หุ้นเด่น : 31 สิงหาคม 2569

‘อุปสงค์ AI ยังแกร่ง’
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) คาด บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (DELTA) กำไรจะต่ำสุดใน 2Q69 และกลับมาโตได้ทั้ง YoY และ QoQ ใน 3Q69F
จากบทวิเคราะห์ KGI Taiwan Radar monthly IT hardware: “Strong AI server demand intact in 2H26-2027F” ฉบับวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ทีมวิจัย KGI Taiwan ยังคงมองบวกกับแนวโน้มสายโซ่อุปทาน AI จากการที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI คาดว่าอุปสงค์ AI จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการปรับเพิ่มงบลงทุน (CAPEX) ของ CSP ในปี 2569-2570 โดย CSPs ห้าเจ้าใหญ่ปรับเพิ่มอัตราการเติบโตของ CAPEX เป็น 77% YoY ในปี 2569F และ 33% YoY ในปี 2570F (Figure 3) สะท้อนถึงอุปสงค์ที่แข็งแก่รง และข้อจำกัดทางด้านอุปทาน ถึงแม้อุปทานที่ตึงตัวจะเป็นประเด็นความเสี่ยง แต่ทีมวิจัย KGI Taiwan เชื่อว่าอุปทานส่วนประกอบ server AI จะได้รับความสำคัญมากกว่าสินค้าผู้บริโภคอย่าง PCs และ smartphone ดังนั้นทีมวิจัย KGI Taiwan จึงคาดว่ายอดจัดส่ง server ทั่วโลกจะอยู่ที่ 15.5 ล้านเครื่องในปี 2569F (+24% YoY) และ 16.7 ล้านเครื่อง (+8% YoY) ในปี 2570F (Figure 4)
เรายังคงมองว่าอุปสงค์มีแนวโน้มแข็งแกร่ง ในขณะที่ margin ซึ่งกดดันกำไรใน 2Q69 น่าจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ และกลับมาเพิ่มขึ้นใน 3Q69F ทั้งนี้ margin ที่ลดลง 4.9ppt QoQ ใน 2Q69 เป็นเพราะ i) ต้นทุนวัตถุดิบแพงขึ้น (คู่ค้าปรับราคา) ~2.0% ii) ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อจริงกับงบที่ตั้งไว้ (purchase variance) (ในการจัดการวัตถุดิบเพื่อให้ทันกับคำสั่งซื้อ) ~0.5% iii) มีการตั้งสำรองสินค้าคงคลัง ~1.5% และ iv) product mix ~0.9% อย่างไรก็ตามเนื่องจากปัจจัย ii-iv น่าจะดีขึ้นบ้างจากการบริหารจัดการวัตถุดิบภายในบริษัท และอานิสงส์จากการอ่อนค่าของเงินบาท เราจึงคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักใน 2Q69 จะเป็นจุดต่ำสุด และจะดีขึ้นจาก 3Q69 เป็นต้นไป
เรายังคงมองว่า DELTA จะได้อานิสงส์จากกระแสโลก และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ ความกังวลเกี่ยวกับกระแสเงินสด free cash flow ที่ติดลบของ CSPs ห้าเจ้าใหญ่จะฟื้นตัวจากปี 2571 เป็นต้นไป เมื่อมีกำลังการผลิตใหม่ และอุปสงค์เพิ่มเข้ามา ซึ่งจะทำให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (operating cash flows) ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (อ้างอิงจากมุมมองของ KGI Taiwan ในบทวิเคราะห์ AI Bi-Weekly ฉบับวันที่ 24 สิงหาคม 2568) ในขณะที่อุปทานน่าจะยังตึงตัวต่อเนื่อง แต่บริษัทน่าจะเจรจากับลูกค้า และส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ในการเจรจารอบปลายปีนี้ เราปรับลดประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักปี 2569F ลง 18% เพื่อสะท้อนถึงผลประกอบการที่อ่อนแอใน 2Q69 และปี 2570F ลง 4% จากการปรับลดสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนจาก 32.0 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 31.8 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ (Figure 10)
Valuation & action
เราขยับไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570F ที่ 290.0 บาท อิงจาก PER ที่ 85.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของ DELTA +1.0 S.D.) จากเดิม 245.00 บาท เราให้ premium กับหุ้น DELTA เพื่อสะท้อนถึงการที่บริษัทมีสัดส่วนรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AI ประมาณ 40% ของรายได้รวม โดยใช้ PEG (จาก core EPS ปี 2570) ที่ 2.0X นอกจากนี้เรายังปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ขาย” เป็น “ซื้อ”
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

