วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569
หลังจากที่เราพบว่ามีปลาที่เริ่มแสดงอาการป่วยแล้ว วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเตรียมปลาออกมาเพื่อปฐมพยาบาลกันครับ
@ สิ่งที่เราต้องเตรียมสำหรับการแยกปลาออกมา
1. ภาชนะสำหรับแยกปลาป่วย แยกปลามารักษาโดยเฉพาะ ถ้าเป็นปลาขนาดเล็กถึงขนาดกลางก็นิยมใช้ตู้กระจกที่มีความจุน้ำอย่างต่ำสัก 50 ลิตร ถ้าเป็นปลาใหญ่ๆ ก็อาจใช้ตู้ขนาด 150 ลิตรขึ้นไปหรือไม่ก็บ่อปลา อาจเป็นบ่อพลาสติกหรือบ่อปูนก็ตามแต่สะดวก
2. ตำแหน่งการวางตู้หรือบ่อพยาบาล ควรวางในบริเวณที่มีแสงส่องสว่างเพียงพอ เพราะเราต้องคอยสังเกตอาการปลาอย่างใกล้ชิดด้วย ที่สำคัญ บริเวณนั้นต้องไม่อยู่ในจุดที่ทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมากนัก จะให้ดีก็หาฮีเตอร์มาใช้ควบคุมอุณหภูมิอีกสักตัว ไม่ให้น้ำเย็นเกินไปก็จะเป็นการดีครับ
3. ทำความสะอาดภาชนะก่อน ด้วยน้ำเกลือเข้มข้น หรือใช้ด่างทับทิมเจือจาง และล้างออกด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง
4. เตรียมน้ำ ต้องเป็นน้ำปราศจากคลอรีน มีอุณหภูมิเท่ากันกับตู้เลี้ยงที่กำลังจะแยกปลาป่วยออกมา เพื่อไม่ให้ปลาช็อกจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
5. จัดหาวัสดุให้ปลาหลบซ่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาเกิดอาการเครียด เช่น ขอนไม้ ต้นไม้ หรือก้อนหิน แต่อย่าวางให้รกจนเกินไปนัก การจัดวางควรจัดบริเวณกลางไปจนถึงหลังตู้ ไม่ควรปูกรวดหรือทรายที่พื้นตู้ เพราะจะเป็นที่สะสมฟักตัวของเชื้อโรคและพยาธิหลายชนิด
6. ติดตั้งตัวกรองขนาดเล็ก เพื่อช่วยให้น้ำสะอาด ไหลเวียนดีและมีปริมาณออกซิเจนเพียงพอ
7. ค่อยๆ จับปลาป่วยออกมาจากตู้ การจับต้องไม่ใช้กระชอนไล่ควานอย่างบ้าคลั่ง เพราะจะทำให้ปลาช็อกตายเสียก่อน ควรค่อยๆ ทำอย่างละมุนละม่อม โดยใช้กระชอนสองอันที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวปลาหลายๆ เท่า ค่อยๆ ต้อนจนเข้ามุมแล้วจึงช้อนออกมาใส่ถุงพลาสติกหรือกะละมัง
8. นำถุงพลาสติกหรือกะละมังไปลอยไว้ในน้ำของตู้พยาบาล (ลอยทั้งถุงเลย ยังไม่เทปลาลงในบ่อนะครับ) เพื่อปรับอุณหภูมิให้เท่ากันดีเสียก่อน ใช้เวลาอย่างน้อย 20 นาที จากนั้นค่อยเอากระชอนช้อนเฉพาะตัวปลาลงตู้พยาบาลอีกที “อย่า”เทน้ำที่ได้จากตู้เดิมลงไปด้วย
ถึงตอนนี้ปลาก็พร้อมสำหรับการวินิจฉัยและรักษาต่อไปแล้วครับ
@ แล้วควรจะทำอย่างไรกับตู้เลี้ยงเดิมที่ยังมีปลาที่ไม่ป่วยอยู่ล่ะ??
ง่ายที่สุดก็เปลี่ยนถ่ายน้ำ 20-25% และสังเกตอาการของปลาต่อไปอีกสักระยะ เพื่อหาดูว่าตัวไหนมีอาการผิดปกติเพิ่มเติมอีกหรือไม่ หากมีก็จะได้เอามารักษาได้ทันท่วงทีครับ
ต้องจำไว้ว่า “เมื่อเห็นปลาป่วย อย่าเพิ่งใส่ยาด้วยตนเอง จนกว่าจะวินิจฉัยอาการของโรคและเตรียมภาชนะสำหรับรักษาให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อนครับ”และที่สำคัญควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อการวินิจฉัยให้ตรงกับโรคหรือความผิดปกติจริงๆ เสียก่อนครับ
สัปดาห์หน้าเรามารู้จักช่องทางการให้ยาสัตว์น้ำกันครับ
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก “หน่วยวิจัยโรคติดเชื้อของปลา” (Fish infectious diseases Research Unit) คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

'คริสติน'สภาพจิตใจยังย่ำแย่ อาเจียนหลังได้ฟังคำสารภาพ'อดีตกู้ภัย'เตือนให้ระวังเคสสวมรอยแฝงตัวล่วงละเมิด
ศุลกากรช่องจอม คุมเข้มชายแดน ออกลาดตระเวน สุ่มตรวจรถบรรทุก สกัดลักลอบส่งออกน้ำมัน
‘บขส.’ถกผู้ประกอบการ เตรียมงบ 70 ล้านพยุง‘รถร่วม’ฝ่าวิกฤตดีเซลพุ่ง
วัดไม่อนุญาตพี่สาว‘เหน่ง เหม่งจ๋าย’รับอัฐิน้องชาย เหตุไร้เงา‘ไอซ์’ ยินยอม
'วิวาห์กับความเหงา'ผลงานเพลงแรกในชีวิตศิลปินเดี่ยว‘บังโคลน’

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี