วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569
การฝังศพของผู้ปกครองอียิปต์โบราณมีความเชื่อต่อเนื่องกันมายาวนานที่ยึดโยงอยู่กับพระอาทิตย์ หรือ เทพเจ้ารา ของศาสนาอียิปต์โบราณ
ชาวอียิปต์โบราณเห็นพระอาทิตย์ หรือ อีกนัยหนึ่งก็คือ เทพเจ้ารา ขึ้นทางทิศตะวันออก ซึ่งก็คือ ฝั่งขวาของแม่น้ำไนล์ และ เห็นพระอาทิตย์โคจรข้ามหัวไปตกทางทิศตะวันตก หรือ บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำไนล์
ชาวอียิปต์โบราณจึงจินตนาการว่า พระอาทิตย์ “เกิด” ทางทิศตะวันออก หรือ ฝั่งขวาของแม่น้ำไนล์ และ “ตาย” ทางทิศตะวันตก หรือ ฝั่งซ้ายของแม่น้ำไนล์
ดังนั้น ทิศตะวันออก หรือ ฝั่งขวาของแม่น้ำไนล์ จึงเป็นทิศมงคล ในขณะที่ ทิศตะวันตกซึ่งเป็นทิศที่เทพเจ้าราตาย จึงเป็นทิศแห่งความอัปมงคลที่เหมาะสมกับการฝังศพเท่านั้น
ดังนั้น ชาวอียิปต์โบราณจึงมักจะตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัยบนฝั่งขวาของแม่น้ำไนล์ และ เลือกที่จะใช้ฝั่งซ้ายของแม่น้ำไนล์ เป็นสถานที่ฝั่งศพ
จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นพีระมิดใหญ่ และ พีระมิดองค์อื่นๆที่เมืองกีซ่า , หุบผากษัตริย์ หุบผาราชินี วิหารในการทำมัมมี่ของฟาโรห์ และ วิหารในการประกอบพิธีทางศาสนาต่อมัมมีของฟาโรห์ ล้วนตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำไนล์ทั้งสิ้น
.jpg)
(สุสานฟาโรห์ในหุบผากษัตริย์ บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำไนล์ – ภาพโดยผู้เขียน)
บนฝั่งขวาของแม่น้ำไนล์ จึงพบแต่วิหารของบรรดาเทพเจ้าต่างๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นวิหารของเทพอามุน รา และ เทพีมุท ที่เมืองลักซอร์ , วิหารคอมออมโบของเทพเจ้าโซเบค และ เทพเจ้าฮอรัส ที่เมืองคอมออมโบ , วิหารเอ็ดฟู ของเทพเจ้าฮอรัส ที่เมืองเอ็ดฟู , วิหารเดนเดอร์รา ของเทพีฮาธอร์ ที่เมืองเดนเดอรา เป็นต้น
การที่ฟาโรห์ อัคเคนนาเตน เลือกที่จะฝังศพของตนเองใกล้เมืองอัคเคนนาเตน หรือ เมืองอามาร์นา ซึ่งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำไนล์จึงถือว่าขัดต่อประเพณีของราชสำนักอย่างยิ่ง
อัคเคนนาเตน เป็นฟาโรห์ของราชวงศ์ที่ 18 ในยุคอาณาจักรใหม่ ซึ่งเป็นยุคที่ราชสำนัก และ ศิลปะของอียิปต์เจริญรุ่งเรือง และ เข้มแข็งอย่างยิ่ง
เมื่ออัคเคนนาเตน สิ้นพระชนม์ ผู้ขึ้นครองราชต่อมาก็คือ อังเคห์เฮปเปอร์รูเร (ANKHKHEPERURE)ซึ่งบันทึกประวัติศาสตร์ระบุว่า ครองราชเพียงแค่ปีเศษๆ และต่อด้วย อังห์เคตเทปเปอร์รูเร เมอร์วาเอนเร(ANKHETHEPERRURE MERWAEENRE) สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นผู้หญิง และครองราชรวมกันประมาณ 3 ปีเศษเท่านั้น
.jpg)
(หน้ากากทองคำของ ตุตันคาเมน ที่จัดแสดงที่พิพิทภัณฑ์ แกรนด์ มิวเซียม -ภาพโดยผู้เขียน)
จากนั้นจึงต่อด้วย ฟาโรห์เด็กที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ว่าจะพระองค์จะไม่ได้สร้างประวัติศาสตร์อะไรที่ยิ่งใหญ่ หรือ น่าจดจำเอาไว้เลย แต่ที่พระองค์มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกก็เพราะ มีการค้นพบหลุมฝังศพของพระองค์เมื่อปี 1922 โดยที่ไม่เคยมีใครแตะต้อง หรือ บุกรุกเข้าไปมาก่อนเลย
.jpg)
(โฮเวิร์ด คาร์เตอร์ ผู้ค้นพบสุสานของฟาโรห์ตุตันคาเมน - ภาพจากวิกิพีเดีย)
ทำให้มีการค้นพบทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาลกว่า 7000 ชิ้น ซึ่งรวมถึงหน้ากากทองคำแท้ หนัก 12 กิโลกรัม และ โลงศพทองคำแท้น้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม และ อื่นๆอีกมากมาย
ปัจจุบัน จัดแสดงอยู่ที่พิพิทภัณฑ์ แกรนด์ มิวเซียม (THE GRAND EGYPTIAN MUSEUM หรือ GEM) ที่เพิ่งทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา แม้ว่าจะเปิดให้เข้าชมมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้วก็ตาม
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

เขย่าขวัญอัมสเตอร์ดัม เกิดเหตุบึ้มโรงเรียนชาวยิวในย่านหรู นายกเทศมนตรีออกประณามแรง
รวบแล้ว โจรบุกเดี่ยว ชิงทองกว่า 3 ล้านบาทในห้างนครปฐม ได้ของกลางครบ
เจ๊ปอง ฟาด กรณ์ อย่าผลักมิตรไปเป็นอื่น
อิหร่านเอาคืนทันควัน! บึ้มสนั่นคลังน้ำมันยักษ์ใหญ่ในยูเออี หลังสหรัฐฯโจมตีเกาะคาร์ก
ปิดฉาก 22 ปี! อรอุมา ประกาศเลิกเล่นวอลเลย์บอลอาชีพ อย่างเป็นทางการ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี