วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
.jpg)
การเลือกตั้งของไทยน่าจะแน่นอน ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 นี้
ข่าวเรื่องการเมืองเป็นเรื่องใหญ่สำหรับสื่อ สื่อในเมืองไทยมีบทบาทมากเรื่องการเมือง
ยังจำได้เกือบ 20 ปีที่ผมเคยเป็นโฆษกองค์กรกลางว่า สื่อสนใจเรื่องการเมืองมาก และออกมาทางด้านลบเป็นส่วนใหญ่ ข่าวดีจะไม่พูด ไม่สร้างสรรค์เลย
การรู้ทันสื่อของไทยเป็นเรื่องสำคัญ ต้องจับประเด็นให้ได้ว่า อะไรสำคัญและไม่สำคัญ ยิ่งในปัจจุบันสื่อ Social Media มีบทบาทสูงขึ้น
เรื่องรัฐมนตรี 4 คนเข้าไปเล่นการเมืองอย่างเต็มตัว คือ
1.นายอุตตม สาวนายน
2.นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์
3.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์
4.นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล
.jpg)
ประกาศเป็นผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐแต่ไม่ลาออก ซึ่งอาจารย์วิษณุบอกไม่ผิดกฎหมาย
ในความเห็นของผม แม้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ในด้านจริยธรรมหรือธรรมาภิบาลไม่เหมาะสม
จะเปรียบเทียบให้เห็นว่า ในประเทศสหรัฐ ซึ่งถือเป็นแม่แบบของประชาธิปไตย การเมืองของเขาถือว่า เก่าแก่กว่าเรา ยังมีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล อย่างน้อย 2 เรื่อง
เรื่องแรก ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้เวลาราชการไปหาเสียงเป็นประจำ เดือนหนึ่ง 2 ครั้ง ใช้เงินและเวลาของหลวง ไม่เห็นมีสื่อใดในสหรัฐโจมตีว่า ขาดธรรมาภิบาล ซึ่งแต่ในเมืองไทย ผิดกฎหมายที่ใช้ของหลวง เวลาราชการและงบของราชการ ไม่ได้ผิดแค่ธรรมาภิบาล
ยิ่งไปกว่านั้น การแต่งตั้งผู้พิพากษาคนใหม่ของศาลฎีกาในสหรัฐ ต้องเสนอชื่อโดยประธานาธิบดี
.jpg)
ในเมืองไทยเป็นเรื่องของกต. คณะกรรมการตุลาการ ไม่มีนักการเมืองยุ่งเกี่ยวเลย มีการโจมตีว่า การเมืองมายุ่งเกี่ยว ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับการเมืองไทยแล้ว กต.เป็นองค์กรอิสระ เป็นตัวแทนศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้น มีผู้ทรงคุณวุฒิมาจากการเลือกตั้งของวุฒิสมาชิก 2 คน
การพิจารณาของผู้พิพากษาศาลฎีกาของสหรัฐเต็มไปด้วยปัจจัยทางการเมือง จึงขาดจริยธรรมเป็นอย่างมากเพราะคนที่ทรัมป์เสนอชื่อมีประวัติด่างพร้อยเคยถูกโจมตีเรื่องลวนลามผู้หญิง
สื่อไทยจะวิจารณ์อะไร ก็ดูเหตุการณ์ในต่างประเทศด้วย ไม่ใช่โจมตีการเมืองทางลบ สื่อไทยก็ต้องมีความรู้เปรียบเทียบด้วย ตัวผมเองอยากให้ 4 รัฐมนตรีลาออกเพื่อเป็นแบบอย่างของการปฏิรูปการเมืองไทย แต่ถ้าเปรียบเทียบธรรมาภิบาลของอเมริกาในเรื่องการเมือง เมืองไทยยังมีมาตรฐานดีกว่า รัฐมนตรีอย่างน้อย 2 คนคือ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูลก็เป็นนักการเมืองที่มีคุณภาพ
อาทิตย์นี้ ผมเริ่มการพัฒนาผู้นำของสำนักอนามัยของกทม.ประมาณ 30 คน จะทำต่อไปอีก 4 ครั้ง
.jpg)
ครั้งแรกประทับใจมาก เพราะผู้เข้าร่วมเป็นแพทย์มีความรู้ดี กทม.มีความมุ่งมั่นที่จะดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะที่มีปัญหาสมองเสื่อม ใช้แนวทางการเรียนแบบ LearningHow to Learn กระตุ้นให้ทุกคนไปสู่ความเป็นเลิศให้นำไปคิดและนำไปทำ อย่างน้อย 2 เรื่อง
คือ เรื่อง 2R’s เขาบอกว่า น่าสนใจมาก ความจริงReality คือ ปัญหาผู้สูงอายุ มีมากในกทม. แต่ทำอย่างไรจึงจะทำกันจริงและแก้ปัญหาคือ ตรงประเด็นRelevance จึงเกิดขึ้น ผมยกตัวอย่างว่า กทม.อย่าทำคนเดียว ต้องมี Network โดยเฉพาะหน่วยงานราชการอื่นๆ ชุมชนและนักวิชาการ ภาคธุรกิจ แต่ต้องมี 5 อย่าง
(1) ศรัทธาระหว่างกันคือ Trust
(2) ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง กัดไม่ปล่อย
(3) เน้น นับถือ หรือ Respect
(4) เน้น win/win
(5) เน้น ศักดิ์ศรีของผู้ร่วมงาน
ส่วนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม น่าสนใจมากเพราะผู้จัดเป็น นักศึกษาปริญญาโท เชิญครูประถม มัธยมของจังหวัดนครปฐมมาร่วมฟังร่วมกันคิด ในศาสตร์พระราชากับการเรียนการสอน ผมประทับใจในการทำ Workshop สามารถทำงานมีคุณภาพมาก น่าชื่นชม ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมติดอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้งประเทศ ขอบคุณท่านอธิการบดี ดร.วิรัตน์ ปิ่นแก้วที่มาร่วมในพิธีเปิดและร่วมฟังด้วย ผมหวังว่า จะมีโอกาสได้ร่วมงานกับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมต่อไป
จีระ หงส์ลดารมภ์

เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง
ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี