วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
โรคมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในสตรีเป็นอันดับแรกของประเทศไทย และทั่วโลกโดยพบมากในสตรีที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปี ขึ้นไปมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นมักไม่มีอาการแสดง จึงจำเป็นที่จะต้องตรวจค้นหาด้วยการคลำเต้านม และตรวจด้วยเครื่องมือเฉพาะที่เรียกว่า การตรวจแมมโมแกรม
การตรวจแมมโมแกรม เป็นการตรวจทางรังสีชนิดหนึ่ง คล้ายกับการเอกซเรย์ เครื่องตรวจแมมโมแกรม จะเป็นเครื่องมือเฉพาะ ที่ใช้รังสีในปริมาณน้อยถ่ายภาพเต้านมในลักษณะที่เต้านมถูกกดให้แบนราบ ให้เนื้อเต้านมกระจายตัวออก ทำให้เห็นความผิดปกติได้ชัดเจนขึ้น และลดปริมาณรังสีที่จะได้รับ
ในการตรวจแมมโมแกรม โดยทั่วไป จะถ่ายรูปเต้านมด้านละ 2 รูปโดยการบีบเนื้อนมเข้าหากัน และถ่ายรูปจากด้านบน และด้านข้างอย่างละหนึ่งรูป รวมการตรวจแมมโมแกรมในระบบมาตรฐาน 4 รูป ในกรณีที่พบจุดสงสัย อาจมีการถ่ายรูปเพิ่มหรือขยายรูป เพื่อให้เกิดความชัดเจน
การเตรียมตัวก่อนการตรวจแมมโมแกรม
ควรหลีกเลี่ยงการตรวจแมมโมแกรมในช่วงสัปดาห์ก่อนที่มีประจำเดือน เพราะเป็นช่วงที่หน้าอกคัดตึงและขยาย อาจช่วยให้เจ็บหน้าอกน้อยลงและถ่ายภาพเอกซเรย์เต้านมได้ดีขึ้นแนะนำให้ตรวจหลังมีประจำเดือน 7-10 วันผู้ที่มีการเสริมหน้าอกต้องแจ้งผู้ตรวจล่วงหน้าว่ามีการเสริมหน้าอกควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการถอดเปลี่ยนก่อนการเอกซเรย์บริเวณเต้านมไม่ควรฉีดน้ำหอม ทาโลชั่น แป้ง หรือโรลออนใดๆ บริเวณระหว่างช่วงแขนลงไปจนถึงหน้าอกก่อนการตรวจแมมโมแกรม ซึ่งอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการถ่ายภาพได้ในกรณีที่มีการตรวจแมมโมแกรมในสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลแห่งใหม่ ควรมีการขอแฟ้มประวัติการตรวจแมมโมแกรมเดิมไปให้แห่งใหม่ เพื่อการเปรียบเทียบผลการตรวจที่แม่นยำ
ข้อห้ามในการตรวจแมมโมแกรม
หญิงตั้งครรภ์หรือมีความเป็นไปได้ในการตั้งครรภ์อาจได้รับผลกระทบจากการตรวจแมมโมแกรม เนื่องจากขั้นตอนการตรวจที่ทำให้ร่างกายได้รับรังสี แม้ว่าระดับรังสีจะอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ แต่ก็มีโอกาสกระทบต่อการพัฒนาของทารกในครรภ์ จึงควรมีการแจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ฉายรังสีก่อนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของทารกในครรภ์
ข้อจำกัดของการตรวจแมมโมแกรม
เนื่องจากเนื้อเยื่อภายในเต้านมของผู้หญิงมีความหนาแน่นที่แตกต่างกัน ตามกรรมพันธุ์ เชื้อชาติ และอายุ
คนที่เนื้อเต้านมหนาแน่นมาก อาจทำให้บดบังก้อนมะเร็ง หรือมองเห็นผิดพลาดจากเนื้อดีกลายเป็นมะเร็งได้
แพทย์จึงมักแนะนำให้มีการตรวจด้วยวิธีการอัลตราซาวนด์ควบคู่กับแมมโมแกรม เพื่อให้ชัดเจนขึ้น
การตรวจแมมโมแกรมควรทำเมื่อไร?
การตรวจแมมโมแกรมสำหรับคนทั่วไปแนะนำให้ทำเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป โดยทำปีละครั้งแต่ในกรณีที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีกรรมพันธุ์มะเร็งเต้านมในครอบครัว ควรเริ่มต้นค้นหาเร็วกว่าปกติ 5-10 ปี
การตรวจแมมโมแกรมมีอันตรายหรือไม่?
การตรวจแมมโมแกรมมีรังสีในปริมาณน้อย ในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด
ทำอัลตราซาวนด์แทนแมมโมแกรมได้หรือไม่ ?
สิ่งที่แมมโมแกรม สามารถตรวจพบ และดีกว่าการตรวจวิธีอื่นก็คือ สามารถเห็นจุดหินปูนในเต้านม ซึ่งในบางครั้ง มะเร็งเต้านม อาจมีขนาดเล็กมาก คลำก็ไม่พบ ตรวจอัลตราซาวนด์ก็ไม่พบ สามารถตรวจพบได้เฉพาะในการตรวจแมมโมแกรมเท่านั้น
ดังนั้น แมมโมแกรม จึงมีประโยชน์ในการตรวจหามะเร็งเต้านมขนาดเล็ก และเป็นวิธีค้นหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นที่เป็นมาตรฐานทั่วโลก
พ.ญ.เกวลิน รังษิณาภรณ์

โฟล์ค-รักชาติ แฉขบวนการปั่นเฟคนิวส์ ตัดต่อภาพพรรครักชาติ
อภิสิทธิ์ ลงใต้ลุยหาเสียงหัวไทร เมืองคอน เจอกองเชียร์แน่น
เซอร์ไพรส์กลางเมืองคอน อ.เจษฎ์ ทักทาย พิธา โชว์มิตรภาพต่างพรรค ชี้ทุกฝ่ายควรมองบวก
ใครให้เงินอย่าไปเลือก สุรเดชปลุกกระแสคนไทยต้านซื้อเสียง ท้า กกต. โชว์ผลงานจับคนผิด
รวบอดีตตำรวจนครบาล ยักยอกทองคำหนัก 10 บาท

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี