วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569
ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เผยถึงตัวเลขผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศในไตรมาสที่ 4 ปี 2561 และแนวโน้มปี 2562 หลังการเลือกตั้งโดยมีรายละเอียดที่สำคัญคือไตรมาสที่ 4 ของปี 2561 ขยายตัวร้อยละ 3.7 มากกว่าไตรมาสที่ 3 ที่ขยายตัวร้อยละ 3.2 และเมื่อปรับผลของฤดูออกแล้วเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2561 ขยายตัวจากไตรมาสที่ 3 ปี 2561 ร้อยละ 0.8 รวมปี 2561 เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 4.1 เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 4.0 ในปี 2560 เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ปี เทียบระหว่างปี 2556 กับปี 2561
ในขณะที่การใช้จ่ายของรัฐชะลอตัวกับการลงทุนภาครัฐปรับตัวลดลงการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวในเกณฑ์ร้อยละ 5.3 ต่อเนื่องจากร้อยละ 5.2 ในไตรมาสก่อนหน้าโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการปรับตัวดีขึ้นของฐานรายได้และการจ้างงานในระบบเศรษฐกิจอัตราดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ การดำเนินมาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐทำให้ประชาชนมีรายได้ดีกว่าในปี 2560
ในขณะที่การใช้จ่ายซื้อสินค้ากึ่งคงทนและสินค้าไม่คงทนขยายตัวขึ้นสอดคล้องกับการขยายตัวของดัชนีปริมาณค้าปลีกสินค้ากึ่งคงทนดัชนีปริมาณการนำเข้าสินค้าหมวดสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และดัชนีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และน้ำมันดีเซลที่ขยายตัวร้อยละ 6.8 ร้อยละ 23.2 และร้อยละ 5.8 ตามลำดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ร้อยละ 67.4
ด้านภาคต่างประเทศการส่งออกสินค้าในไตรมาสที่ 4 มีมูลค่า 62,538 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 ชะลอลงจากการขยายตัวร้อยละ 2.6 ในไตรมาสที่ 3 ด้านการผลิต การผลิตสาขาอุตสาหกรรม สาขาการขายส่ง การขายปลีก และการซ่อมแซม สาขาโรงแรมและภัตตาคาร และสาขาการขนส่งและการคมนาคมขยายตัวขึ้นส่วนการผลิตภาคเกษตรและสาขาก่อสร้างชะลอตัวเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราการ
ว่างงานอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 0.9
เศรษฐกิจไทยรวมทั้งปี 2561 ขยายตัวร้อยละ 4.1 มากกว่าปี 2560 ที่ขยายตัวร้อยละ 4.0 เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ปี รายได้ต่อหัวเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ 240,544.9 บาทต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 228,398.4 บาทต่อคนต่อปี ในปี 2560 เสถียรภาพทางเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 1.1 และบัญชีเดินสะพัดเกินดุลร้อยละ 7.4 ของรายได้ประชาชาติปี 2562 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.5-4.5
การบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในปี 2562 ควรให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการส่งออกทั้งปีให้สามารถขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5.0 โดยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการส่งออกสินค้าที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการกีดกันทางการค้าและให้ความช่วยเหลือผู้ส่งออกสินค้าที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งติดตามการเปลี่ยนแปลงของสินค้านำเข้าที่สำคัญๆ ด้วย
คาดว่าในปี 2562 นี้ไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 2.24 ล้านล้านบาท และมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาในไทยประมาณ 41-42 ล้านคน ซึ่งมากเป็นอันดับที่ 4 ของโลก ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของไทยภายหลังการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 จะดีขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปี 2563

พิพัฒน์ โพสต์ ขอบคุณ อนุทิน ไว้วางใจ แจงเจตนาส่งหนังสือลาออก ผอ.ศบก. แสดงความบริสุทธิ์ใจ
ลิซ่า ลลิษา ปล่อยช็อตเด็ดอวดลุคแซ่บริมทะเล สวยสะพรั่งฉลองวันเกิดอายุครบ 29 ปี
กบน. มติขึ้นขึ้นอีก 1.80 บาท ดัน ดีเซลทะลุ 40 บาท
ไวรัลสนั่นโลก สื่อนอกตีข่าว มิสแกรนด์ปทุมฯ วีเนียร์หลุดกลางเวทีประกวดนางงาม
โปรดเกล้าฯ นาวาอากาศเอก ธนาศักดิ์ สีขาว เป็นนายทหารราชองครักษ์ประจำพระองค์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี