วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569
การรักษาโรคในสัตว์เลี้ยงด้วยสเต็มเซลล์นับเป็นวิวัฒนาการของวงการสัตวแพทย์ในยุคใหม่ วันนี้จะชวนคุณคุยเรื่อง Mesenchymal stem cells (เมเซนไคมัลสเต็มเซลล์ หรือ MSCs) ในสัตว์เลี้ยง เพราะมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องสเต็มเซลล์กับการรักษาโรคในสัตว์ สืบเนื่องจากวันก่อนได้ออกตรวจแล้วพบแมวป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง เจ้าของแมวอยากจะใช้สเต็มเซลล์ในการรักษา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในทางสัตวแพทย์ จึงขอนำข้อมูลนี้มาเล่าสู่กันฟังโดยต่อจากสัปดาห์ก่อนนี้ ขอย้อนหลังกลับไปถึงความตอนที่แล้วสักเล็กน้อยว่า MSCs มีแหล่งที่มาดังนี้
ไขกระดูก (Bone Marrow) มีศักยภาพในการสร้างกระดูกอ่อน (Chondrogenic) สูง เหมาะสำหรับโรคข้อ กระบวนการสกัดเซลล์ต้องใช้การดมยาสลบและเจาะกระดูกรุกรานสูง ได้จำนวนเซลล์น้อย
เนื้อเยื่อไขมัน (Adipose Tissue) นิยมใช้ที่สุดในสุนัขและแมว ได้ปริมาณเซลล์สูง เก็บเกี่ยวง่ายกว่าด้วยการตัดชิ้นเนื้อเล็กน้อย ความสามารถในการสร้างกระดูกอ่อนอาจต่ำกว่า BM-MSCs ซึ่งพบในบางการศึกษาวิจัย
เนื้อเยื่อจากรก/สายสะดือ (UC-MSCs) เป็นแหล่งจาก Allogeneic โดยใช้จากสัตว์ที่เป็นผู้บริจาค (donor) เพียงตัวเดียว แต่รักษาได้หลายตัว มีฤทธิ์ต้านการอักเสบดี และมีความเสถียร ทั้งนี้ต้องมีคลังเนื้อเยื่อที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงในสถานพยาบาล
แล้วยังต้องพิจารณาเลือกใช้เซลล์ Autologous (เซลล์ของสัตว์ป่วยเอง) หรือ Allogeneic (เซลล์จากสัตว์ตัวอื่น) ซึ่งยังมีข้อถกเถียงสำคัญ แม้ Autologous จะปลอดภัยเรื่องการตอบสนองภูมิคุ้มกัน แต่ต้องใช้เวลาเพาะเลี้ยงนาน ซึ่งในสัตว์ป่วยหนักอาจไม่ทันการณ์
ส่วน Allogeneic เช่น การใช้สเต็มเซลล์จากม้าที่แข็งแรงไปรักษาม้าตัวอื่น ได้รับการพิสูจน์ว่าปลอดภัยเนื่องจาก MSCs มีการแสดงออกของ MHC ต่ำ ทั้งนี้ MHC คือกลุ่มยีนที่ควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน ทำหน้าที่สร้างโปรตีนบนผิวเซลล์ เพื่อจับชิ้นส่วนสิ่งแปลกปลอม หรือแอนติเจน แล้วนำไปเสนอให้เม็ดเลือดขาวที-เซลล์ (T-cells) ให้รู้จักแล้วทำลายเชื้อโรค นับเป็นหัวใจสำคัญในการต่อสู้กับโรค และยังบ่งบอกถึงความแข็งแรงของสัตว์ได้ดี
การประยุกต์ใช้ทางคลินิกในสุนัขและแมว
1. โรคทางศัลยกรรมกระดูกและข้อ (Orthopedics) คือกลุ่มโรคที่ถูกนำมาใช้มากที่สุดในทางปฏิบัติ เนื่องจากสัตว์เลี้ยงสูงวัยมีปัญหา ข้อเข่าเสื่อม (OA) เพิ่มสูงขึ้น งานวิจัยล่าสุดในปี 2026 แสดงให้เห็นว่า การฉีด MSCs ทางหลอดเลือดดำซ้ำ 2 ครั้งในสุนัขที่เป็น OA ตามธรรมชาติ (Client-owned dogs) สามารถลดความเจ็บปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้ดีกว่ากลุ่มยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่มีอาการไม่พึงประสงค์รุนแรง นอกจากนี้ยังมีการใช้ MSCs รักษาเอ็นฝ่าเท้าอักเสบในม้าและสุนัขทำงาน ซึ่งให้ผลดีในการลดการเกิดพังผืด
2. โรคระบบอื่น ๆ ที่ตอบสนองต่อการอักเสบ คุณสมบัติปรับภูมิคุ้มกันของ MSCs ทำให้ถูกนำมาใช้รักษาโรคที่ดื้อต่อการรักษา (Refractory) เช่น
· โรคภูมิคุ้มกันทำลายเกล็ดเลือด (ITP): มีรายงานการใช้ Adipose-derived MSCs ในสุนัขที่ดื้อต่อยากดภูมิคุ้มกันมาตรฐาน (Prednisolone) ซึ่งสามารถทำให้โรคสงบได้โดยไม่ต้องใช้สเตียรอยด์ต่อเนื่อง และแก้ไขภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากยาเดิมได้
· โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังในแมว การศึกษาเบื้องต้นพบว่า MSCs สามารถลดคะแนนความรุนแรงของโรคลำไส้อักเสบได้
· โรคไตเรื้อรัง แมวเป็นสัตว์ที่พบโรคไตเรื้อรังได้บ่อย MSCs ถูกศึกษาในฐานะทางเลือกใหม่ เพื่อชะลอการพังทลายของเนื้อไต แต่ก็ยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมในระยะยาว
ความปลอดภัยและความท้าทายของการรักษาโรคในปัจจุบัน จากข้อมูลทางวิชาการล่าสุด การรักษาด้วย MSCs ถือว่าปลอดภัยในสัตว์เลี้ยง อาการไม่พึงประสงค์ที่พบส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อย เช่น ไข้ชั่วคราว หรืออาการแพ้เฉพาะที่ โดยยังไม่มีรายงานการเกิดเนื้องอกจาก MSCs ในสัตว์เลี้ยงตามหลักฐานเชิงประจักษ์ อย่างไรก็ตาม ในวงการสัตวแพทย์ยังไม่มีข้อมูลข้อตกลงร่วมกันว่าปริมาณเซลล์ที่เหมาะสมที่ใช้ควรเป็นเท่าไร เช่น 1 ล้านเซลล์ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือ 20 ล้านเซลล์ต่อโดส เป็นต้น และควรฉีดบ่อยแค่ไหน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาในแต่ละสถานพยาบาลอาจแตกต่างกัน ดังนั้นการวิจัยทางคลินิกเพิ่มเติมเพื่อสร้างแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนสำหรับการพัฒนาเวชศาสตร์ฟื้นฟูในอนาคต
ในสหรัฐอเมริกา FDA จัดให้ผลิตภัณฑ์ Animal Cell and Tissue Products (ACTPs) รวมถึง MSC ส่วนใหญ่เป็นยา จึงยังไม่มีผลิตภัณฑ์ใดได้รับอนุมัติสำหรับสัตว์ โดย FDA ได้ออกจดหมายเตือนบริษัทที่จำหน่าย MSC ที่ไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งเผยแพร่แนวปฏิบัติแล้วหลายฉบับ เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ดีในการผลิต Mesenchymal stem cell เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในเวชศาสตร์ฟื้นฟูสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรังและการบาดเจ็บของโครงสร้างร่างกายที่ไม่สามารถรักษาหายได้เอง เช่น ข้อเข่าเสื่อมและเอ็นอักเสบ และเพื่อช่วยการทำความเข้าใจกลไกการออกฤทธิ์ และความแตกต่างของแหล่งที่มาของสเต็มเซลล์ จะช่วยให้สัตวแพทย์สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์ป่วยต่อไป
น.สพ.นนทษิต ชุติญาณวัฒน์
หน่วยกิจการพิเศษ โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

ชนะต่อเนื่อง!ลูกยางสาวท็อปฟอร์มทุบแคนาดา
ชาวบ้านฮือไล่ เจ้าอาวาสวัดดัง ซดเหล้าในกุฏิ-มั่วสีกา-เล่นพนัน ขู่ใครแฉจะทำของใส่ให้ตาย
หดหู่หัวใจ ครูเยี่ยมบ้านนักเรียนหญิง อาศัยอยู่ใต้สะพาน ไร้น้ำ-ไฟฟ้า (คลิป)
ด่วน อิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่เรือทุกลำห้ามเข้าใกล้ หลังอิสราเอลละเมิดหยุดยิง
อนุชา ลงพื้นที่ เหตุระเบียงอาคารถล่ม ย้ำเป็นอีกบทเรียนที่ ผู้ว่ากทม.คนต่อไป ต้องให้ความสำคัญ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี