Logo วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์ผู้หญิง / ทันโลกทันเหตุการณ์
ทันโลกทันเหตุการณ์

ทันโลกทันเหตุการณ์

แพทยสภา
วันเสาร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 02.00 น.
โรคไขมันพอกตับ ใกล้ตัวกว่าที่คิด

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

โรคไขมันพอกตับ ถือเป็นโรคที่มีความสำคัญ และใกล้ตัวมาก เพราะพบได้บ่อย และมีแนวโน้มจะพบมากขึ้นเรื่อยๆ ตามวิถีชีวิตปัจจุบันที่มีแนวโน้มจะออกกำลังลดลง และทานอาหารประเภทที่ก่อให้เกิดความอ้วนมากขึ้นโดยมีงานวิจัยประมาณการว่าในปัจจุบันมีคนไทยเป็นโรคนี้มากกว่า 10 ล้านคน โดยในระยะแรก ผู้มีไขมันพอกตับมักไม่มีอาการ บางรายอาจมีอาการจุกแน่นชายโครงด้านขวา การตรวจเลือดอาจพบหรือไม่พบการอักเสบของตับก็ได้ และเมื่อระยะเวลาผ่านไป การดำเนินโรคอาจรุนแรงขึ้น เกิดการอักเสบอย่างเรื้อรังของเซลล์ตับ ทำให้เซลล์ตับเสียหาย ตับทำงานได้น้อยลง เกิดพังผืดมาแทน จนเป็นโรคตับแข็ง ตับวาย และมะเร็งตับตามมาได้

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคไขมันพอกตับ คือ ความอ้วนหรือลงพุง และโรคทางเมตาบอลิกต่างๆ เช่น เบาหวานไขมันในเลือดผิดปกติ และความดันโลหิตสูง ซึ่งภาวะเหล่านี้มักจะมีความผิดปกติของระบบเผาผลาญของร่างกายร่วมด้วย และจะทำให้พลังงานส่วนเกินของร่างกาย ไม่ว่าจะในรูปแบบของไขมัน แป้ง หรือน้ำตาล เปลี่ยนแปลงเป็นไขมันชนิดไตรกลีเซอไรด์ขนาดเล็ก และมาสะสมของไขมันในเซลล์ตับได้ ซึ่งในผู้ป่วยบางรายก็จะเกิดตับอักเสบเรื้อรังตามมา การวินิจฉัยโรคไขมันพอกตับโดยทั่วไป สามารถทำได้โดยการตรวจอัลตราซาวด์ตับ กรณีที่มีไขมันพอกจะพบว่าตับมีสีขาวมากขึ้นกว่าปกติ


นอกจากการตรวจอัลตราซาวด์แล้ว เราอาจสามารถวัดปริมาณไขมันในตับได้โดยเครื่องไฟโบรสแกน หรือเครื่องเอกซเรย์แม่เหล็กไฟฟ้าได้อีกด้วย ซึ่งวิธีเหล่านี้สามารถทำได้อย่างปลอดภัย ไม่เจ็บปวด และจะบอกปริมาณของไขมันในตับได้ละเอียดขึ้นเป็นตัวเลขที่ชัดเจน และยังสามารถวัดความยืดหยุ่น หรือปริมาณพังพืดในตับได้อีกด้วยตัวอย่างเช่นการวัดค่า การตรวจวัดปริมาณพังพืดจากไฟโบรสแกนได้มากกว่า 8 kPa คือเริ่มมีพังผืดในตับแล้ว หรือมากกว่า 12 kPa คืออาจเริ่มมีตับแข็งแล้ว เป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง และติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันยังไม่มียาในการรักษาโรคไขมันพอกตับให้หายขาด การรักษาที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยลดไขมัน และลดการอักเสบในตับคือการลดน้ำหนัก โดยเฉพาะในผู้ที่มี
น้ำหนักเกินหรืออ้วน โดยแนะนำลดน้ำหนักลงอย่างน้อยร้อยละ 7-10 จากน้ำหนักเดิม หรือทำให้ดัชนีมวลกาย (BMI) ลดลงอยู่ในเกณฑ์ปกติน้อยกว่า 25 โดยการ
ลดอาหาร ร่วมกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิคอย่างสม่ำเสมอ (อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์) โดยหลักการควบคุมอาหาร คือ ควรลดการทานอาหารมันและแป้งให้น้อยที่สุด หลีกเลี่ยงอาหารทอดหรือผัด (พยายามทำอาหารโดยการต้ม ลวก หรือนึ่ง) หลีกเลี่ยงการทานอาหารผลไม้และเครื่องดื่มรสหวาน เช่น น้ำอัดลม ชาหรือกาแฟเย็น(ที่เติมน้ำตาลหรือนม) หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ทานอาหารช่วงดึก โดยคนอายุน้อยอาจใช้วิธี intermittentfasting (IF) 16/8 เพื่อช่วยลดน้ำหนักในช่วงแรกก็ได้ ทั้งนี้การลดน้ำหนักนอกจากจะช่วยให้ตับดีขึ้นแล้ว ยังจะช่วยทำให้โรคทางเมตาบอลิกอื่นๆ ที่พบร่วมดีขึ้นด้วย เช่น การควบคุมระดับน้ำตาล ระดับไขมัน และความดันโลหิต

ยาที่มีผลการวิจัยพบว่าสามารถลดการสะสมของไขมันและการอักเสบของตับ ได้แก่ วิตามินอี ซึ่งออกฤทธิ์ต่อต้านสารอนุมูลอิสระ และยารักษาโรคเบาหวาน ได้แก่ ไพโอกลิทาโซน และ เซมากลูไทด์ อย่างไรก็ตาม ยารักษาโรคไขมันพอกตับ มีทั้งประโยชน์และโทษ ควรเลือกใช้เฉพาะรายที่เหมาะสมภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันจากงานวิจัยคุณภาพสูงในมนุษย์ว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอื่นๆ จะมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคไขมันพอกตับ

รศ.(พิเศษ) นพ.เฉลิมรัฐ บัญชรเทวกุล

หน่วยโรคทางเดินอาหารและตับ กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
08:54 น. สั่งลงโทษคนขับแล้ว!! ขสมก. แจง ปมรถเมล์สาย 204 จอดคร่อมราง ขณะรถไฟกำลังขับผ่าน
08:53 น. สหรัฐฯถล่มอิหร่านต่อเนื่องคืนที่ 13 ทรัมป์ขู่พร้อมเปิดศึกครั้งใหญ่ที่สุด
08:32 น. เปลี่ยนตัว รมว.กห. ดีมั้ย! น้าทิวา โพสต์แรง ปมสั่งเบรกคำว่าไล่ล่าโจรใต้
08:20 น. สาวอัดคลิปโอด รปภ. โรงแรมดังกั้นถนนให้รถออก ทำจราจรอัมพาต 90 นาที
08:05 น. กอ.รมน.ภาค 4 โต้ข่าวปลอม! ยันไม่ได้จัดฉากยิงจุดตรวจบูเก๊ะซามี วอนอย่าแชร์ภาพ AI ไร้หลักฐาน
ดูทั้งหมด
จากเพลงต้องห้ามสู่ตำนาน อ.ไชยันต์ เปิดมุมมองชาวจีนยุคใหม่ต่อ เติ้งลี่จวิน และเพลงเถียนมี่มี่
แฟนคลับแห่ยินดี สมปอง เตรียมเป็นคุณพ่อ หลังภรรยาตั้งครรภ์ลูกคนแรกแล้ว
ในหลวง พระราชทานนามพรรณไม้ใหม่ พิมลลักษณ์ เฉลิมพระเกียรติ พระราชินี
ไอศกรีมไทยคือที่สุด! สถานทูตสวีเดน รีวิว ไอศกรีมกะทิ นักการทูต บอก อร่อย-คุ้มค่า
กระทรวงสาธารณสุข ไขข้อข้องใจ สูบบุหรี่ในบ้านตัวเอง ควันลอยเข้าบ้านคนอื่น มีสิทธิ หรือ ผิดกฎหมาย?
ดูทั้งหมด
แพทย์………. ประมาท?
ลุย
บิดเบือนจนเรื่องที่มีประโยชน์ ดูเลวร้ายราวไม่เหลืออะไรดี
บุคคลแนวหน้า : 24 กรกฎาคม 2569
อย่ายุบ กยศ. แต่ต้องทำลายวิธีคิดแบบราชการ ผ่าวิกฤต กยศ. พบทางออกที่ยั่งยืน
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สั่งลงโทษคนขับแล้ว!! ขสมก. แจง ปมรถเมล์สาย 204 จอดคร่อมราง ขณะรถไฟกำลังขับผ่าน

สหรัฐฯถล่มอิหร่านต่อเนื่องคืนที่ 13 ทรัมป์ขู่พร้อมเปิดศึกครั้งใหญ่ที่สุด

ทัวร์ลงหนัก นายกฯญี่ปุ่น โพสต์บ่นยาวเหยียดงานหนัก นอนได้แค่ 0-3 ชั่วโมงต่อวัน

กกต.จ่อเอาผิดมือมืดปล่อยข้อมูลคณะ 26 สอบฮั้ว สว.

‘The Woman’ ภาพยนตร์แห่งแรงบันดาลใจ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น ‘แม่’ และ ‘รอยยิ้มแห่งแผ่นดิน’ จุดประกายความสว่างไสวแก่ชีวิตพสกนิกรไทยชั่วนิรันดร์ ตอน ‘She is My Smile’ EP.1

ทัวร์ลงยับ! รอมฎอน หลังโพสต์ปมคนร้ายโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ดับ 5 นาย

  • Breaking News
  • สั่งลงโทษคนขับแล้ว!! ขสมก. แจง ปมรถเมล์สาย 204 จอดคร่อมราง ขณะรถไฟกำลังขับผ่าน สั่งลงโทษคนขับแล้ว!! ขสมก. แจง ปมรถเมล์สาย 204 จอดคร่อมราง ขณะรถไฟกำลังขับผ่าน
  • สหรัฐฯถล่มอิหร่านต่อเนื่องคืนที่ 13 ทรัมป์ขู่พร้อมเปิดศึกครั้งใหญ่ที่สุด สหรัฐฯถล่มอิหร่านต่อเนื่องคืนที่ 13 ทรัมป์ขู่พร้อมเปิดศึกครั้งใหญ่ที่สุด
  • เปลี่ยนตัว รมว.กห. ดีมั้ย! น้าทิวา โพสต์แรง ปมสั่งเบรกคำว่าไล่ล่าโจรใต้ เปลี่ยนตัว รมว.กห. ดีมั้ย! น้าทิวา โพสต์แรง ปมสั่งเบรกคำว่าไล่ล่าโจรใต้
  • สาวอัดคลิปโอด รปภ. โรงแรมดังกั้นถนนให้รถออก ทำจราจรอัมพาต 90 นาที สาวอัดคลิปโอด รปภ. โรงแรมดังกั้นถนนให้รถออก ทำจราจรอัมพาต 90 นาที
  • กอ.รมน.ภาค 4 โต้ข่าวปลอม! ยันไม่ได้จัดฉากยิงจุดตรวจบูเก๊ะซามี วอนอย่าแชร์ภาพ AI ไร้หลักฐาน กอ.รมน.ภาค 4 โต้ข่าวปลอม! ยันไม่ได้จัดฉากยิงจุดตรวจบูเก๊ะซามี วอนอย่าแชร์ภาพ AI ไร้หลักฐาน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

รู้ทันโรคเอดส์...ป้องกันได้ รักษาได้ ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

รู้ทันโรคเอดส์...ป้องกันได้ รักษาได้ ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

18 ก.ค. 2569

สุขภาพตา by สมาคมจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ‘เพราะดวงตาคือหน้าต่างของสมอง ตามัว ภาพซ้อน สมองกำลังบอกอะไรคุณ’

สุขภาพตา by สมาคมจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ‘เพราะดวงตาคือหน้าต่างของสมอง ตามัว ภาพซ้อน สมองกำลังบอกอะไรคุณ’

11 ก.ค. 2569

สัญญาณเตือนภัยจากโรคหัวใจ…ที่ควรใส่ใจ

สัญญาณเตือนภัยจากโรคหัวใจ…ที่ควรใส่ใจ

4 ก.ค. 2569

Clubhouse รู้เรื่องตาสู่ประชาชน by ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย  ‘เป็นต้อกระจก ไม่ตกกระใจ’

Clubhouse รู้เรื่องตาสู่ประชาชน by ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ‘เป็นต้อกระจก ไม่ตกกระใจ’

26 มิ.ย. 2569

Upper Airway Stimulation (UAS) ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ไม่สามารถใช้ CPAP ได้  ‘UAS เหมาะสำหรับผู้ป่วยบางกลุ่มเท่านั้น และต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ’

Upper Airway Stimulation (UAS) ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ไม่สามารถใช้ CPAP ได้ ‘UAS เหมาะสำหรับผู้ป่วยบางกลุ่มเท่านั้น และต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ’

20 มิ.ย. 2569

โรคด่างขาว

โรคด่างขาว

13 มิ.ย. 2569

ภาวะ Burnout

ภาวะ Burnout

6 มิ.ย. 2569

หมอชวนรู้โดยแพทยสภา ตอนที่ 295  ‘มือสั่น เดินช้า’ เป็นพาร์กินสันจากยาได้หรือไม่?

หมอชวนรู้โดยแพทยสภา ตอนที่ 295 ‘มือสั่น เดินช้า’ เป็นพาร์กินสันจากยาได้หรือไม่?

30 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved