การรักษาโรคในสัตว์เลี้ยงด้วยสเต็มเซลล์นับเป็นวิวัฒนาการของวงการสัตวแพทย์ในยุคใหม่ วันนี้จะชวนคุณคุยเรื่อง Mesenchymal stem cells (เมเซนไคมัลสเต็มเซลล์ หรือ MSCs) ในสัตว์เลี้ยง เพราะมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องสเต็มเซลล์กับการรักษาโรคในสัตว์ สืบเนื่องจากวันก่อนได้ออกตรวจแล้วพบแมวป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง เจ้าของแมวอยากจะใช้สเต็มเซลล์ในการรักษา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในทางสัตวแพทย์ จึงขอนำข้อมูลนี้มาเล่าสู่กันฟังโดยต่อจากสัปดาห์ก่อนนี้ ขอย้อนหลังกลับไปถึงความตอนที่แล้วสักเล็กน้อยว่า MSCs มีแหล่งที่มาดังนี้
ไขกระดูก (Bone Marrow) มีศักยภาพในการสร้างกระดูกอ่อน (Chondrogenic) สูง เหมาะสำหรับโรคข้อ กระบวนการสกัดเซลล์ต้องใช้การดมยาสลบและเจาะกระดูกรุกรานสูง ได้จำนวนเซลล์น้อย
เนื้อเยื่อไขมัน (Adipose Tissue) นิยมใช้ที่สุดในสุนัขและแมว ได้ปริมาณเซลล์สูง เก็บเกี่ยวง่ายกว่าด้วยการตัดชิ้นเนื้อเล็กน้อย ความสามารถในการสร้างกระดูกอ่อนอาจต่ำกว่า BM-MSCs ซึ่งพบในบางการศึกษาวิจัย
เนื้อเยื่อจากรก/สายสะดือ (UC-MSCs) เป็นแหล่งจาก Allogeneic โดยใช้จากสัตว์ที่เป็นผู้บริจาค (donor) เพียงตัวเดียว แต่รักษาได้หลายตัว มีฤทธิ์ต้านการอักเสบดี และมีความเสถียร ทั้งนี้ต้องมีคลังเนื้อเยื่อที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงในสถานพยาบาล
แล้วยังต้องพิจารณาเลือกใช้เซลล์ Autologous (เซลล์ของสัตว์ป่วยเอง) หรือ Allogeneic (เซลล์จากสัตว์ตัวอื่น) ซึ่งยังมีข้อถกเถียงสำคัญ แม้ Autologous จะปลอดภัยเรื่องการตอบสนองภูมิคุ้มกัน แต่ต้องใช้เวลาเพาะเลี้ยงนาน ซึ่งในสัตว์ป่วยหนักอาจไม่ทันการณ์
ส่วน Allogeneic เช่น การใช้สเต็มเซลล์จากม้าที่แข็งแรงไปรักษาม้าตัวอื่น ได้รับการพิสูจน์ว่าปลอดภัยเนื่องจาก MSCs มีการแสดงออกของ MHC ต่ำ ทั้งนี้ MHC คือกลุ่มยีนที่ควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน ทำหน้าที่สร้างโปรตีนบนผิวเซลล์ เพื่อจับชิ้นส่วนสิ่งแปลกปลอม หรือแอนติเจน แล้วนำไปเสนอให้เม็ดเลือดขาวที-เซลล์ (T-cells) ให้รู้จักแล้วทำลายเชื้อโรค นับเป็นหัวใจสำคัญในการต่อสู้กับโรค และยังบ่งบอกถึงความแข็งแรงของสัตว์ได้ดี
การประยุกต์ใช้ทางคลินิกในสุนัขและแมว
1. โรคทางศัลยกรรมกระดูกและข้อ (Orthopedics) คือกลุ่มโรคที่ถูกนำมาใช้มากที่สุดในทางปฏิบัติ เนื่องจากสัตว์เลี้ยงสูงวัยมีปัญหา ข้อเข่าเสื่อม (OA) เพิ่มสูงขึ้น งานวิจัยล่าสุดในปี 2026 แสดงให้เห็นว่า การฉีด MSCs ทางหลอดเลือดดำซ้ำ 2 ครั้งในสุนัขที่เป็น OA ตามธรรมชาติ (Client-owned dogs) สามารถลดความเจ็บปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้ดีกว่ากลุ่มยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่มีอาการไม่พึงประสงค์รุนแรง นอกจากนี้ยังมีการใช้ MSCs รักษาเอ็นฝ่าเท้าอักเสบในม้าและสุนัขทำงาน ซึ่งให้ผลดีในการลดการเกิดพังผืด
2. โรคระบบอื่น ๆ ที่ตอบสนองต่อการอักเสบ คุณสมบัติปรับภูมิคุ้มกันของ MSCs ทำให้ถูกนำมาใช้รักษาโรคที่ดื้อต่อการรักษา (Refractory) เช่น
· โรคภูมิคุ้มกันทำลายเกล็ดเลือด (ITP): มีรายงานการใช้ Adipose-derived MSCs ในสุนัขที่ดื้อต่อยากดภูมิคุ้มกันมาตรฐาน (Prednisolone) ซึ่งสามารถทำให้โรคสงบได้โดยไม่ต้องใช้สเตียรอยด์ต่อเนื่อง และแก้ไขภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากยาเดิมได้
· โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังในแมว การศึกษาเบื้องต้นพบว่า MSCs สามารถลดคะแนนความรุนแรงของโรคลำไส้อักเสบได้
· โรคไตเรื้อรัง แมวเป็นสัตว์ที่พบโรคไตเรื้อรังได้บ่อย MSCs ถูกศึกษาในฐานะทางเลือกใหม่ เพื่อชะลอการพังทลายของเนื้อไต แต่ก็ยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมในระยะยาว
ความปลอดภัยและความท้าทายของการรักษาโรคในปัจจุบัน จากข้อมูลทางวิชาการล่าสุด การรักษาด้วย MSCs ถือว่าปลอดภัยในสัตว์เลี้ยง อาการไม่พึงประสงค์ที่พบส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อย เช่น ไข้ชั่วคราว หรืออาการแพ้เฉพาะที่ โดยยังไม่มีรายงานการเกิดเนื้องอกจาก MSCs ในสัตว์เลี้ยงตามหลักฐานเชิงประจักษ์ อย่างไรก็ตาม ในวงการสัตวแพทย์ยังไม่มีข้อมูลข้อตกลงร่วมกันว่าปริมาณเซลล์ที่เหมาะสมที่ใช้ควรเป็นเท่าไร เช่น 1 ล้านเซลล์ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือ 20 ล้านเซลล์ต่อโดส เป็นต้น และควรฉีดบ่อยแค่ไหน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาในแต่ละสถานพยาบาลอาจแตกต่างกัน ดังนั้นการวิจัยทางคลินิกเพิ่มเติมเพื่อสร้างแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนสำหรับการพัฒนาเวชศาสตร์ฟื้นฟูในอนาคต
ในสหรัฐอเมริกา FDA จัดให้ผลิตภัณฑ์ Animal Cell and Tissue Products (ACTPs) รวมถึง MSC ส่วนใหญ่เป็นยา จึงยังไม่มีผลิตภัณฑ์ใดได้รับอนุมัติสำหรับสัตว์ โดย FDA ได้ออกจดหมายเตือนบริษัทที่จำหน่าย MSC ที่ไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งเผยแพร่แนวปฏิบัติแล้วหลายฉบับ เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ดีในการผลิต Mesenchymal stem cell เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในเวชศาสตร์ฟื้นฟูสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรังและการบาดเจ็บของโครงสร้างร่างกายที่ไม่สามารถรักษาหายได้เอง เช่น ข้อเข่าเสื่อมและเอ็นอักเสบ และเพื่อช่วยการทำความเข้าใจกลไกการออกฤทธิ์ และความแตกต่างของแหล่งที่มาของสเต็มเซลล์ จะช่วยให้สัตวแพทย์สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์ป่วยต่อไป
น.สพ.นนทษิต ชุติญาณวัฒน์
หน่วยกิจการพิเศษ โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี