วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
.jpg)
ตอนนี้ในอเมริกาเต็มไปด้วยปมความขัดแย้งและความตึงเครียดจะไม่เครียดยังไงไหว ไม่ต้องดูอื่นใดไกลตัวน้ำมันแพงกระฉูดส่งผลกระทบต่ออเมริกันอย่างสาหัสเพราะนั่นหมายถึงเงินในกระเป๋าหายวับไปกับตาเมื่อวานนี้ผู้เขียนไปเติมน้ำมันเต็มถัง
รถที่ใช้เป็นรถอเมริกันขนาดกลาง ปกติเติมเต็มถังประมาณ 31-32 ดอลลาร์ แต่เมื่อวานนี้เต็มถังต้องควัก 65 ดอลลาร์นี่ขนาดรถคันเล็กแบบประหยัดน้ำมันที่สุดแล้วนะอเมริกันส่วนมากใช้รถแบบครอบครัวอย่างมินิแวนหรือเอสยูวีซึ่งซดน้ำมันเป็นว่าเล่น ออกจากปั๊มน้ำมัน คงกระเป๋าเบากันทุกคน
เท่าที่คุยกับเพื่อนอเมริกันทุกบ้านบ่นกันหูชาเพราะเติมน้ำมันแต่ละหนแตะร้อยดอลลาร์ไม่ต้องพูดถึงราคาสินค้าและอาหารในชีวิตประจำวัน แพงขึ้นทุกสิ่งอย่างแม้ค่าล้างรถก็ยังขอเพิ่มตามไปด้วย เพิ่งเอารถไปล้างเมื่ออาทิตย์ก่อนขอขึ้นราคาอีก 2 ดอลลาร์ พอมาอาทิตย์นี้ ขอเพิ่มอีกหนึ่งดอลลาร์เท่ากับว่าเดือนนี้ค่าล้างรถขึ้นพรวดพราดไป 3 ดอลลาร์ผู้เขียนนึกในใจว่านี่คงเป็นหนสุดท้ายที่จะมาล้างรถคงล้างเองจากนี้ไปเป็นการประหยัดเงิน
ดูเหมือนว่าทุกครอบครัวรักสงบ นอนกบดานกันในบ้านเปิดดูซีรีย์เป็นการพักร้อนแทนที่จะขับรถออกไปเที่ยวหรือบินไปเที่ยวไหนต่อไหน แต่บางคนก็หาทางออกแบบที่เห็นแล้วถึงกับอุทาน
“แหม...ทำไปได้” เพราะเกิดการขโมยน้ำมันจากรถคนอื่นหน้าตาเฉยอเมริกันแห่กันขโมยน้ำมันเจาะจากถังรถคนอื่นหรือจากหัวจ่ายปั๊มเพื่อเอาไปขายต่อในราคาถูกผ่านแอป เอาซี้..ขโมยกันแบบนี้เลยนะ
เกิดปรากฏการณ์อเมริกันชนแอบขโมยน้ำมันทั่วประเทศและการขโมยน้ำมันนี้ทำทุกรูปแบบ ประมาณว่า เจาะน้ำมันเอาจากรถดื้อๆก็ทำ ขโมยจากหัวจ่ายปั๊ม หรือจากรถยนต์คนอื่นที่กำลังจอดอยู่ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเกิดขึ้นในแคลิฟอร์เนียเพราะรัฐนี้ค่าน้ำมันแพงสุดๆ ในขณะค่าราคากลางน้ำมันอยู่ที่ 5ดอลลาร์ต่อแกลลอน อย่างที่เคยเขียนเล่ามาก่อนว่าก่อนหน้าสงครามยูเครน น้ำมันแกลลอนละ 2.5 ดอลลาร์ หรือต่ำกว่านั้นตอนนี้พุ่งพรวดจนน่ากลัว โดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนีย
ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั่วอเมริกาอยู่ที่ 4.91 ดอลลาร์ต่อแกลลอนขณะที่บางส่วนของรัฐทางตะวันตกและทางตะวันออกเฉียงเหนือเห็นราคาน้ำมันเกินกว่า 5 ดอลลาร์ – 6 ดอลลาร์อ้างอิงจากสมาพันธ์ยานยนต์สหรัฐฯ AAA (American Automobile Association) ขณะที่ในรัฐแคลิฟอร์เนียราคาเฉลี่ยน้ำมันตกอยู่ที่ 6.33ดอลลาร์ต่อแกลลอน
มีข่าวว่าหัวขโมยแอบเจาะน้ำมันดูดจากรถ SUV ในเมืองโอ๊คแลนด์คือไม่รอมืดรอค่ำอะไรเลย พี่อยากจะขโมยก็ลักกันดื้อๆข้อมูลจากสำนักงานบริหารข้อมูลพลังงานสหรัฐฯ (U.S. Energy Information Administration) แสดงให้เห็นว่ามีการขโมยน้ำมันเพิ่มขึ้น25% จากปั๊มน้ำมันเมื่อเทียบกับปีก่อน
ตำรวจพบรถจำนวนมากใช้อุปกรณ์ดูดน้ำมันจากปั๊ม Citgo ระหว่างช่วงเวลาปิดบริการ มีการเจาะดูดน้ำมันเพื่อเอาขายต่อราคาถูกผ่านทางแอปมือถือมีการประเมินว่าน้ำมันมูลค่าหลายพันดอลลาร์ถูกขโมยออกไปจากสถานีบริการน้ำมัน Citgo
นอกจากเรื่องน้ำมันแพงทำให้ต้องหันมาขโมยน้ำมันกันแบบนี้แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่ชวนอึ้งคือ คำพิพากษาของศาลสูงสุดสองเรื่องเรื่องแรกเป็นเรื่องการพกปืน ส่วนอีกเรื่องคือเรื่องการทำแท้งที่โยนให้แต่ละรัฐดูแลทำให้รัฐสายรีพับลิกันที่เป็นแนวอนุรักษ์นิยมประกาศให้การทำแท้งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการถอยหลังเข้าคลอง
เรื่องกฎหมายทำแท้งเป็งเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งต้องอธิบายยาวขอยกยอดไปเขียนถึงคราวหน้าเรื่องที่น่าหนักใจกว่า คือเรื่องสิทธิการพกปืนนี่แหละเพราะมีผลกระทบในวงกว้าง ดูท่าจะอยู่ยากขึ้นทุกวันล่าสุดศาลสูงสุดมีคำตัดสินว่าชาวอเมริกันมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะพกปืนในที่สาธารณะเพื่อป้องกันตนเองดูสวนทางกับเหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้นตลอดเวลาแน่นอนว่าสมาคมไรเฟิลแก่งชาติ (National Rifle Association - NRA)เต้นแร้งเต้นกาด้วยความดีใจ
แม้ว่าจะเกิดการกราดยิงและอายุของมือปืนจะน้อยลงเรื่อยๆทำให้มีการนำปัญหานี้มาถกเถียงเพื่อหาทางออกหลายครั้งหลายหนแต่กลับกลายเป็นว่า ศาลสูงสุดกลับมีความเห็นเข้าข้างฝ่ายโจทก์ที่อ้างว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญอเมริการับรองสิทธิของพลเมืองในการที่จะครอบครองและพกพาปืน
ไม่น่าแปลกใจหรอกเพราะก่อนที่ตาลุงผมเป๋จะสะบัดก้นลงจากเก้าอี้ประธานาธิบดีลุงแกยัดเด็กสร้างของแกเข้าไปในศาลสูงสุดเพียบแล้วเป็นสายอนุรักษ์นิยมล้วนๆ เพื่อเอาใจกลุ่มริพับลิกันอนุรักษ์นิยม
การกระทำของตาลุงผมเป๋ทรัมป์นี่ดูไปแล้วเหมือนอดีตนายกรัฐมนตรีไทยบางคนไม่มีผิด แม้จะลงจากตำแหน่งทางการเมือง แต่ไม่ยอมวางมือกลับพยายามทุกทางเพื่อให้ตัวเองได้กลับเข้ามานั่งในตำแหน่งอีกมาอีหรอบเดียวกันเลย
นึกๆ แล้วก็ขำยุวชนสามนิ้วบ้านเราโวยวายว่าอยู่ไม่ได้แล้วเมืองไทย ไอ้นั่นก็ไม่ดีไอ้นี่ก็แย่ เลวไปหมดทุกเรื่อง ว่าแล้วก็ตั้งกลุ่มชักชวนให้ย้ายประเทศมีการโฆษณาชวนเชื่อมากมายไว้หลอกให้ฝันเปียกประเทศที่ยุวชนสามนิ้วอยากหนีจากไทยไปอยู่มากที่สุดคืออเมริกานี่แหละจ้า
แต่ในความเป็นจริงแล้ว สำนักข่าว CNBC ของอเมริการายงานว่า ชาวแคลิฟอร์เนียหลายแสนคนย้ายฐิ่นฐานออกจากประเทศไปอยู่เม็กซิโกเนื่องจากค่าครองชีพสูงเกินกว่าจะรับไหว ขอเพิ่มเติมเป็นน้ำจิ้มนิดนึงว่ารัฐแคลิฟอร์เนียนี่น่ะ เป็นรัฐที่ใครๆ ก็อยากไปอยู่ เพราะอากาศดี
ตอนนี้กระแสการย้ายถิ่นจากอเมริกาไปเม็กซิโกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆสำนักข่าว CNBC สำรวจความคิดเห็นส่วนใหญ่ของชาวอเมริกัน พบว่า 62% อยากย้ายไปประเทศอื่น
อ่านข่าวแล้วยกมือตบอกป้าบบบบ...ไหนบอกการเมืองดีอะไรๆก็ดีตามไง แล้วนี่ดินแดนประชาธิปไตยที่แท้ทรู ยังอยู่กันไม่ได้เล้ยยย
บางคนก็กล่าวหาลุงโจ ไบเดน ว่าเป็นต้นเหตุให้อเมริกันอยากย้ายประเทศ ไม่อยากจะบอกว่าตอนที่ตาลุงผมเป๋เป็นประธานาธิบดีอเมริกันก็อยากย้ายประเทศเพราะทนลุงแกไม่ไหวเหมือนกัน
ในยุคอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปรากฎผลสำรวจของเว็บไซต์ gallup ระบุว่าผู้หญิงอายุน้อยกว่า 30 ปีมีความต้องการย้ายออกจากสหรัฐฯ มากถึง 40% ขณะที่ 22%
ผิดหวังในตัวโดนัลด์ ทรัมป์โดยมีแคนาดาเป็นประเทศเป้าหมายที่คนอเมริกันอยากย้ายไปอยู่นอกจากแคนาดาแล้ว อเมริกันอยากหนีไปนิวซีแลนด์ จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสถานะพลเมืองนิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 70%ในช่วงสามเดือนนับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี
การอยากย้ายประเทศของอเมริกันตอนนี้เป็นการอยากย้ายไปอยู่ประเทศที่ค่าครองชีพถูกกว่า เพราะค่าครองชีพที่แพงขึ้นทุกวันทำให้ไม่สามารถแบกรับต่อไปได้ต่างจากสมัยตาลุงผมเป๋ที่อยากย้ายประเทศอยู่ในประเทศที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกับอเมริกา เช่น แคนาดาหรือนิวซีแลนด์ แถมพูดจาภาษาเดียวกันไม่ต้องไปปรับตัวเรียนรู้ภาษาที่สองเหตุผลที่อยากย้ายในเวลานั้นเพราะทนความบ้าบอของลุงผมเป๋ไม่ได้มากกว่าเรื่องค่าครองชีพ
เมื่อเห็นความเป็นจริงในอเมริกาแบบนี้แล้วยุวชนสามนิ้วยังนึกว่าอเมริกาเป็นสวรรค์และยังอยากย้ายมาอยู่อีกไหม
........................................

วัชระพล ชง ครม.สัปดาห์หน้า ขยายนมโรงเรียนถึง ม.3 ดูดซับน้ำนมดิบส่วนเกิน
แพทย์แนะเรื่องต้องรู้! ก่อนตัดสินใจเลิก 'ยานอนหลับ'
เอ็ดดี้ ซัดกลับพวกโลกแคบ หลังคอมเมนต์แรงถึง ฮลุน โซโล่
พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จแทนพระองค์ บำเพ็ญกุศลพิธีกงเต๊ก ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
ครีเอเตอร์แนะคนไทยโหลดแอปฯ Thai Consular กดปุ๊บ ส่งตรงถึงสถานทูตปั๊บ!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี