วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ด้วยเหตุที่เทพเจ้าได้รับความเคารพจากประชาชนชาวอียิปต์เป็นอย่างมาก ดังนั้น ในยุคอียิปต์โบราณ หากฟาโรห์ต้องการจะทำการสิ่งใดที่ต้องการการสนับสนุนจากประชาชน ฟาโรห์ก็จะต้องมีบรรดาเทพเจ้า หรือ เทพีทั้งหลายเป็นหลังพิง
หรือ พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ เป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อของตัวเอง
ขอเล่าตั้งแต่ฟาโรห์ ธุทโมเซส ที่ 4 ซึ่งเป็นฟาโรห์ในราชวงศ์ที่ 18 ของอาณาจักรใหม่ ในราว 3400 ปีที่แล้ว ธุทโมเซส ที่ 4 เป็นเจ้าของศิลาจารึกที่สำคัญอันหนึ่ง ที่นักโบราณคดีตั้งชื่อศิลาจารึกนี้ว่า ศิลาจารึกแห่งความฝัน (DREAM STELE)
.jpg)
(สฟิงซ์ และ ศิลาจารึกแห่งความฝัน ที่เมืองกีซ่า-ภาพจากวิกิพีเดีย)
ศิลาจารึกอันนี้ แรกทีเดียวตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างขาหน้าทั้งสองของสฟิงซ์ที่พีระมิดองค์ที่ 2 ของฟาโรห์ เคฟเฟรน ปัจจุบันของจริงถูกย้ายเข้าไปเก็บในพิพิทภัณฑ์แล้ว แล้วนำหินจำลองมาวางไว้แทน
ประวัติศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับระบุว่า ธุทโมเซส ที่ 4 เป็นโอรสของ อาเมนโฮเทป ที่ 2 แต่เนื่องจากธุทโมเซสที่ 4 มีพี่ชายอีก 2 คน จึงเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะได้ขึ้นครองราชต่อจากบิดาของเขา
เพราะตามกฎมณเทียรบาลของอียิปต์โบราณ จะให้โอรสองค์โตเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ต่อจากบิดาเท่านั้น แม้ว่าจะมีธิดาที่มีอายุมากกว่าโอรสองค์โตก็ตาม
.jpg)
(รูปสลักของฟาโรห์ธุทโมเซส ที่ 4 ปัจจุบันนี้อยู่ที่พิพิทภัณฑ์ลูฟว์ ฝรั่งเศส - ภาพจากวิกิพีเดีย)
ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้ ฟาโรห์ปโตเลมีที่ 13 ได้ขึ้นครองราช แทนที่จะเป็น คลีโอพัตรา ที่ 7 ซึ่งมีอายุมากกว่าประมาณ 5-6 ปี จนเกิดความขัดแย้งจนต้องรบราฆ่าฟันกัน ทำให้จูเลียส ซีซาร์ สามารถเข้ามาแทรกแซงได้ และนำไปสู่การล่มสลายของอาณาจักรอียิปต์โบราณในที่สุด
กลับมาเรื่องธุทโมเซส ที่ 4
พิจารณาจากสถานะของธุทโมเซส ที่ 4 แล้ว ไม่มีทางที่พระองค์จะได้ขึ้นครองราชเป็นฟาโรห์ได้เลย แต่ด้วยเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด บรรดาพี่ชายของพระองค์ก็มามีอันเป็นไปเสียก่อน
.jpg)
(รูปสลักของพระนางคลีโอพัตรา ที่ 7 -ภาพจากวิกิพีเดีย)
บัลลังก์อียิปต์จึงตกเป็นของธุทโมเซส ที่ 4 ไปโดยปริยาย
แต่บริบททางสังคม และ การยอมรับจากประชาชน และ นักบวช พระองค์จึงต้องสร้างความไว้วางใจ ความจงรักภักดีจากคนทั้งหลาย ดังนั้น จึงเกิดการวางแผนที่แยบยลของฟาโรห์พระองค์ใหม่ขึ้น
แผนการที่ว่านี้ก็คือ การเชื่อมโยงการขึ้นครองราชของธุทโมเซส ที่ 4 กับเทพเจ้า ที่ผู้คนเคารพนับถือ พระองค์เลือกเอาสฟิงซ์ของฟาโรห์เคฟเฟรน ที่มีอายุกว่า 4 พันเป็นกำแพงพิงหลัง
พระองค์บอกว่า วันหนึ่งในขณะที่ออกล่าสัตว์ในบริเวณเขตกีซ่า พระองค์รู้สึกเหนื่อยอ่อน จึงเข้าไปอาศัยร่มเงาของหินก้อนหนึ่งที่โผล่พ้นขึ้นมาจากทรายเพื่องีบหลับ พลันพระองค์ก็ฝันไปว่า สฟิงซ์ได้มาปรากฎตัวในนิมิตรฝัน แล้วบอกว่า
หากพระองค์จะกวาดกองทรายขนาดใหญ่ที่ท่วมตัวสฟิงซ์ออกไปได้ สฟิงซ์ องค์นี้ก็จะดลบันดาลให้พระองค์ได้ขึ้นครองราชเป็นฟาโรห์องค์ต่อไป
ท่านผู้อ่านคิดว่า เมื่อพระองค์กลับถึงพระราชวัง พระองค์จะตัดสินใจอย่างไร
.jpg)
พบกันใหม่สัปดาห์หน้า

พิธา ปิยบุตร ลุยสกลนคร ลั่นตอนนี้ไม่ใช่การเมือง 3 ก๊ก แต่เป็นการเมือง 2 ขั้ว ขั้วเดิม-ขั้วใหม่
แม่ทัพภาค 2 เยี่ยมครอบครัว พล.ต.ศตวรรษ วีรบุรุษช่องบก ย้ำกองทัพไม่ทอดทิ้ง
(คลิป) ปะทะรอบ 3 หรือไม่? ชายแดนไทย–เขมร ความขัดแย้งที่ยังไม่จบ
(คลิป) เปิดผล นิด้าโพล ครั้งสุดท้าย! พิธา มีผลเล็กน้อย คะแนนพรรคส้มร่วงทุกพื้นที่
สหรัฐฯ ประกาศ Government Shutdown บางส่วน อย่างเป็นทางการ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี