วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569
การรักษาโรคในสัตว์เลี้ยงด้วยสเต็มเซลล์นับเป็นวิวัฒนาการของวงการสัตวแพทย์ในยุคใหม่ วันนี้จะชวนคุณคุยเรื่อง Mesenchymal stem cells (เมเซนไคมัลสเต็มเซลล์) ในสัตว์เลี้ยง เพราะมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องสเต็มเซลล์กับการรักษาโรคในสัตว์ สืบเนื่องจากวันก่อนได้ออกตรวจแล้วพบแมวป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง เจ้าของแมวอยากจะใช้สเต็มเซลล์ในการรักษา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในทางสัตวแพทย์ จึงขอนำข้อมูลนี้มาเล่าสู่กันฟัง
ในทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู กำ ลังเป็นที่สนใจอย่างมากในวงการสัตวแพทย์โลก เนื่องจากความสามารถในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหายซึ่งยากต่อการรักษาด้วยวิธีดั้งเดิม ดังนั้นหนึ่งในความก้าวหน้าที่สำคัญของการรักษาโรคคือการใช้เมเซนไคมัล สเต็มเซลล์ (Mesenchymal Stem Cells: MSCs) ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดชนิดหลายศักยภาพ ที่มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูและปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันอย่างโดดเด่น
MSCs สามารถแยกได้จากเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย เช่น ไขกระดูก เนื้อเยื่อไขมัน และเนื้อเยื่อจากสายสะดือ ซึ่งเป็นแหล่งที่ให้ผลผลิตเซลล์สูงและมีความสามารถในการเพิ่มจำนวนได้ดีในสัตว์เลี้ยง
จากบทความวิชาการจะมุ่งเน้นไปที่การใช้ MSCs ในสนัขและแมวเป็นหลัก ซึ่งถูกนำมารักษาด้วยวิธีนี้มากที่สุดในทางปฏิบัติ โดยศึกษาด้านกลไกการออกฤทธิ์หลัก ด้วยความเข้าใจในยุคแรกที่คิดว่า MSCs จะเข้าไปเปลี่ยนเป็นเซลล์เนื้อเยื่อนั้นๆโดยตรง โดยปัจจุบันงานวิจัยทางวิชาการชี้ให้เห็นว่า กลไกหลักของ MSCs คือการหลั่งสารต่างๆ เพื่อไปกระตุ้นเซลล์ของร่างกายเองให้ซ่อมแซมและลดการอักเสบ แล้วส่งผลต่อ
1. การควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน (Immunomodulation): MSCs สามารถหลั่งสารต่าง ๆ เช่น Prostaglandin E2 (PGE2), Indoleamine 2,3-dioxygenase (IDO), และ Interleukin-10 (IL-10) เพื่อลดการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง เช่น ในโรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) หรือโรคลำไส้อักเสบ (Inflammatory Bowel Disease)
2. การโฮมมิ่ง (Homing): เมื่อได้รับเข้าสู่ร่างกายทางหลอดเลือดดำ (IV) MSCs จะมีความสามารถในการเดินทางไปยังตำแหน่งที่มีการอักเสบ หรือได้รับบาดเจ็บ โดยอาศัยสัญญาณเคมีที่ถูกปล่อยออกมาจากเนื้อเยื่อที่เสียหายนั้น งานวิจัยในสุนัขพบว่า MSCs สามารถไปสะสมที่แผลในกระเพาะปัสสาวะได้ภายใน 10 วัน หลังจากฉีดเข้าร่างกาย
3. การสร้างเส้นเลือดใหม่ (Angiogenesis): MSCs หลั่งปัจจัยการเจริญเติบโตที่ช่วยสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการนำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเนื้อเยื่อที่กำลังถูกซ่อมแซม
แหล่งที่มาและข้อจำกัดของ MSCs ในสัตว์เลี้ยง
คุณสมบัติของ MSCs จะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ของสัตว์และแหล่งที่มาของเซลล์ ซึ่งสัตวแพทย์จำเป็นต้องพิจารณาในการวางแผนการรักษา โดยพิจารณาจากแหล่งที่มา ซึ่งเป็นข้อดีในการรักษาโรคโดยสัตวแพทย์
ส่วนข้อควรพิจารณาประกอบโดยศึกษาจาก
ไขกระดูก (Bone Marrow) มีศักยภาพในการสร้างกระดูกอ่อน (Chondrogenic) สูง เหมาะสำหรับโรคข้อ กระบวนการสกัดเซลล์ต้องใช้การดมยาสลบและเจาะกระดูกรุกรานสูงได้จำนวนเซลล์น้อย
เนื้อเยื่อไขมัน (Adipose Tissue) นิยมใช้ที่สุดในสุนัขและแมว ได้ปริมาณเซลล์สูง เก็บเกี่ยวง่ายกว่าด้วยการตัดชิ้นเนื้อเล็กน้อย ความสามารถในการสร้างกระดูกอ่อนอาจต่ำกว่า BM-MSCs ซึ่งพบในบางการศึกษาวิจัย
เนื้อเยื่อจากรก/สายสะดือ (UC-MSCs) เป็นแหล่งจาก Allogeneic โดยใช้จากสัตว์ที่เป็นผู้บริจาค (donor) เพียงตัวเดียว แต่รักษาได้หลายตัว มีฤทธิ์ต้านการอักเสบดี และมีความเสถียร ทั้งนี้ต้องมีคลังเนื้อเยื่อที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงในสถานพยาบาล
นอกจากนี้ การเลือกใช้เซลล์ Autologous (เซลล์ของสัตว์ป่วยเอง) หรือ Allogeneic (เซลล์จากสัตว์ตัวอื่น) ก็เป็นข้อถกเถียงสำคัญ แม้ Autologous จะปลอดภัยเรื่องการตอบสนองภูมิคุ้มกัน แต่ต้องใช้เวลาเพาะเลี้ยงนาน ซึ่งในสัตว์ป่วยหนักอาจไม่ทันการณ์
ในสัปดาห์หน้า เราจะกลับมาคุยเรื่องนี้กันครับ
น.สพ.นนทษิต ชุติญาณวัฒน์
หน่วยกิจการพิเศษ โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี