วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ความเชื่อมโยงระหว่างดวงตาและสมอง
ดวงตาเป็นหน้าต่างของสมอง รู้หรือไม่ว่าดวงตานั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของสมอง โดยเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงการพัฒนาของสมองของทารกในครรภ์ สมองจะมีการยื่นส่วนหนึ่งออกมาเพื่อพัฒนาเป็นดวงตาและมีความเชื่อมโยงกันตลอดเวลา โรคทางสมองหลายโรคจึงก่อให้เกิดการมองเห็นที่ผิดปกติตามมา และอาจทำให้ส่วนประกอบของลูกตาบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปด้วย เช่น ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์และผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ซึ่งเป็นโรคทางสมอง หากนำผู้ป่วยสองกลุ่มดังกล่าวมาทำการตรวจตา จะสามารถพบความผิดปกติที่แตกต่างจากคนทั่วไป ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างดวงตาและสมองนั่นเอง
ถาม: ดวงตาและสมองทำงานร่วมกันอย่างไรในกลไกการมองเห็นภาพ
ตอบ: หากดวงตาของเราเปรียบเสมือนกล้องถ่ายรูป สมองของเราก็จะเปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ที่ทำการประมวลผลรูปภาพที่ได้จากกล้อง นอกเหนือจากดวงตาและสมองแล้ว ยังมีส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่ส่งต่อข้อมูลระหว่างกัน คือ "เส้นประสาทตา" ที่เชื่อมทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแต่ละส่วนมีความสำคัญทั้งหมด
หากจะเปรียบเทียบแล้ว ดวงตาของมนุษย์มีทั้งหมด 2 ข้าง ซึ่งเปรียบได้กับกล้อง 2 ตัว การจะรับภาพ จากกล้องทั้งสองได้ดีต้องมีระบบควบคุมและสั่งการ รวมถึงกล้ามเนื้อตาที่ทำหน้าที่ควบคุมกล้องทั้ง สองตัว หากกล้ามเนื้อลูกตาทำงานไม่สอดคล้องประสานกัน ก็จะทำให้เกิดภาพซ้อนขึ้นได้ ดังนั้น แม้ ดวงตาจะไม่มีความผิดปกติ ก็อาจเกิดการมองเห็นที่ผิดปกติได้หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นที่สมอง
ตัวอย่างอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นในผู้ป่วย
1. ผู้ป่วยชายอายุ 65 ปี
โรคประจำตัว: โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในเลือดสูง
อาการ: หลังตื่นนอนตอนเช้า ดวงตาข้างขวามีอาการมองเห็นเหลือเพียงแค่เงาลาง ๆ
การวินิจฉัยหลังพบแพทย์: ได้รับการวินิจฉัยเป็น โรคเส้นประสาทตาขาดเลือด
อาการสำคัญที่บ่งบอกถึงภาวะเส้นประสาทตาขาดเลือด: มีอาการตามัวเฉียบพลัน ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและสามารถระบุจุดเริ่มต้นของอาการมัวได้ชัดเจน เช่น มีอาการตามัวทันทีขณะดูโทรทัศน์ หรือมีอาการตามัวเกิดขึ้นหลังตื่นนอนทันที อาการเหล่านี้บ่งชี้ว่าเกิดจากการขาดเลือดของอวัยวะ เช่น เส้นเลือดที่มาเลี้ยงดวงตา เส้นเลือดที่มาเลี้ยงเส้นประสาทตา หรือเกิดจากเส้นเลือดที่เลี้ยงสมองอุดตัน ซึ่งหลังจากเกิดการอุดตันของเส้นเลือดแล้ว อาการมักจะคงที่และไม่ดีขึ้น โดยอาจเกิดอาการตามัวข้างเดียวหรือทั้งสองข้างพร้อมกันก็ได้ ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเตือนนำมาก่อน เช่น มีอาการตามัวแบบเป็น ๆ หาย ๆ
2. ผู้ป่วยหญิงอายุ 50 ปี
โรคประจำตัว: โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในเลือดสูง
อาการ: ผู้ป่วยเกิดอาการเห็นภาพซ้อนเฉียบพลัน
คำอธิบาย: ภาพซ้อนเกิดจากดวงตาทั้งสองข้างทำงานไม่ประสานกัน โดยอาจเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา เส้นประสาทที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อตา หรือสมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมดวงตา ซึ่งภาพซ้อนนั้นอาจเกิดในแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้ หากมองจากภายนอกจะสังเกตเห็นว่าผู้ป่วยมีอาการตาเขหรือตาเหล่
3. เด็กชายอายุ 7 ขวบ
อาการ: มีอาการปวดศีรษะตลอดเวลา ร่วมกับมีอาการอาเจียนและสูญเสียการมองเห็น
คำอธิบาย: อาการเหล่านี้อาจเกิดจากการมีภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูง ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุและสามารถพบได้ในทุกกลุ่มอายุ
สัญญาณเตือนอันตราย "เร็ว ใหม่ แปลก" ที่ควรรีบพบแพทย์
โรคทางสมองที่เกี่ยวข้องกับดวงตาสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย บางโรคอาจมีสัญญาณเตือนนำมาก่อน แต่บางโรคก็ไม่มีสัญญาณเตือนเช่นกัน โดยอาการที่ควรระวังอย่างยิ่งยวดคือหลักการ “เร็ว ใหม่ และแปลก”
เร็ว: คือ อาการเกิดขึ้นทันทีทันใด
ใหม่: คือ อาการที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เช่น การมองเห็นลดลงจากเดิม หรือลานสายตาแคบลง
แปลก: คือ มีอาการแปลก ๆ ที่เราไม่คุ้นเคยเกิดขึ้น
คำแนะนำ: หากเกิดอาการเหล่านี้ขึ้น ควรรีบพบจักษุแพทย์หรืออายุรแพทย์ โดยแพทย์จะทำการตรวจโครงสร้างดวงตาเพื่อหาสาเหตุของการมองเห็นหรืออาการผิดปกติดังกล่าว ซึ่งหากการตรวจตาไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้ แพทย์อาจสงสัยว่าเป็นโรคทางสมองและจะส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น การทดสอบการมองเห็นสี, การวัดลานสายตา, ตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อตาและการกลอกตา รวมถึงตรวจการทำงานของระบบประสาทสมอง
Q&A ไขข้อข้องใจ
ถาม: จริงหรือไม่ที่อาการตามัวจากโรคสมอง มีโอกาสตาบอดถาวรสูง
ตอบ: ขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักครับ หากเป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบหรือการติดเชื้อ ถ้าได้รับยารักษาอย่างทันท่วงที การมองเห็นก็อาจกลับมาดีขึ้นได้ แต่หากเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากหลอดเลือด เช่น สมองขาดเลือดหรือเลือดออก กลุ่มนี้มีทั้งผู้ป่วยที่สามารถกลับมาเป็นปกติได้และบางรายที่อาจสูญเสียการมองเห็นถาวร นอกจากนี้ "ระยะเวลา" ก่อนมาพบแพทย์ก็มีผลอย่างมาก หากปล่อยทิ้งไว้นานอาจส่งผลต่อการดำเนินโรค ทำให้การฟื้นตัวช้าลงหรือไม่ได้ผลเท่าที่ควร
ถาม: ควรดูแลตนเองอย่างไรเพื่อให้สุขภาพตาและสุขภาพสมองดี
ตอบ: โรคสมองและโรคตาสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพองค์รวมครับ สิ่งสำคัญคือหากมีโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรัง ต้องควบคุมโรคให้ได้ตามเป้าหมายที่แพทย์กำหนด หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มสุราเพื่อลดการเสื่อมของระบบประสาท พักผ่อนให้เพียงพอ และที่สำคัญที่สุดคือ หมั่นสำรวจการมองเห็นของตนเองอยู่เสมอ หากพบความผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันทีครับ

ดร.นิว สวน อภิสิทธิ์ ปม ม.112 ฉะรู้ไม่จริง ไม่ได้ทำการบ้าน
‘ศาสตรา’ ซัดเดือด ‘จูรี’ เลิกแซะ คลอง ร.1 เสร็จทัน พ.ย. จี้ขอโทษคนหาดใหญ่ ปมเฟกนิวส์
‘สรรเพชญ’ ออกโรงโต้ปม รัฐบาล ไม่ดูแล หาดใหญ่ ยันดำเนินการป้องกันแก้ไขทั่วถึง-ครบทุกมิติ
น้าหงา แต่งกลอนซูฮกพ่อสู้ชีวิต ยอมขายทุกอย่างพาลูกสาว เนเน่ บินล่าฝันบนเวที America's Got Talent
ญี่ปุ่นผวาซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ สายการบินแห่ยกเลิกเที่ยวบิน ปชช.เร่งกักตุนเสบียง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี