วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563, 02.00 น.
โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร หลังวิกฤติโควิด-19 จบลง?

ดูทั้งหมด

  •  

ดังที่ได้ชวนท่านผู้อ่าน “คิดอ่าน” แนวโน้มทิศทางความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก หลังวิกฤติิโควิด-19 ผ่านไป


ไม่ว่าจะในบริบทโลกและสังคมไทย หลายอย่างจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

แม้วิกฤติิครั้งนี้ จะไม่ใช่อุกกาบาตพุ่งชนโลก

ไม่ใช่สงครามโลก

แต่ได้ทำให้ประชาชนในโลก “ทุกคน” ได้รับผลกระทบ และต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตนเองไปหลายระดับ

ฉะนั้น เมื่อผ่านวิกฤติิไป สังคมโลก เศรษฐกิจโลก พฤติกรรมผู้บริโภค จะเปลี่ยนแปลงไปจากก่อนวิกฤติิโควิด-19 อย่างแน่นอน

อาจจะเรียกว่า “ยุคหลังโควิด-19”

ใครคิดทัน รู้ทัน วางแผนทัน ย่อมจะรับมือ หรือแม้แต่ช่วงชิงโอกาสในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จหลังจากนี้ได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ทันได้เตรียมตัวอย่างแน่นอน

วันนี้ ขออนุญาตแบ่งปันมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นข้อเขียนจากเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยคุณสุพริศร์ สุวรรณิก ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ว่าด้วยเรื่อง “โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร หลังวิกฤติโควิด-19 จบลง?”

มีข้อมูล และมุมมอง น่าสนใจมาก บางตอนว่า

....

“เมื่อวิกฤติิครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้ว โลกใบนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร...

1. การทวนกระแสโลกาภิวัตน์ (deglobalization) จะมีความเข้มข้นมากขึ้น และทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก่อนเกิดวิกฤติครั้งนี้ เราได้เห็นหลายประเทศใช้นโยบายแบบเน้นตนเอง (inward-looking policy) หรือปกป้องทางการค้า(protectionism) อย่างชัดเจนกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะจากสงครามการค้าที่ปะทุขึ้นโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ส่งเสริมให้บริษัทสัญชาติอเมริกันกลับมาผลิตในประเทศมากขึ้นและกีดกันการค้าจากต่างประเทศ

ประเด็นนี้ กลับมาชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกด้วยวิกฤติโควิด-19 ที่กำลังตอกย้ำความเชื่อของฝ่ายขวาจัดและผู้ไม่สนับสนุนโลกาภิวัตน์ว่า การพึ่งพิงระบบการผลิตระหว่างประเทศมากเกินไปเป็นเรื่องอันตราย ซึ่งจะเร่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลกที่มีอยู่แล้วให้ยิ่งรวดเร็วมากขึ้น

กล่าวคือ ประเทศต่างๆ จะหันมาพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานในประเทศตนเองเพิ่มขึ้นอีก และกระจายความเสี่ยงด้านการผลิตและขายสินค้าโดยไม่พึ่งพาแต่ประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น เพราะเห็นผลกระทบชัดเจนจากขั้นตอนการผลิตหรือตลาดขายสินค้าเมื่อยามที่ต้องปิดตัวลง ซึ่งเป็นผลจากมาตรการต่างๆ อาทิ การปิดเมืองหรือประเทศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

นอกจากนี้ รัฐบาลประเทศต่างๆ อาจเปลี่ยนวิกฤติครั้งนี้ให้เป็น “โอกาส” ในการคิดทบทวนอย่างรอบคอบว่านโยบายเศรษฐกิจของประเทศจะเดินไปในทิศทางใด โดยจะพยายามกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโดยไม่พึ่งพารายได้ทางใดทางหนึ่งจนเกินไป อาทิ ไม่พึ่งพาแต่การส่งออกหรือการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่อาศัยการบริโภคและการลงทุนในประเทศเป็นเครื่องจักรสำคัญด้วย

2. ปัญหาเชิงโครงสร้างโดยเฉพาะด้านสาธารณสุข จะได้รับการแก้ไขให้ทั่วถึงและเสมอภาคมากขึ้น

วิกฤติโควิด-19 สร้างแรงกดดันให้รัฐบาลหลายประเทศหันมาใส่ใจพื้นฐานด้านสาธารณสุขของประชาชนและไม่ปล่อยให้กลไกตลาดเป็นตัวจัดการอย่างที่เคยเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐฯ ที่ระบบสาธารณสุขไม่มีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า

วิกฤติครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าการที่บุคคลจะเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้หรือไม่นั้น ไม่ควรเป็นเรื่องของปัจเจกชนอีกต่อไป เพราะคนคนหนึ่งที่จริงๆ แล้วเป็นพาหะของโรคอยู่ แต่ไม่สามารถไปใช้บริการตรวจไวรัสได้เพราะจ่ายเงินค่าตรวจไม่ไหวทั้งๆ ที่อยากไป และคงใช้ชีวิตแบบเดิมตามปกติ ทำให้แพร่โรคระบาดต่อไปให้ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัวได้ จนในที่สุดการควบคุมโรคในภาพรวมจะทำได้ยากลำบาก และเป็นเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับวิกฤติการแพร่ระบาดหนักหนากว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ดังที่ปรากฏในปัจจุบันตามยอดผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแซงหน้าอิตาลีไปแล้วดังนั้น หลังผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ เราอาจได้เห็นบทบาทที่เพิ่มขึ้นของระบบรัฐสวัสดิการในแต่ละประเทศก็เป็นได้

3. สังคมจะก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ทันพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

ทุกวิกฤติย่อมทิ้งร่องรอย (legacy) ไว้เสมอ

ย้อนกลับไปในสมัยการระบาดของโรคซาร์สในปี 2545 ก็สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับการใช้เทคโนโลยีออนไลน์อย่างอีคอมเมิร์ซในจีนให้มาเป็นที่นิยมในหมู่ประชาชนอย่างสูง โดยเฉพาะอาลีบาบาและเจดีดอทคอม เพราะผู้คนหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากพื้นที่สาธารณะและหันมาสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น

มาถึงวิกฤติครั้งนี้ก็จะทิ้งร่องรอยไว้เช่นกัน

โดยเป็นการตอกย้ำให้ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าแบบดั้งเดิมต้องเร่งพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเพื่อช่วงชิงตลาดจากการค้าขายแบบออนไลน์มากขึ้นอีก

รวมทั้งเทคโนโลยีดิจิทัลหลายประเภทที่มีมานานแล้วแต่ยังไม่มีคนใช้กันมากนัก วิกฤติครั้งนี้กลับบังคับให้คนต้องหันมาใช้เทคโนโลยีเหล่านี้อย่างจริงจัง และสร้างโอกาสต่อยอดให้มีผู้เล่นในตลาดมากยิ่งขึ้น อาทิ แพลตฟอร์มที่ช่วยสื่อสารทางไกล จัดประชุม หรืออีเวนท์ ซึ่งผู้บริโภคจะเกิดความคุ้นเคยและเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้เทคโนโลยีอย่างถาวร

นอกจากนี้ แม้กระทั่งสถาบันการศึกษา ก็ต้องพัฒนาไปใช้วิธีการสอนแบบออนไลน์ทดแทนทั้งหมดในช่วงวิกฤติ ซึ่งอาจพลิกโฉมระบบการศึกษาโลกไปโดยสิ้นเชิงหลังผ่านพ้นวิกฤติแล้ว

และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ผู้คนอาจจะกลัวการใช้เงินสดหรือธนบัตร เพราะกระดาษอาจเป็นพาหะของเชื้อโรคได้แม้ผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปแล้ว และจะเริ่มคุ้นชินกับการรักษาสุขอนามัยอย่างเข้มงวดไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวันที่คำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพ ด้วยปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นได้”

….

ข้อมูลและมุมมองข้างต้นนั้น น่าสนใจมาก และไม่ใช่สิ่งที่เกินเลย

มีโอกาสเป็นไปได้สูง และอาจเปลี่ยนแปลงไปไกลกว่ากว่านั้นเสียอีก

เอาง่ายๆ

ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน จะล้มหายตายจาก กี่ราย?

ธุรกิจสายการบิน จะล้มหายตายจาก หรือเปลี่ยนมือเปลี่ยนเจ้าของไปกี่ราย?

ธุรกิจในทุกวงการ ล้วนได้รับผลกระเทือนทั้งนั้น

และเมื่อสนามแข่งขันเปิดกว้าง เพราะผู้บริโภคมี “ค่านิยม-พฤติกรรม” แบบใหม่ มันจึงเสมือนการ “เริ่มต้นใหม่” สำหรับการแข่งขันในทางธุรกิจใครจะตอบโจทย์ผู้บริโภค “ยุคหลังโควิด-19” ได้ตรงเป้ากว่ากัน

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
07:58 น. แก้วตา เปิด Specter C ไอโอพรรคส้ม
07:54 น. เช็กอากาศก่อนจากบ้าน วาเลนไทน์นี้ กรมอุตุฯเตือนเหนือ-อีสานหนาว กทม.ฝนหลงฤดู-ฝุ่นพุ่ง
06:00 น. ‘เอเชีย’ทุ่มสุดชีวิต! รับบทแฝด 3 สะท้อนตัวตนในจิตใจ
06:00 น. ‘ทุกความหมาย (you)’ซิงเกิลชวนอบอุ่นหัวใจจาก ‘Hers (เฮอร์ส)’
06:00 น. ยืนยันระบบ‘บาร์โค้ด’โปร่งใส กกต.แจงยิบ แยกต้นขั้วบัตรเก็บรักษา2ปี
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 9-15 ก.พ.69
'กัน นภัทร'เคลียร์ชัดสถานะหัวใจกับ'ฐิสา'เปิดหมดเปลือก 16 ปีในวงการ
พ่ายศึกยึดเมืองตรัง! ความเจ็บปวดของ 'โกหน่อ'
เกลือ กิตติ ร่ายยาว ฝากประเทศไว้ในมือ‘อนุทิน’ เจ้าตัวคอมเมนต์ตอบรับทันที
คดีพลิก! ดราม่าเขต 7 ปทุมฯ ผลนับใหม่ไม่ต่างจากเดิม แฉใช้ภาพผิดหน่วยปั่นกระแสเข้าใจผิด
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 14 กุมภาพันธ์ 2569
แพ้ นับใหม่ นับไปเรื่อยๆ เดี๋ยวคงชนะ !!!
หยุดทัพโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ตะวันออกกลาง
เหยื่อการเมือง?
เลือกตั้ง 8 ก.พ.บริบทคล้ายเลือกตั้ง 6 ม.ค.2544
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวอยุธยา เลือกภท.แลนด์สไลด์ยกจังหวัด อสม. ตระโกนบอกรัก นายกฯ

แนวร่วมมธ.ฯ นัดมวลชน 15 ก.พ. ตั้งเวทีปราศรัยเฉ่ง กกต.ทำงานไร้ประสิทธิภาพ

ยกกุหลาบมาทั้งสวน เต๋อ-ใหม่ เนรมิตบ้านหรูรับวันแห่งความรัก

สิ้นตำนานครูเพลง วิไล พนม จากไปอย่างสงบในวัย 76 ปี

อนุทิน สั่งอนุมัติเงินเยียวยา 1 ล้านให้ครอบครัว ผอ.ศศิพัชร

โปรดเกล้าฯเปิดสภาวิสามัญ 26 ก.พ. ให้วุฒิสภาเลือก กกต.-ผู้ตรวจการแผ่นดิน-คตง.

  • Breaking News
  • แก้วตา เปิด Specter C ไอโอพรรคส้ม แก้วตา เปิด Specter C ไอโอพรรคส้ม
  • เช็กอากาศก่อนจากบ้าน วาเลนไทน์นี้ กรมอุตุฯเตือนเหนือ-อีสานหนาว กทม.ฝนหลงฤดู-ฝุ่นพุ่ง เช็กอากาศก่อนจากบ้าน วาเลนไทน์นี้ กรมอุตุฯเตือนเหนือ-อีสานหนาว กทม.ฝนหลงฤดู-ฝุ่นพุ่ง
  • ‘เอเชีย’ทุ่มสุดชีวิต! รับบทแฝด 3 สะท้อนตัวตนในจิตใจ ‘เอเชีย’ทุ่มสุดชีวิต! รับบทแฝด 3 สะท้อนตัวตนในจิตใจ
  • ‘ทุกความหมาย (you)’ซิงเกิลชวนอบอุ่นหัวใจจาก ‘Hers (เฮอร์ส)’ ‘ทุกความหมาย (you)’ซิงเกิลชวนอบอุ่นหัวใจจาก ‘Hers (เฮอร์ส)’
  • ยืนยันระบบ‘บาร์โค้ด’โปร่งใส กกต.แจงยิบ แยกต้นขั้วบัตรเก็บรักษา2ปี ยืนยันระบบ‘บาร์โค้ด’โปร่งใส กกต.แจงยิบ แยกต้นขั้วบัตรเก็บรักษา2ปี
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ปั่นกระแสจากข่าวปลอมนับคะแนนใหม่  กลบกระแสนิยมส้มตกต่ำ

ปั่นกระแสจากข่าวปลอมนับคะแนนใหม่ กลบกระแสนิยมส้มตกต่ำ

13 ก.พ. 2569

แพ้แล้วพาล ฟาดงวงฟาดงา  หาคุก-หาตะราง

แพ้แล้วพาล ฟาดงวงฟาดงา หาคุก-หาตะราง

12 ก.พ. 2569

หมอดู แม่นกว่าโพลเลือกตั้ง ?!?

หมอดู แม่นกว่าโพลเลือกตั้ง ?!?

11 ก.พ. 2569

สึนามิสีน้ำเงิน ‘ภูมิใจไทย’ ลบคำสบประมาท

สึนามิสีน้ำเงิน ‘ภูมิใจไทย’ ลบคำสบประมาท

10 ก.พ. 2569

ใครจะเป็นนายกฯ ?  พรรคไหนบ้างจะร่วมรัฐบาล?

ใครจะเป็นนายกฯ ? พรรคไหนบ้างจะร่วมรัฐบาล?

9 ก.พ. 2569

เลือกคนและพรรคไปเป็นแกนนำรัฐบาล  เพื่อกำหนดทิศทางประเทศชาติส่วนรวม

เลือกคนและพรรคไปเป็นแกนนำรัฐบาล เพื่อกำหนดทิศทางประเทศชาติส่วนรวม

6 ก.พ. 2569

เคยเตือน‘จำนำข้าว’ก่อนฉิบหายจริงๆ  ฟังคำเตือนล่าสุดจาก ดร.นิพนธ์

เคยเตือน‘จำนำข้าว’ก่อนฉิบหายจริงๆ ฟังคำเตือนล่าสุดจาก ดร.นิพนธ์

5 ก.พ. 2569

การเงินการคลังประเทศ ในมือนักการเมือง?

การเงินการคลังประเทศ ในมือนักการเมือง?

4 ก.พ. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved