วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
l ความคิดสร้างสรรค์ของคน มีอยู่ชั่วชีวิต แต่ต้องมีหลักการสำคัญที่จะต้องเข้าใจและพัฒนาขึ้นเอง เจี๊ยบ & โจ๊ก ลูกรัก
l 1. ผลงานวิจัยล่าสุดของอาจารย์จาก Ohio State University ชื่อ Bruce Weinberg และคณะที่ปรากฏลงในนิตยสาร De Economist พบว่าจริงๆ แล้วคนจะขึ้นถึงจุดสูงสุดของการคิดสร้างสรรค์ใน 2 ช่วง คือ ช่วงอายุ 20 กว่า และ 50 กว่า
- ช่วงอายุ 20 กว่า ขึ้นสูงสุดในอายุ 27 - 29 นั้นความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นเป็นแบบ Conceptual คือการคิดออกนอกกรอบ ท้าทายต่อความคิดเดิมๆ และสามารถคิดไอเดียใหม่ๆ ได้โดยฉับพลัน
- ความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นในช่วง 50 กว่านั้น สูงสุดที่อายุ 57 เป็นแบบ Experimental ที่สะสมความรู้มาจากประสบการณ์และวิชาชีพ ทำให้สามารถค้นหาวิธีการที่จะวิเคราะห์ บูรณาการ และแปลความหมายของข้อมูลได้ในมุมมองใหม่ๆ.....
โดยข้อสรุปกล่าวว่า ร่างกายเรามีช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับกิจกรรมหรือการทำงานที่แตกต่างกัน ก็คงจะต้องหาของตนเองให้เจอเท่านั้นเองครับ
อายุเท่าไรที่คนจะสร้างสรรค์ที่สุด? : รศ.ดร.พสุเดชะรินทร์
http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/647140
l 2.แต่ประสบการณ์ของ “พ่อ” ที่ได้สรุปทบทวนชีวิต “การพัฒนาสร้างสรรค์” ของตนเอง และมีหลักการสำคัญทาง วิทยาศาสตร์การพัฒนาของร่างกายจิตใจและสมองของมนุษย์ที่มนุษย์สามารถพัฒนาสร้างสรรค์ได้ตลอด
และหลักสำคัญของพุทธศาสนา ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ คือ
“ความคิดสร้างสรรค์ของคนเรา” ขึ้นอยู่ที่การพัฒนาและสร้างขึ้นเพราะ มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ ที่สามารถฝึกได้ ทนฺโต เสฏฺโฐ มนุสฺเสสุ (ขุ.ธ.25/33) แปลว่า ในหมู่มนุษย์นั้น ผู้ที่ฝึกแล้วเป็นผู้ประเสริฐสุดมนุษย์ประเสริฐเพราะเป็นสัตว์ที่ฝึกได้ และอีกด้านหนึ่ง คือ “มนุษย์เป็นสัตว์ที่ต้องฝึก” จึงจะประเสริฐสุด
l จากธรรมกถาแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต)
“...มนุษย์เป็นสัตว์ที่ฝึกได้ และต้องฝึก...ความดีเลิศประเสริฐของมนุษย์นั้น อยู่ที่การเรียนรู้ฝึกศึกษาพัฒนาตนขึ้นไป มนุษย์จะเอาดีไม่ได้ ถ้าไม่มีการเรียนรู้ฝึกฝนพัฒนาตน เพราะฉะนั้น เราจึงพูดเต็มว่า “มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐด้วยการฝึก”... ...การที่ชีวิตเป็นอยู่ดำเนินไป ก็คือ การที่ต้องเคลื่อนไหวพบประสบการณ์ใหม่ๆ เจอสถานการณ์ใหม่ๆ ซึ่งจะต้องรู้จัก ต้องเข้าใจ ต้องปฏิบัติหรือจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง... เรียกสั้นๆ ก็คือ สิกขาหรือการศึกษา...ฝรั่งบางพวกว่าชีวิตคือการต่อสู้ บ้างก็ว่าชีวิตเป็นความฝัน แต่ถ้าพูดตามหลักพระพุทธศาสนา ชีวิตคือการศึกษา...”
l 3.ชีวิตและประสบการณ์ของตัวพ่อ : ณวันที่อายุ ก้าวย่างขึ้น ปี 70
- คำสอนที่มาจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์และพระสงฆ์องค์เจ้า ที่ผ่านมาในชีวิตคือ “การสรุปทบทวนชีวิตเป็นประจำ” จะทำให้เราเข้าใจชีวิต การปรับปรุงตนให้เป็นคนดียิ่งขึ้นคือ การมองอดีตที่ผ่านมา“อะไรดี ไม่ดี อะไรที่ทำให้เราสุข ไม่ทุกข์ อะไรที่ทำให้เรามีชีวิตดีขึ้น ฯลฯ”
เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตในปัจจุบันได้ถูกต้อง เพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น
- จากการสรุปบทเรียนเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้ข้อสรุปที่สำคัญของชีวิต คือ “คนเราสามารถสร้างและพัฒนาชีวิตของตนได้ จากการฝึกฝน ทำอย่างต่อเนื่องประจำ” อะไรที่ยาก ที่ไม่เข้าใจ ที่คิดไม่ออกหากเราทำประจำ ทำซ้ำๆ : จะกลายเป็น เรื่องง่าย, เข้าใจ, คิดได้ สิบกว่าปีมานี้ “ตัวเรา” ดูทำอะไรได้มากขึ้นดีขึ้น รู้มากขึ้น, แต่ก็ยังมีเรื่องที่เรา “ไม่รู้” อีกมาก
- ใช้หลัก “อริยสัจ 4” ทุกข์ สมุหทัยนิโรธ มรรค : แก้ปัญหา แก้ทุกข์ที่ต้นเหตุ
มีหลักการ 3 ประการ คือ
หนึ่ง : เรื่องที่สามารถแก้ไขได้ทันที
สอง : เรื่องที่ยาก ต้องอาศัยความพยายามการเอาจริง และการร่วมมือกับผู้ที่เหมาะสม
สาม : เรื่องที่แก้ไม่ได้ หรือ ยังแก้ไม่ได้ ต้องรอ เงื่อนไข ปัจจัยการเปลี่ยนแปลงให้มาถึงก่อน
แต่เรื่องแปลกแต่จริง “ผู้นำส่วนมาก” มักคิดและทำในข้อ 3, เมื่อทำไม่ได้ “จะโกรธ ด่าคนอื่นแทนตัวเอง”
- หัวใจที่สำคัญ คือ “การทำด้วยการให้ ทำด้วยความสุข” ได้เท่าไหร ก็ทำเท่านั้น และพยายามทำความเข้าใจมากขึ้น จากการศึกษาจากผู้นำที่มีประสบการณ์ทั้งจากชีวิตจริงและตำราฯ
- “ใช้ความรู้ สติปัญญา และความเป็นจริง” นำทาง มิใช่ อคติ อวิชชา ความอยากฯ ที่ไม่เป็นจริง
- การรับฟัง : ให้มาก “มากกว่า” การพูดคุยโอ้อวด การตอบโต้ ความต้องการเอาชนะ
- ไม่พูด ในเรื่องที่ไม่รู้จริง เรื่องที่เขาเล่าว่า,ไม่ฟันธง 100% ต้องเป็นอย่างนี้ อย่างนั้น
- หัวใจสำคัญอีกข้อหนึ่ง คือ “เอาจริงมีเป้าหมาย ทำงานหนัก มีแผนงาน และตารางเวลาทำงาน” การทำงานหนักสม่ำเสมอ ทั้งการทำงานการศึกษา การติดตามข้อมูล การรักษาสุขภาพ การให้ฯ แล้วนำสิ่งที่ได้รับฟังมา มาสรุปด้วยตนเอง นำมาปรับปรุงแก้ไขข้ออ่อน เสริมข้อดี ให้กับตนเองมากขึ้น
l ทุกวันนี้ “พ่อ” ทำงานวันละ 10 ชั่วโมง,ทำด้วยความรัก ความสุข และรักษาสุขภาพ กาย ใจรู้สึกว่า “ตนทำอะไรได้มากขึ้นกว่าสมัยยังหนุ่ม” แต่ก็ไม่เคยเสียดายเวลาที่ผ่านไป, เพราะ “เรา” ทำดีที่สุดแล้ว เพราะ “เราเพิ่งมาสรุปและเข้าใจชีวิตดีขึ้นในช่วงวัยใกล้เกษียณ”
l สุดท้าย มีของฝาก ถึงเพื่อนมิตร :การปรับปรุงสังคม ต้องเริ่มจากการปรับที่ตัวเอง ก่อน
พาหุสัจจะ แปลว่า ความเป็นผู้ได้สดับมาก หมายถึงการได้ศึกษาเล่าเรียนมาก การมีความรู้ประสบการณ์มาก ผู้มีภาวะอย่างนั้น คือ “พหูสูต” : ซึ่ง “ผู้นำ” และทุกคนสามารถสร้างและพัฒนาขึ้นได้ หากตั้งใจจริง
“สุ จิ ปุ ลิ วินิมุตโต กถํ โส ปณฺฑิโต ภเว”แปลว่า ผู้ปราศจาก สุ จิ ปุ ลิ จะเป็นบัณฑิตได้อย่างไร
- สุ จิ ปุ ลิ = ฟัง คิด ถาม จด
https://i.ytimg.com/vi/fmcZzflDbNc/maxresdefault.jpghttps://krujun111.files.wordpress.com/2012/09/562856_115285835279724_1734461097_n.jpg

เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง
ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี