพชร**

ปวีณาลุยตลาดโกสุม ช่วยผู้สมัคร สส.เขตดอนเมือง ขอโอกาสกล้าธรรมเข้าสภาฯ
ไทยก้าวใหม่ ปราศรัยใหญ่ ตั๊น จิตภัสร์ เผยย้ายค่ายเพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง
ด่วน!หมายจับนักการเมืองดังอีสาน พบเป็นนายทุนใหญ่เครือข่ายเว็บพนัน ตร.ไซเบอร์ จ่อแถลงพรุ่งนี้
ระดับโลกของจริง ลิซ่า เปิดแคมเปญแรกกับ NikeSKIMS ลุคนี้ละสายตาไม่ได้
อดีตเทศกิจปืนดุ ชวดประกันนอนคุก คดียิงวินจยย.รับจ้างดับ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี