วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569
“มีปัจจัยบวกต่างๆ ระยะยาวต่อเนื่อง”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมิน บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) การเติบโตระยะสั้นยังจำกัด
ผลงานปี 2568 ของ BEM ทั้งธุรกิจทางพิเศษและธุรกิจระบบรางไม่โดดเด่นจากจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันทรงตัวที่ 428,640 ราย ด้วยรายได้จากการขายบัตรโดยสารรถไฟฟ้า (farebox revenue) เพิ่ม 4.8% YoY อยู่ที่ 12.72 ล้านบาท จากการปรับขึ้นราคาเริ่มมีผลตั้งแต่ ก.ค.2567 ส่วนปริมาณรถเฉลี่ยต่อวันและรายได้จากทางพิเศษยังทรงตัวที่ 1.1 ล้านเที่ยว และ 25.3 ล้านบาท ตามลำดับ ในช่วง 2M69 พบว่าจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันยังคงอ่อนตัวที่ 455,800 ราย (-3% YoY) โดยมี farebox revenue ราว 13.6 ล้านบาท (+1.3% YoY) ส่วนปริมาณรถและรายได้ขยับขึ้น 1.6-1.8% YoY ที่ 1.13 ล้านเที่ยว และ 25.9 ล้านบาท ตามลำดับ
มองระยะยาวเชิงบวก
หลังได้รัฐบาลใหม่ใน 2Q69 เราคาดว่า BEM จะเริ่มเจรจางานระบบ M&E ของสายสีม่วง (ฝั่งใต้) และหวังโครงการทางด่วนยกระดับมูลค่า 3.50 หมื่นล้านบาท จะได้อนุมัติให้เดินหน้า ภายในสิ้นปี 2570 capacity ของสายสีน้ำเงินจะเพิ่มจากการนำ 6 ขบวนรถใหม่มาใช้งานกับทดสอบเดินรถสายสีส้ม (ฝั่งตะวันออก) โดยที่ปี 2571 จะเป็นปีที่โดดเด่นของสายสีน้ำเงิน ด้วย capacity ที่จะเพิ่มก้าวกระโดดถึง 35% จากการเปิดให้บริการสายสีส้ม (ฝั่งตะวันออก) และการเพิ่ม 21 ขบวนรถใหม่ ส่วนปี 2572 จะเป็นปีสำคัญของธุรกิจทางพิเศษจากการขึ้นค่าผ่านทางอีก 20% ช่วง FES, SES และ Sector C การเปิดให้บริการสายสีส้ม (ฝั่งตะวันตก) และสายสีม่วง (ฝั่งใต้) จะขับเคลื่อนการเติบโตตั้งแต่ช่วง 2H73 เป็นต้นไป เนื่องจากสายสีน้ำเงินเป็นเส้นทางวงแหวนเพียงสายเดียวในเขตกรุงเทพชั้นใน ดังนั้น BEM จึงเป็นผู้ได้ประโยชน์ลำดับต้นๆ จากการเชื่อมต่อของโครงข่ายรถไฟฟ้าในอนาคตที่เชื่อมชานเมืองเข้าสู่ใจกลางเมือง
ลุ้นได้งานโครงการ PPP ในอนาคต
โครงการที่มีศักยภาพของ BEM เช่น โครงการทางด่วนยกระดับมูลค่าราว 3.50 หมื่นล้านบาท และการประมูลโครงการทางด่วนใหม่ยังรอความชัดเจนจากรัฐบาลชุดใหม่อยู่ ขณะที่ BEM ร่วมกับบริษัทแม่ CH Karnchang (CK.BK/CK TB) มีเป้าหมายเข้าประมูลโครงการ PPP (ทั้งงานโยธาและงานระบบ M&E) มูลค่ารวมราว 3 แสนล้านบาท ช่วงปี 2569F-2571F (Figure 5) ล่าสุดบริษัทได้ปรับเพิ่มเงื่อนไข debt covenant ขึ้นเป็น 3.0x จาก 2.5x เพื่อรองรับโครงการใหม่ๆที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้นเราปรับประมาณการเล็กน้อย แต่ยังคาดว่ากำไรช่วงปี 2569F-2570F จะเติบโตจำกัด บนสมมติฐานที่ปริมาณรถใช้ทางพิเศษทรงตัว และจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันรวมถึงรายได้จากการพัฒนาเชิงพาณิชย์เติบโตต่ำเพียง 1-2%
Valuation & action
เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย SOTP ขึ้นที่ 7.15 บาท (WACC ที่ 5.5% และ TG ที่ 0%) จากเดิม 6.00 บาท มาจากธุรกิจหลัก 5.15 บาท (จาก 4.00 บาท) จาก capacity สายสีน้ำเงินที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับผู้โดยสารจากสายสีส้ม (ฝั่งตะวันออก) ตั้งแต่ปี 2571 และมูลค่าเงินลงทุนใน TTW (TTW.BK/TTW TB) กับ CK Power (CKP.BK/CKP TB) ที่ 0.65 บาทบวกมูลค่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มอีก 1.35 บาท ทั้งนี้เรายังไม่ได้รวมโครงการทางด่วนยกระดับและสายสีม่วง (ฝั่งใต้) ไว้ในประมาณการเรา โดยเราปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากถือจากทั้ง BEM และ CK จะได้ประโยชน์หลักจากวัฏจักรการลงทุนภาครัฐ
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

แวดวงอสังหาฯ : 21 มีนาคม 2569
เฟซบุ๊กรุกฆาตงัดแผน Fast Track ดึง ครีเอเตอร์ การันตีเงินเดือนสูงสุด 1 แสน
ทบ.โต้ CMAA บิดเบือนข้อมูลระเบิด ยันไทยใช้กำลังตามหลักสากล-จำกัดเป้าหมายทหาร
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 20-26 มี.ค.69
‘อียองแอ’ ย้อนรอยกองถ่ายในวัย 55 ปี สวยอมตะจนแฟนคลับอึ้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี