Logo วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / นายซื่อตรงรักเมืองไทย
นายซื่อตรงรักเมืองไทย

นายซื่อตรงรักเมืองไทย

นายซื่อตรงรักเมืองไทย
วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559, 02.00 น.
ไม่มีของฟรีในโลก

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

กว่าที่คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ชุดกระทรวงพาณิชย์จะสามารถสรุปตัวเลขเรียกค่าเสียหายคดีทุจริตจีทูจี จากอดีตนักการเมืองพรรคเพื่อไทยและข้าราชการรวม 6 คน มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ได้สำเร็จ แม้ยังมีข้อสงสัยเรื่องตัวเลขว่า เพียงพอหรือไม่? แต่ก็ถือว่าสามารถปิดจ๊อบสำเร็จได้ในระดับหนึ่ง และเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่เป็นรูปธรรมในการเรียกคืนงบประมาณและความเป็นธรรมให้ประเทศชาติจากโครงการเกี่ยวกับจำนำข้าว นอกจากนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นรูปธรรมสิ่งแรกที่ชี้ให้เห็นความผิดพลาดและปัญหาโครงการจำนำข้าวและที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแน่นอนว่า คดีอื่นที่เกี่ยวกับการรับจำนำข้าวจะต้องสะดุ้งแน่นอน เพราะรู้แล้วว่ารัฐบาลชุดนี้เอาจริง ทวงคืนสมบัติแผ่นดิน

ดาบที่สองจึงอยู่ที่คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ชุดกระทรวงการคลังผู้พิจารณาเรียกเก็บค่าเสียหายจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งลุ้นกันว่าเมื่อไหร่จะมีคำสั่งเรียกเก็บค่าเสียหายจากยิ่งลักษณ์? จะมีหรือไม่? ถ้ามีแล้วตัวเลขเป็นเท่าไหร่? ใครควรต้องจ่ายบ้าง? ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป


อย่างไรก็ตามไม่ใช่แค่ดำเนินคดีทางแพ่งคดีทุจริตที่เกี่ยวกับจำนำข้าวเท่านั้น ยังมีคดีที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลฯอยู่แล้ว อย่างการดำเนินการทางอาญาคดีเกี่ยวกับจำนำข้าวที่ตอนนี้อยู่ระหว่างไต่สวนพยานฝ่ายจำเลย ที่เหลืออีกไม่นาน ก็น่าจะได้บทสรุปแล้วเช่นกัน? ปัญหาจากการบริหารนโยบายที่ผิดพลาดจนกลายเป็นคดีที่นอกจากเรื่องจำนำข้าวแล้วยังรวมถึงกรณีบริหารงานกักเก็บและระบายน้ำผิดพลาดช่วงปี 2554 ก็ล้วนเกิดจากการตัดสินใจในระดับนโยบายของตัวเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็ต้องรับผิดชอบเอง!!!

ซึ่งแทนที่จะเตรียมข้อมูลสู้คดี พิสูจน์ความบริสุทธิ์ตัวเองตามกระบวนการศาลที่มีอยู่ แต่กลับมีขบวนการเคลื่อนไหวทั้งบนดินและใต้ดิน โจมตีรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาในทำนองว่า คนอื่นก็ผิดเหมือนกัน ถึงขนาดมีกระบวนการปล่อยข่าวใต้ดินและบางสื่อในสังกัด ถึงปัญหาน้ำท่วมว่า นอกจากรัฐบาลตัวเองแล้ว รัฐบาลก่อนหน้าก็มีส่วนทำให้น้ำท่วมเหมือนกัน เลยไปถึงการพยายามสร้างกระแสว่า ถ้าผิดก็ต้องผิดด้วยกันหมด อีกด้านก็สร้างประเด็นจี้เรื่องชื่อฝายและเรื่องประมูลงานในกองทัพเพื่อโยงถึงพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายพล.อ.ประยุทธ์ หวังบีบนายกฯและฝ่ายการเมืองตรงข้าม หยุดโจมตีและวิจารณ์ตัวเอง แต่ผลที่ได้กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะพล.อ.ประยุทธ์ประกาศชัดเจนว่า จะไม่ปกป้องน้องชาย ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย เปิดช่องให้ฝ่ายปฏิบัติทำงานเต็มที่ ไม่ต้องเกรงกลัวอำนาจใดๆ ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯก็ประกาศยอมรับไม่ว่าจะกี่คดี ก็พร้อมให้ทุกองค์กรตรวจสอบ และพร้อมสู้ทุกคดี เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

เรื่องนี้น่าสนใจ เพราะทั้งอภิสิทธิ์และยิ่งลักษณ์ ก็มีคดีค้างคาในชั้นป.ป.ช. คนละกว่า 15 คดี พอๆ กัน อีกคนหนึ่งไม่ได้สร้างกระแสมวลชนเรียกร้องอะไร ทั้งที่มีความเสี่ยงต่อคดีพอกัน แต่เตรียมเอกสารพร้อมสู้คดี เพราะถือเป็นเรื่องเฉพาะตนที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ได้โวยวายเพื่อหวังมวลชนทางการเมืองมาเป็นเกราะป้องกันตัวในวันขึ้นศาล ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำตรงข้ามทุกอย่าง

ว่าไปแล้วคดีของยิ่งลักษณ์ที่สังคมกำลังสนใจ เป็นคดีใหญ่มีอยู่ 2 คดี คือ คดีทุจริตโครงการจำนำข้าว และกรณีป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนประเด็นการบริหารงานกักเก็บ และระบายน้ำผิดพลาดช่วงปี 2554

ในความเป็นจริงทั้ง 2 คดี เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ดีว่า ปัญหาใหญ่เกิดจากการดำเนินงานและการตัดสินใจของยิ่งลักษณ์ ตลอดสมัยที่บริหารประเทศด้วยตนเอง แม้จะมีคนทักท้วงทั้ง 2 เรื่องตลอดช่วงการบริหารนโยบาย ที่ยังแก้ไขได้ทัน แต่กลับปล่อยให้ผิดพลาดต่อไป จนเสียหายรุนแรงต่อประเทศอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ไทยทั้ง 2 เรื่อง อย่างเรื่องบริหารจัดการน้ำผิดพลาดที่สังคมขณะนั้นมองว่า การที่รัฐบาลตัดสินใจกักเก็บน้ำในปริมาณมาก ทำให้หลายเขื่อนใหญ่มีปริมาณน้ำเกินระดับกักเก็บ รวมถึงกรณีตัดสินใจปล่อยน้ำจากเขื่อนรวดเดียว 100 ล้านลูกบาศก์เมตรซึ่งเกินกว่าการปล่อยน้ำทุกปีถึง 5 เท่า? เป็นเหตุให้เขื่อนแตกและน้ำทะลักท่วมหลายจังหวัดภาคกลาง จนในที่สุดก็ท่วมกรุงเทพฯอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนใช่หรือไม่?

กระบวนการตัดสินใจผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้แต่สังคมมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเรื่องน้ำท่วมครั้งนั้นไม่ใช่การตัดสินใจเพียงครั้งเดียว เพราะกระบวนการกินเวลาหลายเดือน นั่นทำให้มีกระบวนการให้แก้ไขและตัดสินใจใหม่หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งผลความเสียหายที่เกิดทั้งหมด ล้วนมาจากการตัดสินใจของผู้นำประเทศที่ปล่อยให้ตัดสินใจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอด 3 เดือน จนเกิดความเสียหายหนัก นิคมอุตสาหกรรมสำคัญระดับประเทศจมบาดาล ภาคธุรกิจและภาคส่งออกหยุดชะงัก เนื่องจากผลิตสินค้าไม่ได้ แรงงานกว่าครึ่งล้านไม่มีงานทำ ท่องเที่ยวซบ ธุรกิจโรงแรมเสียหายหนักหลายเดือน ประชาชนกว่า 13 ล้านคนได้รับผลกระทบ พื้นที่กว่า 150 ล้านไร่เสียหาย ภาคเกษตรได้รับผลกระทบ 11 ล้านไร่ ปศุสัตว์รับผลกระทบกว่า 214,000 ราย ธนาคารโลกประเมินรวมเสียหายกว่า 1.44 ล้านล้านบาท

ทั้งหมดเป็นคำถามที่ต้องมาเตือนใจทุกคนว่า ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงใช่หรือไม่? ใครเป็นผู้รับผิดชอบสั่งการ? หัวโต๊ะระดับผู้นำประเทศขณะนั้นคือใคร? สิ่งที่หลายฝ่ายเตือนแล้วเตือนอีก แต่ไม่ฟัง ดื้อรั้นทำประเทศเสียหาย ใครตัดสินใจ? เมื่อตอบคำถามได้ ค่อยมาคิดต่อว่า ใครควรชดใช้ความเสียหาย? เงินภาษีประชาชนที่ออกให้ก่อนครั้งนั้นเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน เมื่อพิจารณาความผิดเสร็จแล้ว ควรเรียกเก็บกับใคร? ยังไม่นับเรื่องวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณซ่อมสร้างต่างๆ

เช่นเดียวกันคดีจำนำข้าวก็มาจากการตัดสินใจนโยบายที่ใช้งบฯมหาศาลตลอดโครงการ และมีผู้เกี่ยวข้องมากมายหลายส่วน แม้โครงการจะถือว่าให้ประโยชน์กับชาวนาสร้างรายได้มากขึ้น แต่ราคารับซื้อที่เกินมูลค่าตลาดมากขณะนั้น ชาวนากลับเป็นคนส่วนน้อยที่ได้รับประโยชน์ คนส่วนใหญ่ที่ได้ประโยชน์คือ พ่อค้าคนกลางและธุรกิจอื่นๆ ที่อยู่ในโครงการจำนำข้าวใช่หรือไม่? ขณะที่มูลค่าความเสียหายหรือผลขาดทุนแต่ละปี กลับใช้เงินภาษีประชาชนชดใช้ โดยครั้งนั้นมีทั้งป.ป.ช., TDRI ทำหนังสือเตือนให้พิจารณาโครงการใหม่ เพราะพบว่าขั้นตอนดำเนินการเสี่ยงจะเกิดทุจริตและภาวะขาดทุนมหาศาลได้ นอกจากนี้ยังได้รับคำเตือนจากทั้งนักวิชาการ,องค์กรด้านเศรษฐกิจ แม้กระทั่งสภาผู้แทนฯที่พบข้อสงสัย แม้แต่สตง.และกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะป.ป.ช.ที่ทยอยส่งหนังสือท้วงติงรัฐบาลหลายฉบับ แต่รัฐบาลก็ยังดื้อดึงดำเนินการต่อไป จนเสียหายทบรอบหลายรอบหลายแสนล้านบาท ภายหลังปัญหายังบานปลายไปถึงเรื่องข้าวล้นโกดัง,ข้าวคุณภาพต่ำ,ข้าวมีปัญหาไม่เป็นที่ต้องการของตลาดโลก จนขายไม่ได้ ความเสียหายทะยานขึ้นไปอีก นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ประชาชนออกมาต่อต้านรัฐบาลในการชุมนุมครั้งนั้น

ทั้งคดีน้ำท่วมและคดีจำนำข้าวปัญหาล้วนเกิดจากการตัดสินใจนโยบายและผู้นำรัฐบาล ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความเสียหายและผลกระทบตามมาจำนวนมากมิใช่หรือ? แต่บังเอิญว่า ความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ดันสามารถคิดเป็นตัวเงิน ก็เพราะมีเงินภาษีจำนวนหนึ่ง รวมถึงหนี้สาธารณะไปชดใช้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

อย่างคดีจำนำข้าวที่คิดโดยคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว พบว่าเมื่อนับรวมทุกรัฐบาลที่มีโครงการจำนำข้าวเปลือกมาตลอด 10 กว่าปีนั้น เกิดความเสียหายมากกว่า 581,200 ล้านบาท แต่หากนับเฉพาะยุคยิ่งลักษณ์ 3 ปีที่ดำเนินโครงการ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตีตัวเลขความเสียหายถึง 286,640 ล้านบาท ก่อนที่จู่ๆจะลดเหลือ 178,586 ล้านบาท โดยล่าสุดบอกจะให้น.ส.ยิ่งลักษณ์รับผิดชอบเพียง 3.5 หมื่นล้านบาท หรือแค่ 20% แล้วบอกว่าอีก80% ค่อยไปไล่เก็บกับผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม สังคมยังสงสัยเรื่องตัวเลขจำนวนเต็ม 5 แสนกว่าล้านว่า เหลือสองแสนกว่าล้าน และต่อมาเหลือแสนกว่าล้านเองได้อย่างไร ตัวเลขหายไปไหน?

ยังไม่นับตัวเลขอีกชุดที่สังคมสงสัยกรณีคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวที่พบตัวเลขขาดทุนกว่า 2 แสนล้านบาท และหนี้สินคงค้างกว่า 4 แสนล้านบาท อันเป็นผลจากปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการไม่สามารถระบายข้าวในสต๊อกคงคลังได้ มีการทุจริตทุกขั้นตอน รวมถึงการให้ราคาข้าวต่ำกว่าราคากลาง ตัวเลขนี้หายไปไหนและใครจะรับผิดชอบ?

ขณะที่ประเด็นการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด แม้ตอนนี้ยังไม่สรุปมูลค่าความเสียหายและยังไม่มีการชี้มูลความผิด โดยป.ป.ช.อยู่ในชั้นตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก่อน มีคำถามว่า หากจบคดีแล้วใครต้องรับผิดชอบ?

แม้กระทั่งกลุ่มเคลื่อนไหวการเมืองที่สร้างความเดือดร้อนให้ประเทศและงบประมาณแผ่นดิน ทั้งกรณีบุกจับนายกฯที่มหาดไทย ทำลายการประชุมอาเซียน เผาเมืองและเผาศาลากลางจังหวัดปี’53 ทุกอย่างตีค่าเป็นเงินได้ ก็ควรดำเนินคดี เรียกค่าชดใช้ความเสียหายให้หมด อย่างล่าสุดกรณี แกนนำนปช.เสื้อแดงบุกกระทรวงมหาดไทยเพื่อล้อมจับ นายอภิสิทธิ์และใช้อาวุธทำร้าย นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาฯนายกฯจนบาดเจ็บสาหัสเมื่อปี’52 บัดนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วว่า มีความผิดจริง

ปฏิกิริยาตอบโต้จากการเอาจริงของรัฐบาลคสช.ต่อการเอาผิดผู้กระทำผิดไม่ว่าคนนั้นจะเป็นนักการเมืองหรือฝ่ายใดก็ตาม ที่เห็นข่าวการเดินเข้าคุกของทั้งสนธิ,หมอเลี้ยบ และชูวิทย์ ซึ่งทุกคนมาจากทุกค่ายการเมือง ยังไม่นับรวมนักการเมืองทั้งค่ายประชาธิปัตย์และเพื่อไทยที่คดีจ่อขึ้นเขียงหลายคน โอกาสที่แต่ละคนจะโดนตัดสินคดี เดินเข้าคุกแบบไม่รอลงอาญาจึงมีไม่น้อย ไม่แปลกที่บางฝ่ายจะออกมาเคลื่อนไหวปั่นป่วนประเทศโดยอ้างว่าถูกรังแก แต่ไม่สนใจประเด็นที่ว่าทำผิดจริงหรือไม่?

บรรดานักการเมืองรวมทั้งกลุ่มเคลื่อนไหวการเมืองที่ชอบโทษ คสช.ใช้สองมาตรฐาน หรือใช้มาตรา 44 ประเด็นจริงๆควรย้อนไปมองเหตุการณ์ในอดีตก่อนว่า เคยเกิดเรื่องเหล่านี้จริงหรือไม่ เพราะประวัติศาสตร์เกิดขึ้นแล้ว ลบไม่ได้ ถ้าไม่ผิด คงไม่เป็นคดี แต่ถ้าคิดใหม่แล้วยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นเข้าสู่กระบวนการศาลอย่างปกติ ไม่เอามวลชนมากดดัน แม้ถูกตัดสินว่า ผิดและมีบทลงโทษ สังคมไทยก็พร้อมให้อภัยและจะเข้าสู่กระบวนการนิรโทษกรรมที่สังคมยอมรับได้ไม่ยาก

“ทุกประการท่านล้วนสามารถครุ่นคิด หลังจากได้คิดค่อยลงมือกระทำ”


(โกวเล้ง จากเรื่อง ทวนทมิฬ)

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
08:21 น. เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
08:18 น. แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
08:05 น. หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
07:45 น. เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง
07:11 น. ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
อนุโมทนาบุญ 'พระโดม'บวชครบ 1 ปี เดินทางกลับจำวัดที่อเมริกา
โมเมนต์ครอบครัว! คุณแม่ลิซ่าโพสต์ภาพร่วมเฟรม อวยพรวันเกิดลูกสาว
จะได้หายสงสัย! ดร.อานนท์ ร่ายยาว ปมใบปริญญา ศุภจี จาก Northrop University
ชมสด! การออกผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 5 เมษายน 2569
สงครามตะวันออกกลาง
จงเป็นลูกที่พ่อแม่ภูมิใจ
ล่า ‘ไอ้โม่ง’ ต่ออายุ ‘อนุทิน’
Doodle สุนัขผสมยอดนิยมดีจริงหรือ
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู

ปตท.-บางจาก ประกาศราคาใหม่ ดีเซลพรีเมียม ทะลุลิตรละ 70 บาท

มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลฐานปฏิบัติการ เนิน 469-เนิน 741 อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

แผ่นดินไหวขนาด 5.9 เขย่าอัฟกานิสถาน สะเทือนไกลถึงปากีสถาน-อินเดีย

โซเชียลลุกเป็นไฟ ลิซ่า ลลิษา - เดียร์น่า ล่องเรือสุดหรู แท็กทีมแซ่บดีกรีความฮอตพุ่งปรี๊ด

  • Breaking News
  • เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026 เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
  • แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
  • หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช. หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
  • เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง
  • ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ทิ้งไพ่ ทิ้งทวน

ทิ้งไพ่ ทิ้งทวน

11 พ.ค. 2566

นิ่งๆอาจกินเรียบ

นิ่งๆอาจกินเรียบ

4 พ.ค. 2566

ทางเลือกหรือทางรอด?

ทางเลือกหรือทางรอด?

27 เม.ย. 2566

ยังคาดเดาอะไรไม่ได้

ยังคาดเดาอะไรไม่ได้

20 เม.ย. 2566

เปลี่ยนเพื่อไปต่อ

เปลี่ยนเพื่อไปต่อ

13 เม.ย. 2566

ฉากเดิมๆ

ฉากเดิมๆ

6 เม.ย. 2566

ระฆังเริ่มยก

ระฆังเริ่มยก

30 มี.ค. 2566

ล้างไพ่สลายขั้ว

ล้างไพ่สลายขั้ว

23 มี.ค. 2566

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved