วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569
“ความเสี่ยงเป็นของจริง”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมิน บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) หนี้เสียเป็นแรงกดดันในการเพิ่มสำรองฯ กำไรลด และมูลค่าหุ้นลด
ความเสี่ยงเป็นของจริง
หลังจากที่รัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวราคาขายปลีกน้ำมัน ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกประเภทพุ่งสูงขึ้น เราเป็นห่วงว่าราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่พุ่งขึ้นถึงเกือบ 30% ภายในหนึ่งสัปดาห์จะกระทบกับเศรษฐกิจรากหญ้าในภาคเกษตร และผู้ค้ารายเล็ก โดยราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจะกระทบกับสายโซ่อุปทานในภาคการเกษตร ในขณะที่ราคาพืชผลการเกษตรหลายชนิดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จะกระทบกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้กลุ่มเกษตรกร และผู้ค้ารายเล็ก ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของกลุ่มนอนแบงก์ว่าจะไม่สามารถชำระหนี้ได้
มีการปล่อยกู้ให้กับลูกหนี้กลุ่มรากหญ้ามากที่สุด
กลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อของ MTC เน้นปล่อยสินเชื่อวงเงินต่ำให้กับกลุ่มเกษตรกร และผู้ค้ารายเล็ก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของลูกค้าทั้งหมด ประกอบกับการที่ราคาพืชผลตกต่ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับลูกค้าของ MTC มากที่สุด
ต้องรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้ดีเพื่อคงอันดับเครดิตของ Fitch ไว้ที่ A-
MTC อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางภายใต้สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยส่วนรองรับหนี้เสียของ MTC ลดลงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาหลัง covid ในปี 2566 โดย NPL เพิ่มขึ้นจาก <2% ในปี 2565 เป็น 2.6% ในปัจจุบัน ในขณะที่สัดส่วน NPL coverage ลดลงจากเกือบ 200% มาอยู่ที่ 140% ในบางช่วง ทั้งนี้ระหว่าง และหลังจากที่ covid ระบาด NPL เพิ่มขึ้นอย่างมาก และบีบให้ค่าใช้จ่ายสำรองฯ (credit cost) พุ่งสูงขึ้นเป็น >3.5% เป็นเวลา 2 ปีในช่วงปี 2566-2567 ก่อนที่จะลดลงมาอยู่ที่ 2.5% ในปี 2568 ทั้งนี้ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างมากน่าจะทำให้เศรษฐกิจหดตัวในปี 2569F ซึ่งอาจจะกระทบกับความพยายามของ MTC ในการที่จะรักษาตัวชี้วัดด้านคุณภาพสินทรัพย์เพื่อคงอันดับเครดิตของ Fitch Rating ไว้ที่ A- ซึ่งหากทำไม่ได้ก็อาจถูกปรับลดอันดับเครดิตลง ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการระดมเงินสูงขึ้น
ปรับลดกำไรปี 2569F/2570F ลง 10%/10% และปรับลด TP-2569F เป็น 27.00 บาท โดยแนะนำขาย
เพื่อสะท้อนถึงการที่รัฐบาลมีแนวโน้มจะให้การอุดหนุนราคาน้ำมันกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และความพยายามที่จะรักษาตัวชี้วัดคุณภาพสินทรัพย์บางตัวเอาไว้ เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานค่าใช้จ่ายสำรองฯ (credit cost) ปี 2569/2570 ขึ้นอีก 50bps เป็นปีละ 3.1% ซึ่งทำให้ประมาณการกำไรลดลงปีละ 10% นอกจากนี้เรายัง de-rate PE เป็น 8.5x (จากเดิม 11x) ทำให้ได้ราคาเป้าหมายปี 2569F ใหม่ที่ 27 บาท จากเดิมที่ 37.00 บาท โดยปรับลดคำแนะนำจาก “ถือ”เป็น “ขาย”
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

มูลค่าตลาดเฉียด 20 ล้าน สกัดจับสิบล้อซุกสินค้าปลอมล็อตใหญ่
เรือกว่า 350 ลำ รออิหร่านอนุญาตแล่นผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ
แฟนคลับช็อก! อีซังโบ นักแสดงเกาหลี เสียชีวิตในวัย 45 ปี
คุก 4 ปี 2 เดือน! ศาลอุทธรณ์ยืนโทษ อานนท์ ม็อบทะลุแก๊ส
ผู้ใหญ่บ้านหญิงไหวพริบดี เจอพัสดุน่าสงสัยแจ้งนายอำเภอ พบยาบ้าเกือบ 2 แสนเม็ด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี