วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 30 พฤษภาคม 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย หรือ หมอวี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และรองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิพากษ์นโยบาย อาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) ที่รัฐบาลประกาศผลักดัน โดยมีข้อความว่า "อาสาพยาบาล ต้องคิดให้ดีก่อนลงมือทำ ช่วงนี้หลายคนถามผมเรื่องนโยบาย "อาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.)" ที่รัฐบาลประกาศออกมา ขอพูดตามที่คิดจริงๆ นะครับ ไม่ใช่ในฐานะนักวิชาการ แต่ในฐานะหมอที่เคยทำงานในระบบมา และตอนนี้นั่งอยู่ในสภาที่ต้องโหวตนโยบายเหล่านี้ และนี่คือสิ่งที่ผมจะถามกับผู้ริเริ่มนโยบาย
เริ่มจากสิ่งที่ดีก่อนนะครับ
ผู้สูงอายุไทยเพิ่มขึ้นเร็วมาก คนป่วยเรื้อรังมีมากขึ้นทุกปี แต่พยาบาลและหมอในชุมชนยังขาดแคลน ความคิดที่จะสร้างคนกลางดูแลประชาชนถึงบ้านนั้น ถูกทิศทาง และมีงานวิจัยจากหลายประเทศยืนยันว่าการใช้บุคลากรสุขภาพชุมชนที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางสามารถเป็นมาตรการที่คุ้มค่าในประเทศรายได้ปานกลาง ไม่ใช่ไอเดียใหม่ที่ผิดพลาด
แต่นี่คือสิ่งที่ผมเป็นห่วง

ข้อแรก เราไม่ได้ขาดคน แต่เราขาดระบบที่ดีต่างหาก ปัจจุบัน อสม. กว่า 1.08 ล้านคนทั่วประเทศ ทำหน้าที่เยี่ยมบ้าน คัดกรองโรค ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงอยู่แล้ว และยังมีระบบ Caregiver (CG) ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงอีกชั้น
คำถามที่ผมอยากให้รัฐบาลตอบก่อนก็คือ งานที่ อสพ. จะทำ มันต่างจากที่สองกลุ่มนี้ทำอยู่ตรงไหน? บุคลากรในพื้นที่หลายคนมองว่าภารกิจที่กำหนดมานั้นซ้ำกับ CG และ อสม. (ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพแล้ว) ถ้าตอบไม่ได้ชัด ก็จะเกิดการเกี่ยงงาน สับสนในพื้นที่ ปัญหานี้เกิดขึ้นแน่นอน และสุดท้ายงานก็ไม่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
.jpg)
ข้อสอง — ตัวเลขงบที่ต้องพูดถึง 54,000 ล้าน อสพ. จะได้รับค่าตอบแทนรายเดือนขั้นต่ำไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท ฟังดูสมเหตุสมผลสำหรับคนหนึ่งคน แต่ถ้าเป้าหมายระยะยาวคือขยายให้ครบ 3 แสนคนทั่วทุกหมู่บ้านภายใน 4 ปี เราจะใช้งบประมาณปีละกว่า 54,000 ล้านบาทเฉพาะค่าตอบแทนอย่างเดียว ยังไม่นับค่าฝึกอบรม ค่าบริหารจัดการ และค่าอุปกรณ์
ในขณะที่โรงพยาบาลทั่วประเทศกำลังขาดทุนสะสม ขอผมถามตรงๆ ว่า เงินก้อนนี้ ถ้าเอาไปเพิ่มค่าตอบแทน อสม. ที่มีอยู่ 1 ล้านคน หรือเอาไปเพิ่มพยาบาลและหมอในระบบ มันจะคุ้มกว่าไหม?

ข้อสาม — 15,000 บาท สูงกว่าเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลและพยาบาลบางคน นี่คือประเด็นที่ละเอียดอ่อนมากครับ ค่าตอบแทน 15,000 บาทต่อเดือนนั้น อาจสูงกว่าค่าตอบแทนเริ่มต้นของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล และแม้แต่พยาบาลบางส่วนด้วยซ้ำ ที่อยู่ราว 12,000 บาทต่อเดือน พยาบาลที่เรียน 4 ปี สอบใบประกอบโรคศิลปะ รับผิดชอบชีวิตคน อาจได้เงินน้อยกว่าคนที่เพิ่งอบรม 2-4 เดือน ผมไม่ได้บอกว่าไม่ควรให้ค่าตอบแทนที่ดี แต่ความไม่สมดุลแบบนี้ถ้าไม่แก้ มันจะกัดเซาะขวัญกำลังใจของคนในระบบวิชาชีพจริงๆ
ข้อสี่ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดข้อผิดพลาด? กรอบกำกับดูแลทางกฎหมายยังไม่ชัดเจน เมื่อ อสพ. วัดสัญญาณชีพ ทำแผล ติดตามการใช้ยา แต่ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น ใครรับผิดชอบครับ? ตัว อสพ. เอง? โรงพยาบาลที่กำกับดูแล? หรือกระทรวง? ถ้ายังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน การขยายโครงการออกไปในวงกว้างเป็นความเสี่ยงที่รับไม่ได้ สิ่งที่อยากให้ทำถ้าอยากจะทำจริงๆ หากรัฐบาลจะทำจริงๆ ท่านควรนำร่องในพื้นที่จำกัดก่อน แล้วศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านก่อนขยายทั่วประเทศ กำหนดขอบเขตงาน (Scope of Practice) ให้ชัดว่าทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ และมีกรอบกฎหมายรองรับ พร้อมกับพิจารณาทางเลือกที่อาจคุ้มค่ากว่า เช่น การดึงพยาบาลเกษียณเข้ามาเสริมระบบ แทนการสร้างกำลังคนชั้นใหม่ทั้งหมด
.jpg)
นโยบายที่ดีต้องตอบได้ทั้งว่า "ทำเพื่ออะไร" และ "เงินมาจากไหน รับผิดชอบอย่างไร" ถ้ายังตอบได้ไม่ครบ ขอให้ช้าลงก่อนดีกว่าครับ เพราะชีวิตประชาชนที่รับบริการนั้น ไม่มีโอกาสได้ทดลองผิดพลาด ด้วยความปรารถนาดีจริงๆ
นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภา #DRV #LifestyleMedicine #หมอวี #หมอวีระพันธ์ #อาสาพยาบาล"
หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีชาวเน็ตและบุคลากรทางการแพทย์เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับข้อทักท้วงของ นพ.วีระพันธ์ เช่น
"เป็นข้อทักท้วง ข้อเสนอแนะที่ยอดเยี่ยมครับ"
"ผมเห็นด้วยกับ อจ ทุกประเด็นครับ ในส่วนของระบบงานปฐมภูมิ พื้นที่ก็กำลังอบรม CG และ อสม ทั้งเพิ่มจำนวน และ up skill/re skill ทิศทางนี้กำลังไปได้ดี แม้จะช้า แต่มั่นคง ยั่งยืน อยากให้ผู้กำหนดนโยบาย ช่วยสนับสนุนทิศทางนี้ครับ อจ"
"เคลียร์ ชัดเจน นโยบายที่ดีควรได้รับการพิจารณากลั่นกรองจากผู้เชี่ยวชาญในสายงานด้านนั้นๆ ก่อนนำออกมาใช้จริง"
"เห็นด้วยกับคุณหมอ หวังว่านายกฯ คงนำไปพิจารณาให้รอบคอบด้วย"
"เห็นด้วยค่ะ ให้พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่สาสุขที่เกษียณที่ยังพร้อมในการทำงานช่วยทำงานนี้แทน ค่าตอบแทนเป็นรายเคส ไม่ต้องเป็นรายเดือนค่ะ"
"เห็นด้วยค่ะอาจารย์ อยากให้ลองปรับไปใช้กับสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ เช่น CG กระตุ้นเศรษฐกิจ ของสปสช./อปท. หรือ พิจารณา ให้อาสาพยาบาลเป็นอัตรากำลังที่มีทีมสาธารณสุขดูแล เพื่อกำกับติดตามการทำงานค่ะ"


.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Veerapun Suvannamai
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี