วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569
ศึกชิงประธาน ส.อ.ท.เดือดพลั่ก ถึงขั้นตั้งขบวนการซื้อเสียงเพื่อครองอำนาจ
** สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หนึ่งองค์กรภาคเอกชนในภาคอุตสาหกรรมที่ให้ที่สุดในประเทศไทย กำลังจะถึงเวลาเปลี่ยนผู้นำองค์กรอีกครั้ง ซึ่งในวันที่ 30 มีนาคมนี้ จะมีการประชุมสามัญประจำปี 2569 ใน ซึ่งมีวาระสำคัญคือการตั้งคณะกรรมการ ส.อ.ท.วาระปี 2569-2571 หลังจากนั้น คณะกรรมการ ฯ ก็จะทำการเลือก ประธานสภาอุตสาหกรรมคนใหม่ ขึ้นแทนนาย เกรียงไกร เธียรนุกุล ซึ่งครบวาระในเดือน มี.ค.2569 หลังจากทำหน้าที่มา 4 ปี รวม 2 วาระ
ที่ผ่านมาการขึ้นครองตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. จะสลับสับเปลี่ยนกันระหว่าง ตัวแทนที่มาจากกลุ่มทุนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และ กลุ่มที่ได้แรงสนับสนุนจากกลุ่ม SME และครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งท่ามกลางสถานการณ์ที่มีการช่วงชิงกันทั้ง 2 กลุ่ม โดยผู้ที่ประกาศตัวลงชิงตำแหน่งประธาน ส.อ.ท.ครั้งนี้มี 2 คน ประกอบด้วย 1.นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท บีสไพพ์ฟิตติ้ง อินดัสตรี จำกัด 2.นายชนะ ภูมี รองประธาน ส.อ.ท. และที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG
การเลือกประธาน ส.อ.ท.คนใหม่ในครั้งนี้ ทำให้บรรยากาศใน ส.อ.ท. เดือดระอุ สมาชิก ส.อ.ท.จำนวนไม่น้อยถึงกับมีการเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ความวุ่นวายใน ส.อ.ท. เมื่อครั้งการเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ที่มีความขัดแย้งรุนแรงและมีการฟ้องร้องเป็นคดีความ
เชื่อว่าตอนนี้สังคมภายนอกองค์กร ส.อ.ท.และ ภายใน ส.อ.ท.เองคงจะได้รับรู้กระแสข่าวที่มีการเผยแพร่ในสื่อออนไลน์หลายสำนักแล้วว่าขณะนี้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงขบวนการ "ซื้อเสียงครั้งมโหฬาร" ในการเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ปี 2569 ถึงขั้นว่าพบหลักฐานที่เป็นเส้นทางการเงิน เชื่อมโยงเครือข่ายอิทธิพลและคนในองค์กร ส.อ.ท.
สมาชิก ส.อ.ท.รายหนึ่ง เปิดเผยว่า พบพฤติการณ์ที่น่าตกใจ โดยมีการใช้ "อำนาจเหนือกว่า" เข้าบีบบังคับบริษัทในเครือข่ายและดีลเลอร์ (Supply Chain & Dealer) หลายร้อยบริษัทให้จำใจสมัครสมาชิก ส.อ.ท. โดยยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ ว่า หากไม่ร่วมมือ อาจถูกระงับสิทธิ์หรือหลักประกันในการต่ออายุสัญญาทางธุรกิจ รวมทั้งจะมีการจ่ายค่าสมาชิกให้ฟรี เพื่อแลกกับเงื่อนไขเดียวคือ ต้องระบุชื่อบุคคลที่กำหนด (นอมินี) ให้เป็นผู้แทนใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อการันตีว่าคะแนนเสียงจะตกอยู่ในกำมือของกลุ่มอำนาจที่วางแผนไว้
ขยายความในส่วนนี้ว่ากันว่ากลุ่มทุนที่ใช้”อำนาจเหนือกว่า”เป็นกลุ่มทุขนาดใหญ่ที่ลงทุนในหลายอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ นอกเหนือจากกิจการที่บ่งบอกตัวตนที่ชัดเจนของ”กลุ่มทุน”นั้น ในธุรกิจอื่นก็จะใช้การลงทุนผ่านบริษัทในเครือที่เกิดจากการ”ร่วมทุน” แม้แต่ในอุตสาหกรรมยายนต์ก็มี และลงทุนอยู่ในบริษัทรถยนต์เบอร์หนึ่งของไทย(สัญชาติญี่ปุ่น)ด้วย แต่เน้นการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์...และตอนนี้ที่ถูกบีบบังคับหนักมากจนร้องกันลั่นก็คือ บริษัทคนไทย ที่เป็น Suppliers ชิ้นส่วนยานยนต์ หรือแม้แต่บริษัทญี่ปุ่นด้วยกันที่เล็กกว่าก็ไม่รอด และ ไม่เพียงเท่านั้นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ก็ยังโดนกับเขาด้วย...น่าแปลกใจนะครับเพราะเรื่องนี้ถือว่าผิดกฎหมาย Compliance ของญี่ปุ่น ซึ่ง”หมุนตามทุน”ก็มั่นใจว่า บริษัทแม่ของค่ายรถยนต์รายนี้ยึดถือเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด...ตอนนี้บริษัทญี่ปุ่นที่ถูกบังคับให้เข้าไปอยู่ในวงจร”ชิงอำนาจ”ครั้งนี้ต่างก็อึดอัดและลำบากใจเป้นอย่างมาก เพราะเกรงว่าบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นจะเสียชื่อและได้ชื่อว่าทำผิดกฎหมาย
นอกจากนี้จากการแจ้งเบาะแสจำนวนมาก พบหลักฐานสำคัญคือ "เส้นทางการเงิน" ที่โยงใยกันอย่างเป็นระบบ โดยพบว่ามีการทำงานร่วมกันระหว่าง : เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน/รับสมัครสมาชิกที่กุมข้อมูล กับ กลุ่มอิทธิพลกว้างขวางที่แบ่งหน้าที่กันชัดเจน ทั้ง "หน่วยเจรจา" ที่เดินสายบีบบังคับดีลเลอร์ตามเขตต่างๆ และ "หน่วยจ่ายเงิน" ที่พบชื่อพนักงานหลายระดับ รวมถึงเครือญาติพนักงานเข้ามาเกี่ยวข้อง
แหล่งข่าวรายหนึ่ง ใน ส.อ.ท. ระบุว่า หากแผนผัง “เส้นทางการเงิน” นี้ถูกตีแผ่ จะกลายเป็นข่าวช็อกระดับชาติ ไม่ต่างจากการแฉขบวนการฟอกเงินเทาหรือสแกมเมอร์ที่ผ่านมา และเชื่อว่าผู้บริหารระดับสูงบางรายอาจมีส่วนรู้เห็นกับปฏิบัติการครั้งนี้
“ศึกครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตำแหน่ง แต่มันคือการเดิมพันด้วย "เกียรติภูมิและศักดิ์ศรี" ของสภาอุตสาหกรรมฯ ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน หากปล่อยให้กระบวนการ "สมาชิกนอมินี" และการทุจริตเข้าครอบงำ องค์กรจะสูญเสียอำนาจการต่อรองกับภาครัฐและเวทีต่างชาติไปอย่างสิ้นเชิง “ แหล่งข่าวระบุ
ในอดีตที่ผ่านมาในช่วงก่อนการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา สมาชิกที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งมีบริษัทลูกกระจายอยู่ทั่วประเทศ จะกำหนดท่าทีในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม ปตท. เครือสหพัฒน์ เครือซีพี และ SCG ซึ่งการเลือกตั้งในอดีตจะมีการหารือกับบิ๊กคอร์ปเกี่ยวกับการลงคะแนนเสียง และ ในรอบ 20 ปี ที่ผ่านมา มีการแข่งขันชิงประธาน ส.อ.ท.อย่างต่อเนื่อง และทุกครั้งที่มีผลการแข่งขันออกมามีผู้แพ้จะลดบทบาทในองค์กร ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ต้องสูญเสียคนเก่งไป
“หมุนตามทุน”...อยากจะย้ำตรงนี้ว่า ส.อ.ท.ถือเป็นองค์กรของภาคธุรกิจที่รวมตัวสมาชิกในภาคการผลิต มีบทบาทในการนำเสนอความเห็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและธุรกิจต่อรัฐบาล ในระดับเดียวกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย รวมทั้งเป็น 1 ใน 3 องค์กรของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) …และตอนนี้เท่าที่รู้มาขบวนการนี้ไมได้หวังแต่แค่อำนาจใน ส.อ.ท.เท่านั้น...สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ก็คือเป้าหมายต่อไปด้วยเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ได้มีการวางคนของตนเอาไว้แล้วด้วย...**
** กระบองเพชร**

เตือน 7 จังหวัด เฝ้าระวัง น้ำทะเลหนุนสูง ช่วงวันที่ 21–23 มีนาคม 2569
ราชกิจจาฯ ประกาศ เลื่อน อรรถวิชช์ เป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ รวมไทยสร้างชาติ แทน พีระพันธุ์ ที่ลาออก
คำขู่ช็อกโลก ทรัมป์ ประกาศกร้าวเตรียมฮุบ คิวบา ลั่นแรงจะทำอะไรก็ได้ตามต้องการ
ตลกไม่ออก! เอ็ดดี้ ขยี้ปมประธานสภาใหม่ พรรคภูมิใจไทยไปขุดใครมา
ปทส. สกัดจับขบวนการค้าสัตว์ป่า รวบคาสี่แยก ยึดลิงแสม 37 ชีวิต ซุกรถเก๋งเตรียมส่งออก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี