วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันอังคาร ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2562, 02.00 น.
‘กี้ร์’ ตะกายหนีคุก

ดูทั้งหมด

  •  

คนเรา มีปากมันก็พูดไป


แต่ถึงเวลาจริง พฤติกรรมจริงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ว่าใครจริง หรือใครกระจอก?

1. วันก่อน นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์เปิดใจหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวจากเรือนจำ หลังรับโทษอยู่ราวๆ 3 ปี

นายสนธิเล่าถึงชีวิตในเรือนจำ และบอกว่า สาเหตุที่ไม่หนีคดี เพราะระลึกถึงคนรอบตัวครอบครัว และผู้สนับสนุนอยู่เสมอ ต้องการให้เขาเหล่านั้นเดินเชิดหน้าได้อย่างสง่าผ่าเผย

นายสนธิยังบอกด้วยว่า รู้สึกเสียดายที่ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ไม่ยอมไปฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา เพราะการติดคุกไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เพียงแต่ต้องยอมรับว่าเราเป็นนักโทษ และที่นี่คือคุกต้องปฏิบัติตามระเบียบ ซึ่งตนเองได้ชดใช้กรรมหมดแล้วพร้อมกับถามหา นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน

2. จนถึงนาทีนี้ ยังไม่สามารถจับกุมตัวนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง จำเลยคดีล้มการประชุมอาเซียน และคดีทุจริตสินบนบ้านเอื้ออาทร มีกระแสข่าวว่าได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว

แม้ว่าตำรวจจะประสานรายชื่อและรูปถ่ายไปตามด่านตม. ช่องทางออกสู่ประเทศเพื่อนบ้านแล้วก็ตาม

คาดกันว่า “กี้ร์” อาจจะไปเร้นกายอยู่กัมพูชา เหมือนที่เคยหลบหนีไปในรอบที่แล้ว

3. เรื่องราวการหนีของนายอริสมันต์ ถือว่าเป็นตำนานเล่าขานไม่รู้จบ

แทบไม่เชื่อว่าคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ จะสามารถเป็นแกนนำการชุมนุม ที่มีคนหลงเชื่อทำตามคำปราศรัยยุยงปลุกปั่น และยังคงได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองบางพรรค

ภาพ “กี้ร์ ตะกายตึก” เมื่อปี 2553 ถือเป็นภาพจำ เป็นที่น่าเวทนา

ขัดแย้งกับลีลาการปราศรัยดุเดือดเลือดพล่าน ไล่ล่าคนนั้นคนนี้ ไฟจะลุกท่วมทั่วที่นั่นที่นี่ ยุยงให้ประชาชนเอาน้ำมันมาคนละลิตร กทม.จะลุกเป็นทะเลเพลิงอย่างแน่นอน...

วิธีการหนีของนายอริสมันต์ ที่เจ้าตัวเคยเล่าเป็นตุเป็นตะ

3.1 เมื่อปี 2552 หลังบุกไปล้มการประชุมอาเซียน

นายอริสมันต์เล่าว่า เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2552 ถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปที่บ้าน จับตัวตนเอง และพาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ โดยเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวไปจอดที่กองบินตำรวจ แล้วมีเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธสงครามพาไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์อีกลำ ถามว่าจะพาไปไหน แต่ไม่ได้รับคำตอบ ขณะนั้นเกิดความสับสน เชื่อว่าชีวิตกำลังตกอยู่ในอันตราย จึงต่อสู้กับคนบนเฮลิคอปเตอร์!

กี้ร์มือเปล่า สู้กับเจ้าหน้าที่อาวุธครบมือ!!!

กระทั่งเจ้าหน้าที่ยอมให้ลงมาพบกับนายจตุพร นำเรื่องไปแจ้งนักข่าวที่เวทีปราศรัยหน้าทำเนียบรัฐบาล จากนั้นถูกคุมตัวไปที่ค่ายนเรศวร ก่อนได้รับการปล่อยตัวที่ศาลจังหวัดพัทยา

แม้ไม่รู้ว่าจะมีสักกี่คนที่ยังเชื่อเรื่องเล่าข้างต้น แต่สะท้อนกมลสันดานด้านในของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี

3.2 เมื่อปี 2553 หลังยุติการชุมนุมสี่แยกราชประสงค์

วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 นายอริสมันต์เล่าเป็นตุเป็นตะถึงการหลบหนีการจับกุม และเผยว่าได้ไปอยู่ที่กัมพูชาอย่างไร (สำนักข่าวอิศราเผยแพร่บทสัมภาษณ์เต็มก่อนหน้านี้)

“กี้ร์” เล่าว่า หลังแกนนำประกาศยุติการชุมนุม เข้ามอบตัว ทหารเข้าไปแยกราชประสงค์เพื่อเคลียร์พื้นที่ เขาก็ตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรดี และสุดท้ายก็เลยตัดสินใจว่าต้องออก

“..คนขายผ้า เขาบอก พี่ยอมแพ้เถอะ ผมก็มอง ไอ้นี่เป็นใครวะ เป็นตำรวจหรือเปล่าบอกให้ยอมแพ้ได้ไง...

เขาบอก พี่ เปลี่ยนรองเท้าเถอะ ผมก็ถอดรองเท้า แล้วใส่รองเท้าเขา เปลี่ยนเสื้อด้วยผมก็เปลี่ยน แล้วก็ทำผมกระเซอะกระเซิงหน่อย และใส่แว่น และเดินกอดคอไปกับเขา ด้านซ้ายผมบังเอิญมีร้านขายบุหรี่ พวกฮอลล์ ยาหม่อง ผมก็เลยสั่งบุหรี่ 10 มวน ไฟแช็กด้วย ผมก็เดินสูบบุหรี่ แล้วก็สูบแบบเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้…

..ขณะที่กำลังจะเดิน มีหลวงพ่อโทรมา เราก็งงว่า เอ๊ะรู้จักเบอร์เราได้อย่างไร บริเวณนั้นสัญญาณถูกตัดหมด หลวงพ่อให้คาถาพรางตัว เราบอกอย่ามาพูดเล่นกับเรานะ ยิงกันขนาดนี้มันไม่ได้แล้ว เราก็มีพระนเรศวร 1 องค์ หลวงพ่อฉุย 1 องค์ เราจึงขอพรจากหลวงพ่อให้ช่วย ให้พรางตาให้ด้วย

…พอท่องคาถาเสร็จปั๊บผมก็เดินออก เชื่อไหม ทหารตำรวจวิ่งสวนมาเป็นร้อย ไม่เห็นเรา...

....เดินไปจนเจอวินมอ’ไซค์จอดอยู่กลางซอย ซึ่งวินมอเตอร์ไซค์คนนั้นไม่รู้หรอกว่าผมเป็นใคร ผมบอกว่าให้ตามรถลูกน้องผมที่นำไปก่อนแล้ว หลังจากนั้นก็ไปเจอด่านตำรวจ วินเขาไม่รู้ว่าอริสมันต์ซ้อนท้าย ก็รี่เข้าไปหาตำรวจ ตำรวจก็มองซ้ายมองขวามองแล้วมองอีก เขาคงคิดว่าทำไมอริสมันต์ดูโทรมจัง แล้วก็ปล่อยไป

..พอถึงด่านตำรวจที่ 2 ซึ่งยังไงก็ต้องออกด่านนี้ เพราะด้านซ้ายเป็นทางรถไฟมันก็ไม่มีทางไป ด้านขวาก็เป็นตึกเราก็คิดว่า เสร็จแน่ ทหารเป็นร้อย มันมี 2 ช่อง ช่องมีผู้โดยสาร กับไม่มีผู้โดยสาร วินก็ขับรี่เข้าไปหาทหาร ไปในช่องที่มีผู้โดยสาร ทหารพูดว่าไม่มีผู้โดยสารจะเข้ามาทำไม แต่ความจริงแล้วมีผมนั่งซ้อนท้ายมอ’ไซค์อยู่…

หลังจากนั้น มีรถอยู่คันหนึ่งเห็น เป็นรถแจ๊สสีดำ พุ่งมาเลย เพราะเห็นว่าเราไม่ได้รับการตรวจ ตามมาเรื่อยจนถึงสี่แยก อสมท มันก็เบิ้ลเครื่องพยายามให้หันไปดู ผมไม่สนใจ มองกระจกข้างอย่างเดียว มันก็ขับตามมาเรื่อยผ่านสี่แยกห้วยขวาง ผ่านมาถึงสี่แยกสุทธิสาร ผมสั่งเลี้ยวกะทันหัน พอเลี้ยวเสร็จ รถคันดังกล่าวก็เลี้ยวตามมา ผมก็เลี้ยวขวาเข้าไปในซอยอินทามระ 32 อย่างว่ารถมันเยอะ มันก็ตามไม่ทัน ผมก็สลัดหลุด พอขับออกมาถนนรัชดาภิเษก และก็เลี้ยวไปเข้าตรงถนนลาดพร้าว…

…หลังจากนั้น มันเหมือนในหนัง แบตกำลังจะหมด โทรหาใครก็ไม่ติด สุดท้ายแบตจะหมด ผมโทรบอกคนที่นัดรถกันว่า พี่มาเจอผมที่ซอยพหลโยธิน 24 เข้ามาลึกๆ หน่อยพี่จอดข้างทางเดี๋ยวผมไปหาพี่เอง...

...ขณะเดียวกันตอนนั้นผมยังอยู่ในซอยลาดพร้าว 15 คุณเชื่อไหม ซอยลาดพร้าว 15 คือซอย RS ผมอยู่ RS มาสิบปี ผมหลงในซอยนั้น ออกไม่ถูก เชื่อหรือไม่ มันเหมือนกับพระจัดสรรเวลาให้ว่าคุณต้องเสียเวลาก่อน ระหว่างหลง วินก็ถามว่าออกไปซอยพหลโยธิน 24 ยังไง จึงไปถามคนขายกล้วยแขก เขาก็มองผมแปลกๆ ผมเชื่อว่าเขาจำผมได้ แต่เขาก็ยังสงสัยถ้าเป็นอริสมันต์ก็ต้องออกถูก อันนี้คงไม่ใช่…

..ถ้าตอนนั้นเขาเอะใจว่าเป็นผมจริงๆ เขาโทรศัพท์บอกตำรวจ ผมโดนจับแน่

หลังจากนั้นก็มาจอดหน้าโรงเรียนสันติราษฎร์ เดินไปขึ้นรถพอขึ้นรถเสร็จลูกน้องอีกคนที่ขับไปก่อน ไปรอตึกชินวัตร 3 ซอยสุภาลัยพาร์ค เลี้ยวไปรับเขา พบว่ามีกองทัพที่ตึกชินหลายพันคน คิดในใจว่าออกไม่ได้แน่ๆ แล้วรถที่รับเราเป็นเบนซ์ เราคิดว่าตายแล้วชัวร์

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น ลูกน้องก็ช่วยเปลี่ยนรถ นั่งรออยู่สักพักหนึ่ง ก็เปลี่ยนรถเป็นรถตู้ส่งของเก่าๆ ผมก็คิดว่า ตายแล้ว จะถึงไหมเนี่ย ก็เปลี่ยนจากรถเบนซ์คันนั้นมาขึ้นรถคันนี้

…เดิมทีเขาจะเอาผมไปอยู่ชั้น 25 ที่คอนโด ผมบอกไม่ได้ อาจต้องอยู่หลายปี สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนเส้นทางรถไปทางนู้น เพราะตอนแรกจะลงใต้ ไปออกทะเล แต่คิดว่าตรงนั้นไม่ปลอดภัย...

ก่อนที่จะขึ้นมิตรภาพ หลวงพ่อโทรมาอีก โยมอริสมันต์ ยังไม่รอดนะโยม แม้ว่าจะได้ข่าวว่าถูกจับแล้ว โดนยิงแล้ว เสียชีวิตแล้ว แต่โยมยังไม่รอดนะ ผมเลยถามว่า อ้าวหลวงพ่อจะให้ทำอย่างไร ให้ตั้งอธิษฐานไว้ ให้ระลึกถึงหลวงปู่นาคไว้ ผมก็เอาพระขึ้นมาหลวงพ่อก็สวดคาถาทางโทรศัพท์ ไม่เกิน 5 นาที รถผมก็ขึ้นมิตรภาพ ทีนี้ขณะขึ้นมิตรภาพด้วยกัน รถคันนำก็ยังช้าอยู่ ยังชิดกันอยู่ พอขึ้นปั๊บ ขับไปยังไม่ถึงกิโลเมตรเลย เจอกองทัพภาค 2 กั้นถนนไว้หมดเลย รถคันหน้าก็พยายามจะเลี้ยวกลับ ผมบอกว่าให้รถเราขับดีๆ ไม่ต้องมีพิรุธ ก็ขับไป

…หลังจากนั้น ทหารวิ่งมาประมาณ 10 กว่าคน ปืนจ่อเลย รถคันหน้าลงหมด เราก็บอก ตายแล้ว จบแล้ว ชีวิต เสร็จแล้ว เป็นไงเป็นกัน ผมก็เอาหัวพิงเบาะ ปากสูบบุหรี่ อีกข้างคุยโทรศัพท์ คุยอะไรไม่รู้เรื่องตอนนั้น จำไม่ได้เลย ทหารก็วิ่งเข้ามาลดกระจกลง ถามว่าไปไหนกัน คนรถบอกว่าไปแต่งงานหนองสองห้อง แถวๆ ขอนแก่น เสร็จแล้วก็วนถามอีกก็ตอบอีกว่าไปแต่งงาน มันก็ชะโงกหน้ามาดู ไปกันสองคนเองเหรอ คนรถบอกว่า ครับ แต่ในรถนั้นไม่ได้มีแค่สองคน มีทั้งหมด 4 คน...

..มีคนขับ ผมนั่งหลังคนขับ มีตำรวจ แล้วก็มีบอดี้การ์ด ผมนั่งเปิดกระจก แต่ทหารกลับเห็นโล่งๆ นี้แหละ…

…ทีนี้พอผ่านช่องจอม ก็มีทีมงานบอก พี่ ผมเอาตำรวจมารอรับพี่นะ ผมก็บอกว่า เอาตำรวจมารอรับทำไม แต่ลูกน้องบอกว่า ตำรวจจะพาข้ามแดน ผมเลยบอกเฮ้ย มาถึงขนาดนี้ทำไมต้องใช้บริการตำรวจ ตอนนี้มีค่าหัว 10 ล้าน มันไม่หักหลังเหรอ... หลังจากนั้นผมคิดว่าไม่เป็นไร แล้วเพื่อนก็บอกว่า ไม่มีปัญหา เป็นพวกเรา 100 เปอร์เซ็นต์ไว้ใจได้ ก็ไปเจอกันที่จุดนัดหมาย หลังจากนั้นพอพบกันก็ให้ลูกน้องลงไปรายงานตัวว่าเป็นผู้กอง ให้บอกเขาว่า วีไอพีข้ามไปแล้ว แต่มีสินน้ำใจที่จะให้พวกพี่ๆ ตำรวจไปรับเอาฝั่งนู้น...

..พอไปถึงด่านที่มีการประสานเรียบร้อย ก็เปิดไฟกะพริบหน้ารถ ด่านก็เปิด เราก็ข้ามไปพอข้ามไปเสร็จปั๊บ ผมก็เอาเงินไปให้คนละ 5,000 บาท ตำรวจสี่คน ตอนนั้นมีเงินติดตัวไม่เยอะ ผมมีเงินประมาณไม่น่าเกิน 50,000 บาท เพราะว่าเรามีงบวันละ 50,000 บาท ก็เรียบร้อย…”

อ่านแล้ว ก็ได้แต่อุทาน โอ้โหๆๆๆๆๆๆ

แต่สงสัยว่า จะยังมีใครเชื่อลมปากนายอริสมันต์อยู่หรือ?

ส่วนที่น่าเชื่อที่สุด คือ มีตำรวจช่วยในการหลบหนีด้วย

แล้วการหนีครั้งนี้ ปี 2562 ล่ะ?

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
19:25 น. เอก สายไหม ต้องรอด! อนุทินอ้อนชาวสายไหม เลือกคนทำงาน
19:23 น. ไชยชนก ยืดอกรับ บ้านใหญ่ ประกาศอุดมการณ์ทำเพื่อประชาชนสุดตัว ชมคลิป
19:20 น. พิจารณ์ กางแผนรัฐบาลประชาชน พัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
19:12 น. มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 19-25 ม.ค.69
19:01 น. ‘อนุทิน’เดินหาเสียงสายไหม แวะ รร.ทักเด็ก Gen Z ก่อนเดินซื้อข้าวจี่-กินส้ม คนขอถ่ายรูปแน่น
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 14-20 ม.ค.69
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 17-23 ม.ค.69
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 16-22 ม.ค.69
ครั้งแรกในรอบ9ปี ทะเลสาบบาลาตอน กลายเป็นน้ำแข็ง ปชช.เริ่มแสดงความกังวล
ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2569
ดูทั้งหมด
อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
‘เท้ง เด็กทอน’ว่าที่‘นายกฯว่าว’
ตื่นตาตื่นใจพร้อมเดินก้าวต่อไปข้างหน้า ปีใหม่ ๒๕๖๙ ด้วยสติปัญญาความจริง 3
ขว้างงูไม่พ้นคอ
ปรากฏการณ์ศุภจี
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

‘อนุทิน’เดินหาเสียงสายไหม แวะ รร.ทักเด็ก Gen Z ก่อนเดินซื้อข้าวจี่-กินส้ม คนขอถ่ายรูปแน่น

ธนาธร ชี้ เศรษฐกิจไทยตอนนี้เป็น ต้มยำกบ ซึมยาว-แข่งขันลดลง ย้ำเมกะโปรเจ็กต์รัฐบาลประชาชนยิงตรงจุด

ชูวิทย์สวนวิโรจน์ จะฟ้องก็ฟ้อง ปัดรับงานบิ๊กแดง-แซะส้มยังไม่หวาน

ใครทำก็ซวย? อนุทิน ลั่นไม่ใช่ ภูมิใจไทย หลังถูกถามปมกระแสซื้อเสียง กทม. สูงลิ่ว 7,000 บาท

อิหร่าน ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตชั่วคราว หลังถูกตัดขาดนานกว่า 10 วัน

อนุทินยันสัมพันธ์บิ๊กแจ๊สยังแนบแน่น ปรารถนาดีต่อกัน แม้เปิดตัวหนุนกล้าธรรม

  • Breaking News
  • เอก สายไหม ต้องรอด! อนุทินอ้อนชาวสายไหม เลือกคนทำงาน เอก สายไหม ต้องรอด! อนุทินอ้อนชาวสายไหม เลือกคนทำงาน
  • ไชยชนก ยืดอกรับ บ้านใหญ่ ประกาศอุดมการณ์ทำเพื่อประชาชนสุดตัว ชมคลิป ไชยชนก ยืดอกรับ บ้านใหญ่ ประกาศอุดมการณ์ทำเพื่อประชาชนสุดตัว ชมคลิป
  • พิจารณ์ กางแผนรัฐบาลประชาชน พัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พิจารณ์ กางแผนรัฐบาลประชาชน พัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
  • มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 19-25 ม.ค.69 มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 19-25 ม.ค.69
  • ‘อนุทิน’เดินหาเสียงสายไหม แวะ รร.ทักเด็ก Gen Z ก่อนเดินซื้อข้าวจี่-กินส้ม คนขอถ่ายรูปแน่น ‘อนุทิน’เดินหาเสียงสายไหม แวะ รร.ทักเด็ก Gen Z ก่อนเดินซื้อข้าวจี่-กินส้ม คนขอถ่ายรูปแน่น
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ปรากฏการณ์ศุภจี

ปรากฏการณ์ศุภจี

19 ม.ค. 2569

‘คว่ำบาตรทางคะแนนเสียง’ ต่อพรรคการเมือง

‘คว่ำบาตรทางคะแนนเสียง’ ต่อพรรคการเมือง

16 ม.ค. 2569

ถ้าประชามติไม่ผ่าน  ปิดฉากฉีกรัฐธรรมนูญ 60

ถ้าประชามติไม่ผ่าน ปิดฉากฉีกรัฐธรรมนูญ 60

15 ม.ค. 2569

พิโธ่ พิธา  พลพรรคส้มคนอื่นๆ เมื่อไหร่จะขอโทษทหาร?

พิโธ่ พิธา พลพรรคส้มคนอื่นๆ เมื่อไหร่จะขอโทษทหาร?

14 ม.ค. 2569

สรุปรวบยอดความคิด  ‘ชูวิทย์’ ชำแหละ ‘ส้ม’

สรุปรวบยอดความคิด ‘ชูวิทย์’ ชำแหละ ‘ส้ม’

13 ม.ค. 2569

ถ้าทหารไทยรบแพ้  พรรคส้มจะเหยียบซ้ำ ไม่มีวันออกมาพลิกลิ้น

ถ้าทหารไทยรบแพ้ พรรคส้มจะเหยียบซ้ำ ไม่มีวันออกมาพลิกลิ้น

12 ม.ค. 2569

ป้ายเตือนสติคนไทยช่วงเลือกตั้ง  พูดความจริง แต่แสลงใจใคร?

ป้ายเตือนสติคนไทยช่วงเลือกตั้ง พูดความจริง แต่แสลงใจใคร?

9 ม.ค. 2569

ไขปริศนา ‘ทองคำ’ ส่งออกไป ‘กัมพูชา’ มหาศาล

ไขปริศนา ‘ทองคำ’ ส่งออกไป ‘กัมพูชา’ มหาศาล

8 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved