วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ได้มีผลโพล หรือผลสำรวจความคิดเห็นของผู้จะใช้สิทธิเลือกตั้ง จากหลายสำนักแสดงผลสำรวจคะแนนนิยมประชาชนที่มีต่อพรรคการเมือง และผู้ที่รับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ค่อนข้างใกล้เคียงกัน แม้จะแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด
ผลออกมาว่า ผู้ที่มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรี เรียงตามลำดับ ได้แก่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิพรรคประชาชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย อนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์
ส่วนผลของพรรคที่ได้รับเลือกสส. ลดหลั่นกลับไป ใกล้เคียงกับผลของผู้ที่รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี
ผู้ที่ไม่ถูกใจกับผลโพล หรือผลสำรวจมักจะพูดว่า เป็นผลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง และอาจสอบถามผู้คนไม่หลากหลายพอหรือมุ่งสอบถามเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบพรรคหรือผู้ที่มีชื่อจะเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคใดพรรคหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่งมากเกินไป
โพลหรือผลการสำรวจความเห็น เปรียบเสมือนการชิมแกงหม้อใหญ่ หากต้องการจะทราบว่าแกงหม้อใหญ่นั้น มีรสชาติอย่างไร ไม่จำเป็นต้องทานแกงให้หมดทั้งหม้อใหญ่ แล้วจึงจะตอบได้ แกงหม้อนั้นมีรสชาติอย่างไร คนชิมแกงเพียงแค่คนน้ำแกงให้เข้าทั่วกัน แล้วชิมแกงแค่ช้อนเดียวเท่านั้น จะสามารถตอบได้ทันทีว่า แกงทั้งหม้อมีรสชาติเป็นอย่างไร
หากคนน้ำแกงหม้อใหญ่ไม่เข้าให้ทั่วกันทั้งหมด เมื่อนำช้อนไปตักในส่วนที่เป็นพริก แล้วชิมจะรู้สึกเผ็ด เมื่อนำช้อนไปตักในส่วนที่เป็นน้ำปลา แล้วชิมจะรู้สึกเค็ม เพราะไม่ได้เป็นรสชาติที่แท้จริงของแกงทั้งหม้อ
การทำโพลหรือสำรวจความคิดเห็น หากทำให้ถูกต้องตามวิชาการ จะได้ผลที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมาก เพียงแต่การสำรวจความคิดเห็น จะต้องทำให้หลากหลายและทั่วถึงเข้าทุกกลุ่มคน ตามสัดส่วนที่แท้จริง แต่ในวันเลือกตั้งจริง ผลการเลือกตั้งอาจจะแตกต่างจากผลโพล เพราะประชาชนอาจตัดสินใจหรือเปลี่ยนใจในขั้นสุดท้าย
นโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองหลายพรรคมีลักษณะเป็นนโยบายประชานิยม แบบ ลด แลก แจก แถม ให้ โดยผ่านงบประมาณแผ่นดิน ได้สร้างความสงสัยระคนความสับสนให้แก่ประชาชนว่า สามารถทำได้ตามกฎหมายจริงหรือไม่?
ในอดีตที่ผ่านมา หากผู้สมัครรับเลือกตั้ง สัญญาว่าเมื่อได้รับเลือกตั้งแล้ว จะให้สิ่งใดแก่ประชาชนโดยเป็นที่เข้าใจได้ว่า สิ่งที่ให้นั้นไม่ได้มาจากงบประมาณถือว่า ผิดกฎหมายเลือกตั้งกระทำไม่ได้ และผู้สมัครรับเลือกตั้งมีความผิดตามกฎหมาย
ได้มีผู้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมนโยบายพรรคการเมืองที่สมัครรับเลือกตั้งทุกพรรคว่า เหตุใดกกต. ไม่ดำเนินการทางกฎหมาย เช่น เพิกถอนสิทธิพรรคการเมืองที่มีนโยบายแจก หรือให้ จนเห็นได้ชัด
อาจเป็นเพราะ กกต. มีอำนาจควบคุมและห้าม “การหาเสียงด้วยการแจกเงินหรือผลประโยชน์” ที่เห็นชัดเจนก่อนการเลือกตั้ง หรือหลักการ “การให้ประโยชน์ทันทีหรือใกล้ทันที” เช่นการนำเงินพรรคแจกให้กลุ่มเป้าหมาย แต่ไม่มีอำนาจห้าม “การเสนอนโยบายที่ใช้งบประมาณรัฐ” หรือ “สัญญานโยบายในอนาคตผ่านงบประมาณรัฐ” ซึ่งถือเป็นนโยบายพรรคการเมืองเชิงประชานิยมรูปแบบหนึ่งที่ยอมรับได้
คำถามจึงตามมาว่า จะมีแนวทางในการพิจารณาอย่างไรว่า สัญญานโยบายในอนาคตผ่านงบประมาณรัฐ ที่พรรคการเมืองต่างๆ ใช้หาเสียงนั้น จะเป็นนโยบายที่มีความเป็นไปได้ในการทำได้จริง ไม่เลื่อนลอย เมื่อได้รับเลือกเข้าสู่ตำแหน่งแล้วทำไม่ได้ กลายเป็นวงจรหลอกลวงประชาชน เพื่อให้เลือกพรรคไม่สุจริตแต่แรก เข้าสู่ตำแหน่ง เสียงบประมาณจากภาษีประชาชนในการจัดเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
ในต่างประเทศที่ประชาธิปไตยเข้มแข็ง เช่น ประเทศเยอรมนี ฟินแลนด์ และสหราชอาณาจักร มีแนวทางหลายประการ เช่น
(1) พรรคการเมืองต้องออกแถลงการณ์(manifesto) เป็นเอกสารจริงแสดงให้เห็นว่างบประมาณที่จะใช้มาจากไหน ต้องแก้กฎหมายอะไร ใช้เวลากี่ปี โดยให้สื่อมวลชน นักวิชาการอิสระตลอดจนผู้สนใจตรวจสอบและสอบถามได้ (แนวทางของเยอรมนีและสหราชอาณาจักร)
(2) สื่อมวลชนติดตามความคืบหน้าการดำเนินการนโยบาย ทั้งก่อนและหลังเข้าเป็นรัฐบาล
(3) นโยบายที่สัญญาไว้ จะถูกบันทึกใน“ข้อตกลงร่วมรัฐบาล” หรือ “ข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลผสม” เป็นเอกสารทางการเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณชน (แนวทางของประเทศฟินแลนด์)
(4) นโยบายที่สัญญา เข้าสู่การติดตาม ตรวจสอบโดยรัฐสภาและฝ่ายค้าน
(5) มีบทลงโทษที่จริงจังต่อนักการเมืองที่ถูกตรวจพบว่า หลอกลวง บิดเบือนไม่กระทำให้เป็นไปตามนโยบายที่สัญญา
การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดในขณะนี้คือ การใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งตามที่กำหนด อย่างมีสติ และพิจารณาอย่างรอบคอบ
ดร.รุจิระ บุนนาค
กรรมการผู้จัดการ
Marut Bunnag International Law Office
rujira_bunnag@yahoo.com
Twitter : @RujiraBunnag

ส่งใจจากสวิตฯ พี่เบิร์ด ชวนแฟนคลับเข้าคูหา 8 กพ นี้
สายมูฟังทางนี้! หมอช้างเตือน 2 ราศีช่วงเดือนแห่งความรัก มีเรื่องต้องยั้งปาก อย่าเผลอพูดผิดชีวิตเปลี่ยน
พลังโซเชียลฮีลใจ แห่อุดหนุนคุณยายขนผัก หลังคลิปไวรัลทำคนดูน้ำตาซึม
กรมอุตุฯ พยากรณ์วันพรุ่งนี้ ไทยตอนบนอุณหภูมิพุ่ง กทม.ฝุ่นปานกลาง-หนาแน่น
สวยตะลึง ปู่ไพวงษ์ เปิดอาณาจักรโบนันซ่า จัดพิธีบวงสรวงพระพิฆเนศปางราชาธิวาส

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี