Logo วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563, 02.00 น.
โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร หลังวิกฤติโควิด-19 จบลง?

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ดังที่ได้ชวนท่านผู้อ่าน “คิดอ่าน” แนวโน้มทิศทางความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก หลังวิกฤติิโควิด-19 ผ่านไป


ไม่ว่าจะในบริบทโลกและสังคมไทย หลายอย่างจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

แม้วิกฤติิครั้งนี้ จะไม่ใช่อุกกาบาตพุ่งชนโลก

ไม่ใช่สงครามโลก

แต่ได้ทำให้ประชาชนในโลก “ทุกคน” ได้รับผลกระทบ และต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตนเองไปหลายระดับ

ฉะนั้น เมื่อผ่านวิกฤติิไป สังคมโลก เศรษฐกิจโลก พฤติกรรมผู้บริโภค จะเปลี่ยนแปลงไปจากก่อนวิกฤติิโควิด-19 อย่างแน่นอน

อาจจะเรียกว่า “ยุคหลังโควิด-19”

ใครคิดทัน รู้ทัน วางแผนทัน ย่อมจะรับมือ หรือแม้แต่ช่วงชิงโอกาสในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จหลังจากนี้ได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ทันได้เตรียมตัวอย่างแน่นอน

วันนี้ ขออนุญาตแบ่งปันมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นข้อเขียนจากเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยคุณสุพริศร์ สุวรรณิก ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ว่าด้วยเรื่อง “โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร หลังวิกฤติโควิด-19 จบลง?”

มีข้อมูล และมุมมอง น่าสนใจมาก บางตอนว่า

....

“เมื่อวิกฤติิครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้ว โลกใบนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร...

1. การทวนกระแสโลกาภิวัตน์ (deglobalization) จะมีความเข้มข้นมากขึ้น และทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก่อนเกิดวิกฤติครั้งนี้ เราได้เห็นหลายประเทศใช้นโยบายแบบเน้นตนเอง (inward-looking policy) หรือปกป้องทางการค้า(protectionism) อย่างชัดเจนกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะจากสงครามการค้าที่ปะทุขึ้นโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ส่งเสริมให้บริษัทสัญชาติอเมริกันกลับมาผลิตในประเทศมากขึ้นและกีดกันการค้าจากต่างประเทศ

ประเด็นนี้ กลับมาชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกด้วยวิกฤติโควิด-19 ที่กำลังตอกย้ำความเชื่อของฝ่ายขวาจัดและผู้ไม่สนับสนุนโลกาภิวัตน์ว่า การพึ่งพิงระบบการผลิตระหว่างประเทศมากเกินไปเป็นเรื่องอันตราย ซึ่งจะเร่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลกที่มีอยู่แล้วให้ยิ่งรวดเร็วมากขึ้น

กล่าวคือ ประเทศต่างๆ จะหันมาพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานในประเทศตนเองเพิ่มขึ้นอีก และกระจายความเสี่ยงด้านการผลิตและขายสินค้าโดยไม่พึ่งพาแต่ประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น เพราะเห็นผลกระทบชัดเจนจากขั้นตอนการผลิตหรือตลาดขายสินค้าเมื่อยามที่ต้องปิดตัวลง ซึ่งเป็นผลจากมาตรการต่างๆ อาทิ การปิดเมืองหรือประเทศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

นอกจากนี้ รัฐบาลประเทศต่างๆ อาจเปลี่ยนวิกฤติครั้งนี้ให้เป็น “โอกาส” ในการคิดทบทวนอย่างรอบคอบว่านโยบายเศรษฐกิจของประเทศจะเดินไปในทิศทางใด โดยจะพยายามกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโดยไม่พึ่งพารายได้ทางใดทางหนึ่งจนเกินไป อาทิ ไม่พึ่งพาแต่การส่งออกหรือการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่อาศัยการบริโภคและการลงทุนในประเทศเป็นเครื่องจักรสำคัญด้วย

2. ปัญหาเชิงโครงสร้างโดยเฉพาะด้านสาธารณสุข จะได้รับการแก้ไขให้ทั่วถึงและเสมอภาคมากขึ้น

วิกฤติโควิด-19 สร้างแรงกดดันให้รัฐบาลหลายประเทศหันมาใส่ใจพื้นฐานด้านสาธารณสุขของประชาชนและไม่ปล่อยให้กลไกตลาดเป็นตัวจัดการอย่างที่เคยเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐฯ ที่ระบบสาธารณสุขไม่มีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า

วิกฤติครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าการที่บุคคลจะเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้หรือไม่นั้น ไม่ควรเป็นเรื่องของปัจเจกชนอีกต่อไป เพราะคนคนหนึ่งที่จริงๆ แล้วเป็นพาหะของโรคอยู่ แต่ไม่สามารถไปใช้บริการตรวจไวรัสได้เพราะจ่ายเงินค่าตรวจไม่ไหวทั้งๆ ที่อยากไป และคงใช้ชีวิตแบบเดิมตามปกติ ทำให้แพร่โรคระบาดต่อไปให้ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัวได้ จนในที่สุดการควบคุมโรคในภาพรวมจะทำได้ยากลำบาก และเป็นเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับวิกฤติการแพร่ระบาดหนักหนากว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ดังที่ปรากฏในปัจจุบันตามยอดผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแซงหน้าอิตาลีไปแล้วดังนั้น หลังผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ เราอาจได้เห็นบทบาทที่เพิ่มขึ้นของระบบรัฐสวัสดิการในแต่ละประเทศก็เป็นได้

3. สังคมจะก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ทันพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

ทุกวิกฤติย่อมทิ้งร่องรอย (legacy) ไว้เสมอ

ย้อนกลับไปในสมัยการระบาดของโรคซาร์สในปี 2545 ก็สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับการใช้เทคโนโลยีออนไลน์อย่างอีคอมเมิร์ซในจีนให้มาเป็นที่นิยมในหมู่ประชาชนอย่างสูง โดยเฉพาะอาลีบาบาและเจดีดอทคอม เพราะผู้คนหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากพื้นที่สาธารณะและหันมาสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น

มาถึงวิกฤติครั้งนี้ก็จะทิ้งร่องรอยไว้เช่นกัน

โดยเป็นการตอกย้ำให้ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าแบบดั้งเดิมต้องเร่งพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเพื่อช่วงชิงตลาดจากการค้าขายแบบออนไลน์มากขึ้นอีก

รวมทั้งเทคโนโลยีดิจิทัลหลายประเภทที่มีมานานแล้วแต่ยังไม่มีคนใช้กันมากนัก วิกฤติครั้งนี้กลับบังคับให้คนต้องหันมาใช้เทคโนโลยีเหล่านี้อย่างจริงจัง และสร้างโอกาสต่อยอดให้มีผู้เล่นในตลาดมากยิ่งขึ้น อาทิ แพลตฟอร์มที่ช่วยสื่อสารทางไกล จัดประชุม หรืออีเวนท์ ซึ่งผู้บริโภคจะเกิดความคุ้นเคยและเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้เทคโนโลยีอย่างถาวร

นอกจากนี้ แม้กระทั่งสถาบันการศึกษา ก็ต้องพัฒนาไปใช้วิธีการสอนแบบออนไลน์ทดแทนทั้งหมดในช่วงวิกฤติ ซึ่งอาจพลิกโฉมระบบการศึกษาโลกไปโดยสิ้นเชิงหลังผ่านพ้นวิกฤติแล้ว

และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ผู้คนอาจจะกลัวการใช้เงินสดหรือธนบัตร เพราะกระดาษอาจเป็นพาหะของเชื้อโรคได้แม้ผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปแล้ว และจะเริ่มคุ้นชินกับการรักษาสุขอนามัยอย่างเข้มงวดไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวันที่คำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพ ด้วยปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นได้”

….

ข้อมูลและมุมมองข้างต้นนั้น น่าสนใจมาก และไม่ใช่สิ่งที่เกินเลย

มีโอกาสเป็นไปได้สูง และอาจเปลี่ยนแปลงไปไกลกว่ากว่านั้นเสียอีก

เอาง่ายๆ

ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน จะล้มหายตายจาก กี่ราย?

ธุรกิจสายการบิน จะล้มหายตายจาก หรือเปลี่ยนมือเปลี่ยนเจ้าของไปกี่ราย?

ธุรกิจในทุกวงการ ล้วนได้รับผลกระเทือนทั้งนั้น

และเมื่อสนามแข่งขันเปิดกว้าง เพราะผู้บริโภคมี “ค่านิยม-พฤติกรรม” แบบใหม่ มันจึงเสมือนการ “เริ่มต้นใหม่” สำหรับการแข่งขันในทางธุรกิจใครจะตอบโจทย์ผู้บริโภค “ยุคหลังโควิด-19” ได้ตรงเป้ากว่ากัน

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:05 น. เตือนพ่อแม่เช็กด่วน หากลูกวัย 3 ขวบยังไม่พูดเป็นประโยค อาจเข้าข่ายภาวะพูดช้ากว่าวัย
21:46 น. ราชกิจจาฯ เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569
21:36 น. พีระชาติ อินตา เฉลยให้ ทำไมเว้นช่องว่างกำแพงกั้นชายแดนไทย-เขมร
21:36 น. 'ทราย สมุทร' เตรียมขึ้นศาลคดีลูกเนรคุณ 10 มิ.ย. นี้
21:33 น. นายกฯอนุทิน-ภริยา ร่วมงานวันชาติอิตาลีครบรอบ 80 ปี ตอกย้ำ ไทย-อิตาลี สัมพันธ์แน่นแฟ้น
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569
ชมสด! การออกผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569
กรมอุตุฯ เผยเหตุผล ฤดูฝนแล้ว ทำไมยังร้อน อบอ้าวแบบนี้ผิดปกติหรือไม่?
หวัง อี้ ประกาศก้อง! จีนนำทัพกลุ่มมิตรประเทศเพื่อธรรมาภิบาลโลก บรรลุฉันทามติ 5 ประการ
กระแต เปย์ 10 ล้าน พาพนักงานเที่ยวญี่ปุ่น ฉลองยอดขายพันล้าน
ดูทั้งหมด
หมุนตามทุน : เรื่องที่สังคมควรรู้ว่า...ทำไม กบง. ต้องขยับ “ค่าการตลาดน้ำมัน”
​เมืองแห่งการภาวนา..ประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม
พระจันทร์สีน้ำเงิน
เป้าหมายที่สุดหิน
สิ่งที่หวังผลได้ จากไทยช่วยไทย พลัส 60/40
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569

นายกฯอนุทิน-ภริยา ร่วมงานวันชาติอิตาลีครบรอบ 80 ปี ตอกย้ำ ไทย-อิตาลี สัมพันธ์แน่นแฟ้น

เตือนพ่อแม่เช็กด่วน หากลูกวัย 3 ขวบยังไม่พูดเป็นประโยค อาจเข้าข่ายภาวะพูดช้ากว่าวัย

เบรกสร้างโบสถ์ยิว! อดีตบิ๊กข่าวกรอง หวั่นตกเป็นเป้าหมายความมั่นคง

ปตท. ขอเชิญร่วมส่งผลงานประกวด ‘หญ้าแฝกองค์ภูมินทร์ คืนแผ่นดินยั่งยืน’

ไทม์ไลน์ช่องบก! ทภ.2 แจงเหตุทหารไทยเสริมความมั่นคงโค้งผักบุ้ง

  • Breaking News
  • เตือนพ่อแม่เช็กด่วน หากลูกวัย 3 ขวบยังไม่พูดเป็นประโยค อาจเข้าข่ายภาวะพูดช้ากว่าวัย เตือนพ่อแม่เช็กด่วน หากลูกวัย 3 ขวบยังไม่พูดเป็นประโยค อาจเข้าข่ายภาวะพูดช้ากว่าวัย
  • ราชกิจจาฯ เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569 ราชกิจจาฯ เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569
  • พีระชาติ อินตา เฉลยให้ ทำไมเว้นช่องว่างกำแพงกั้นชายแดนไทย-เขมร พีระชาติ อินตา เฉลยให้ ทำไมเว้นช่องว่างกำแพงกั้นชายแดนไทย-เขมร
  • \'ทราย สมุทร\'  เตรียมขึ้นศาลคดีลูกเนรคุณ 10 มิ.ย. นี้ 'ทราย สมุทร' เตรียมขึ้นศาลคดีลูกเนรคุณ 10 มิ.ย. นี้
  • นายกฯอนุทิน-ภริยา ร่วมงานวันชาติอิตาลีครบรอบ 80 ปี ตอกย้ำ ไทย-อิตาลี สัมพันธ์แน่นแฟ้น นายกฯอนุทิน-ภริยา ร่วมงานวันชาติอิตาลีครบรอบ 80 ปี ตอกย้ำ ไทย-อิตาลี สัมพันธ์แน่นแฟ้น
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่หวังผลได้  จากไทยช่วยไทย พลัส 60/40

สิ่งที่หวังผลได้ จากไทยช่วยไทย พลัส 60/40

2 มิ.ย. 2569

ใครเนรคุณ อกตัญญู จะพบความฉิบหาย

ใครเนรคุณ อกตัญญู จะพบความฉิบหาย

1 มิ.ย. 2569

อดีตผู้ว่าชัชชาติ  โม้เสร็จ แต่ทำไม่สำเร็จ 9 เรื่อง

อดีตผู้ว่าชัชชาติ โม้เสร็จ แต่ทำไม่สำเร็จ 9 เรื่อง

29 พ.ค. 2569

คดีนาฬิกาบิ๊กป้อมพ่นพิษ  ปปช.คุก 3 ปี ปกปิดเอกสาร

คดีนาฬิกาบิ๊กป้อมพ่นพิษ ปปช.คุก 3 ปี ปกปิดเอกสาร

28 พ.ค. 2569

การตรวจสอบทุจริต กับความเป็นธรรม

การตรวจสอบทุจริต กับความเป็นธรรม

27 พ.ค. 2569

รักษากำลังซื้อในประเทศ  และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

รักษากำลังซื้อในประเทศ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

26 พ.ค. 2569

การเมืองส้มสามานย์  ไม่สนใจแก้ปัญหาประชาชน มุ่งหาเรื่องสถาบัน ?

การเมืองส้มสามานย์ ไม่สนใจแก้ปัญหาประชาชน มุ่งหาเรื่องสถาบัน ?

25 พ.ค. 2569

การทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราฯ  รัฐจะมีรายได้เพิ่ม 18,850 ล้านบาท!!!

การทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราฯ รัฐจะมีรายได้เพิ่ม 18,850 ล้านบาท!!!

22 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved