วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
โรคพาร์กินสันคืออะไร?
เป็นโรคความเสื่อมของเซลล์สมอง ในส่วนที่สร้างสาร “โดปามีน”เป็นสารสื่อประสาทในสมอง ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย และเกี่ยวข้องกับอารมณ์ เมื่อโดปามีนในสมองลดลง จึงมีอาการกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง มือสั่น ทรงตัวลำบาก เดินช้า มักพบในผู้สูงอายุ อาการค่อยๆ เป็นมากขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มือสั่นจะเป็นพาร์กินสัน
ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการคล้ายโรคพาร์กินสันได้
กระทรวงสาธารณสุขเตือน: ยาซินนาริซีน และ ฟลูนาริซีน อาจทำให้เกิดอาการคล้ายโรคพาร์กินสันจากยา ยาอื่นบางชนิด เช่น ยาจิตเวช และยาแก้คลื่นไส้อาเจียน ก็อาจทำให้เกิดอาการลักษณะนี้ได้เช่นกัน อาการคล้ายโรคพาร์กินสัน อาจเกิดจากยา
ทำไมยาถึงทำให้มือสั่นเดินช้าคล้ายโรคพาร์กินสัน?
ยาบางชนิดขัดขวางการทำงานของโดปามีน การเคลื่อนไหวจึงช้าลง มืออาจสั่น ตัวอาจแข็ง หรือทรงตัวลำบาก อาการจึงคล้ายโรคพาร์กินสัน เมื่อแพทย์พิจารณาหยุด หรือปรับยา อาการมักดีขึ้น (แต่บางอาการอาจอยู่ถาวร)
รู้คำเตือนของซินนาริซีนและฟลูนาริซีน ช่วยลดความเสี่ยง
คำเตือนจากกระทรวงสาธารณสุข เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม 1.ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน 2.ไม่ควรใช้ยาฟลูนาริซีนร่วมกับยาซินนาริซีน เนื่องจากอาจไม่ปลอดภัย 3.ระมัดระวังการใช้ยานี้ เพราะอาจทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น เคลื่อนไหวช้า แข็งเกร็ง มือสั่นขณะอยู่เฉย ทรงตัวลำบาก (Parkinsonism หรือ extrapyramidal syndromes) และอาการซึมเศร้า 4.กรณีต้องใช้ยานี้ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ #ให้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย 5.ระมัดระวังการขับขี่ยานยนต์หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือทำงานที่เสี่ยงต่อการพลัดตกจากที่สูง เพราะยานี้อาจทำให้ “ง่วงนอน”
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป?
ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอายุมากกว่า 60 ปี เพศหญิง มีความเสี่ยงมากกว่าเพศชาย ผู้ใช้ยานี้ต่อเนื่องนาน โดยเฉพาะเมื่อใช้ตั้งแต่ 60 วันขึ้นไป ผู้ใช้ยากลุ่มเสี่ยงร่วมกัน เช่น ใช้ซินนาริซีนร่วมกับฟลูนาริซีน หรือใช้ร่วมกับ ยาจิตเวช หรือยาแก้คลื่นไส้อาเจียนบางชนิด ผู้เป็นโรคพาร์กินสัน หรือมีอาการสั่นอยู่เดิม อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น ผู้มีประวัติซึมเศร้า อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น
รู้ความเสี่ยงก่อนใช้ยาเลี่ยงอาการคล้ายโรคพาร์กินสันจากยา
อย่าหลงเชื่อว่าเป็นยาบำรุงสมอง ซินนาริซีน และ ฟลูนาริซีน ขึ้นทะเบียนเพื่อใช้รักษาอาการเวียนศีรษะหรือบ้านหมุน จากความผิดปกติของอวัยวะทรงตัวในหูชั้นใน ส่วน ฟลูนาริซีน มีข้อบ่งใช้ในการป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรนที่มีสาเหตุจากความผิดปกติของอวัยวะทรงตัวในหูชั้นใน ยาทั้งสองชนิดไม่ได้ขึ้นทะเบียนเพื่อใช้บำรุงสมอง หรือเพิ่มความจำ การใช้ยากับโรคหรืออาการที่ไม่ได้รับการรับรอง นอกจากไม่ได้ผล ยังเสี่ยงอันตรายจากผลข้างเคียง
ไม่ใช่ยาบำรุงสมองใช้ต่อเนื่องเสี่ยงเกิดผลข้างเคียง
รู้ทัน ป้องกัน “อาการคล้ายโรคพาร์กินสัน” จากยา โดยใช้ยาแก้เวียนศีรษะที่ปลอดภัยกว่าเป็นอันดับแรกใช้ในช่วงสั้น ๆ กรณีเวียนศีรษะ ถ้าใช้เกิน 2 สัปดาห์ เช่น ป้องกันไมเกรน ให้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ควรใช้ต่อเนื่องโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ทั้งนี้ หากมีอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ ควรรีบแจ้งแพทย์
“รู้แล้ว บอกต่อ” โดยแชร์ข้อมูลนี้ให้ครอบครัวและคนรอบข้าง โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1Boi325qNr/
บทความโดย
คณะทำงานด้านวิชาการเพื่อการใช้ยาอย่างสมเหตุผล แพทยสภา
ร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
สมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย และชมรมโรคพาร์กินสันไทย

ล้มทั้ง5ญัตติ คว่ำกมธ.แลนด์บริดจ์ ส่งแค่ข้อเสนอให้ครม.
โอ๊ยเล่าเรื่อง เทอม4 (HauntedUniversities4)
หน้าหงายขณะไปวัดขอขมาศพ ต่อยผอ.เมาขับ เพื่อนไรเดอร์โกรธแค้น
มติสภาโหวตท่วมท้น อุ้มสส.สีเทา ไม่ส่งตัว‘ชนนพัฒฐ์’ โยงคดีฟอกเงิน-เว็บพนัน
ฟีเวอร์จนถึงวันสุดท้าย พุ่ง26ล้านคน ปิดลงไทยช่วยไทยพลัส รบ.ปลื้มกระแสตอบรับดี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี