วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันจันทร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.
บทเรียนกรุงแตก 255 ปี

ดูทั้งหมด

  •  

เดือนเมษายน เป็นเดือนที่มีเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์มากมาย


หนึ่งในนั้น คือ เหตุการณ์กรุงศรีอยุธยาแตก เมื่อปี 2310

ล่าสุด เพจ มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม ได้นำเสนอข้อเขียนที่เรียบเรียงโดย วาทิน ศานติ์ สันติ ได้วิเคราะห์บทเรียนประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาแตก เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2310

เนื้อหาน่าสนใจที่จะนำไปคิดวิเคราะห์กันต่อ บางตอน ระบุว่า

...เหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2310 นั้นคำให้การชาวกรุงเก่า ซึ่งถือเป็นหลักฐานชั้นต้นได้บันทึกเอาไว้ว่า

“พม่าเห็นได้ที ก็ระดมเข้าตีปล้นกรุงศรีอยุธยา ทำลายเข้ามาทางประตูที่พระยาพลเทพนัดหมายไว้ ก็เข้าเมืองได้ทางประตูทิศตะวันออกในเวลากลางคืน เมื่อ ณ วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ จุลศักราช ๑๑๒๘ (7 เมษายน พ.ศ. 2310) ไล่ฆ่าฟันผู้คนล้มตายลงเปนจำนวนมาก เอาไฟเผาโรงร้านบ้านเรือนภายในพระนครศรีอยุธยาเสียเปนอันมาก ขณะนั้นพระเจ้ากรุงศรีอยุธยาและพระมเหสีพระราชโอรสธิดากับพระราชวงศานุวงศ์ก็หนีกระจัดกระจายกันไป พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาเสด็จหนีไปซุ่มซ่อนอยู่ประมาณสิบเอ็ดสิบสองวันก็เสด็จสวรรคต”

ส่วนในพระนิพนธ์ไทยรบพม่า ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งเรียบเรียงขึ้นหลังเหตุเสียกรุงประมาณ 160 ปี ได้เล่าไว้ว่า

“ครั้นถึงวันอังคาร เดือน ๕ ขึ้น ๙ ค่ำ ปีกุน พ.ศ. ๒๓๑๐ เป็นวันเนาสงกรานต์ เพลาบ่าย ๓ โมง พม่าก็จุดไฟสุมรากกำแพงเมืองตรงหัวรอที่ริมป้อมมหาไชย และยิงปืนใหญ่ระดมเข้าไปในพระนคร จากบรรดาค่ายที่รายล้อมทุกๆ ค่าย พอเพลาพลบค่ำ กำแพงเมืองตรงที่เอาไฟสุมทรุดลง เพลาค่ำ ๘ นาฬิกา แม่ทัพพม่าก็ยิงปืนสัญญาณให้เข้าปีนปล้นพระนครพร้อมกันทุกด้าน พม่าเอาบันไดพาดปีนเข้าได้ตรงที่กำแพงทรุดนั้นก่อน พวกไทยที่รักษาหน้าที่เหลือกำลังจะต่อสู้ พม่าก็เข้าพระนครได้ในเวลาค่ำวันนั้นทุกทาง นับเวลาแต่พม่ายกมาตั้งล้อมพระนครได้ปี ๑ กับ ๒ เดือน จึงเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าข้าศึก”

พระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ยังได้บรรยายถึงการทำลายล้างกรุงศรีอยุธยาเอาไว้ว่า

“เมื่อพม่าเข้าพระนครได้นั้นเป็นเพลากลางคืน พม่าไปถึงไหนก็เอาไฟจุดเผาเหย้าเรือนของชาวเมืองเข้าไปจนกระทั่งปราสาทราชมนเทียร ไฟไหม้ลุกลามแสงสว่างดังกลางวัน ครั้นพม่าเห็นว่าไม่มีผู้ใดต่อสู้แล้ว ก็เที่ยวเก็บรวบรวมทรัพย์จับผู้คนอลหม่านทั่วไปทั้งพระนคร แต่เพราะเป็นเวลากลางคืนพวกชาวเมืองจึงหนีรอดไปได้มาก พม่าจับได้สัก ๓๐,๐๐๐ ส่วนพระเจ้าเอกทัศ มหาดเล็กพาลงเรือน้อย หนีไปซุ่มซ่อนอยู่ในสุมทุมพุ่มไม้ที่บ้านจิก ริมวัดสังฆาวาส แต่พม่ายังหารู้ไม่ จับได้แต่พระเจ้าอุทุมพรซึ่งทรงผนวชกับเจ้านายโดยมาก ทั้งข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยและพระภิกษุสามเณรที่หนีไปไม่พ้น พม่าก็จับเอารวมไปคุมไว้ที่ค่ายโพธิ์สามต้น ส่วนผู้คนพลเมืองที่จับได้ ก็แจกจ่ายกันไปควบคุมไว้ตามค่ายนายทัพนายกองทั้งปวง แล้วพม่าเที่ยวตรวจเก็บบรรดาทรัพย์สมบัติทั้งสิ่งของ ของหลวงของราษฎรตลอดจนเงินทองของเครื่องพุทธบูชาตามพระอารามใหญ่น้อย ไม่เลือกว่าของที่จะหยิบยกได้หรือที่ไม่พึงจะหยิบยกได้ ดังเช่นทองเงินที่แผ่หุ้มพระพุทธรูป มีทองคำที่หุ้มพระศรีสรรเพชญดาญาณเป็นต้น พม่าก็เอาไฟสุมพระพุทธรูปให้ทองละลายเก็บเอามาจนสิ้น เท่านั้นยังไม่พอ พม่ายังจะเอาทรัพย์ซึ่งราษฎรฝังซ่อนไว้ตามวัดวาบ้านเรือนต่อไปอีก เอาราษฎรที่จับไว้ได้ไปชำระซักถาม แล้วล่อลวงให้ส่อกันเอง ใครเป็นโจทก์บอกทรัพย์ของผู้อื่นให้ได้ก็ยอมปล่อยตัวไป ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์ถ้าไม่บอกให้โดยดี พม่าก็เฆี่ยนตีและทำทัณฑกรรมต่างๆ เร่งเอาทรัพย์จนถึงล้มตายก็มี”

อย่างไรก็ดี แม้ว่าบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวจะชวนให้คิดว่า พม่าคือต้นเหตุที่ทำให้กรุงศรีอยุธยาย่อยยับแต่ฝ่ายเดียว แต่ สุจิตต์ วงษ์เทศ กล่าวว่า “อยุธยาที่เห็นเหลือแต่ซากทุกวันนี้ เป็นฝีมือคนพื้นเมืองและไทยจีนกันเองทั้งนั้น แต่มักโยนบาปเหมาให้พม่าพวกเดียว” ก่อนเสริมว่า “ไฟไหม้ใหญ่ในพระนครศรีอยุธยา ก่อนกรุงแตก 3-4 เดือน ไม่ใช่พม่าลอบเผา แต่คนในเมืองลักลอบเผากันเอง เพราะทัพอังวะล้อมกรุงอยู่นอกเมืองเป็นปกติ ยังตีไม่ได้อยุธยา จึงไม่มีส่วนเผาตลาดกลางเมืองอยุธยา” นอกจากนี้ยังมีบันทึกของชาวต่างชาติที่กล่าวถึงการขุดทำลายเมืองเพื่อหาซากสมบัติโดยฝีมือคนพื้นเมืองทั้งไทยและจีนหลังจากที่พม่าได้ยกทัพกลับไปแล้วด้วย

และในส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่า พม่าเป็นผู้เผาลอกทองพระศรีสรรเพชญ์ ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล ผู้เสนอว่า เศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร คือ “เศียรพระศรีสรรเพชญ์” ก็ได้ให้ความเห็นที่ต่างออกไปโดยระบุ หลักฐานที่เอามาอ้างกันนั้นมาจากเอกสารที่เขียนขึ้นในยุคหลังและเมื่อพลิกรายงานการขุดค้นทางโบราณคดีที่ฐานชุกชีพระศรีสรรเพชญ์ ก็ไม่พบร่องรอย “ชั้นดินที่ถูกเผา” แต่อย่างใด (พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร. “เชื่อไหม? พระศรีสรรเพชญ์ ไม่ถูกไฟเผาลอกทอง ตอนกรุงแตก!”มติชนออนไลน์ 23 มี.ค. 2560)

#สาเหตุการเสียกรุงครั้งที่ 2 (พ.ศ.2310)

สมัยอยุธยาตอนปลาย ภายหลังสิ้นพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ชาวอยุธยาหลงใหลกับความสุขสบายมากเกินไป จนเกิดความประมาท ระบบราชการหย่อนยานบ้านเมืองอ่อนแอไม่สามารถต่อสู้กับข้าศึกภายนอกได้ ในที่สุดก็เสียเอกราช เมื่อวันอังคารเดือนเม.ย. พ.ศ. 2310

สาเหตุของการเสียกรุงครั้งที่ 2 ประกอบด้วย สาเหตุระยะสั้น และสาเหตุระยะยาว

1. สาเหตุระยะยาว การชิงราชย์

- เนื่องมาจากปัญหาการแย่งชิงอำนาจของชนชั้นปกครองปลายกรุงศรีอยุธยา

- ทำให้ขาดผู้มีความรู้ความสามารถในการบริหารและการรบ ผู้แพ้จะถูกฆ่าล้างโคตร เพื่อไม่ให้เป็นเสี้ยนหนาม หรือถูกจองจำ ถูกถอดยศ ยิ่งเกิดการชิงราชย์บ่อยเท่าใด บ้านเมืองก็ยิ่งอ่อนแอมากเท่านั้น

- ทำให้เกิดความแตกสามัคคีในหมู่ข้าราชการ ซึ่งแตกเป็นสองฝ่ายตามแต่เจ้านายตน โดยเฉพาะในสมัยพระเจ้าเอกทัศ กับ พระเจ้าอุทุมพร แม้จะมีข้าศึกประชิดเมือง ข้าราชการก็ไม่สามารถสามัคคีกันได้

- ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ เพราะไพร่พลถูกเกณฑ์ไปรบ ไม่มีเวลาทำมาหากิน พ่อค้าต่างชาติไม่กล้าเข้ามาค้าขาย ทำให้บ้านเมืองขาดเสบียง เมื่อพม่าล้อมจึงเสียกรุงในที่สุด

2. สาเหตุระยะสั้น

1.1 การไร้ความสามารถของพระเจ้าเอกทัศ...

1.2 ฝ่ายไทยตั้งตนอยู่ในความประมาท

- ภายหลังสงครามยุทธหัตถี ของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ใน พ.ศ. 2135 พม่าก็ไม่เคยมาตีไทยอีกเลย จึงรบไม่เป็น - คนไทยตั้งตนอยู่ในความประมาท หมกมุ่นอยู่ในอบายมุข ขาดความสามัคคี - ขาดการฝึกซ้อมทางการทหาร การใช้อาวุธ เช่นยิงปืนใหญ่ไม่เป็น เมื่อพม่าล้อมกรุง ฝ่ายไทยผสมดินปืนไม่ได้อัตราส่วน ทำให้ยิงพลาดเป้า - ขาดการเตรียมพร้อมในด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ปล่อยปละละเลยไม่เคยซ่อมบำรุง - ขาดการเตรียมเสบียงอาหาร เมื่อพม่าล้อมเมืองทำให้ต้องแบ่งปันอาหารกินเพียงพอกันตาย

1.3 ระบบการเกณฑ์ไพร่พลล้มเหลว

- เนื่องจากมีบัญชีไพร่พลอยู่ตามกรมกองต่างๆ ไม่ได้อยู่ในกรมสุรัสวดีอย่างแต่ก่อน - จำนวนไพร่พลที่แท้จริงไม่ตรงตามบัญชี เจ้ากรมกองต่างๆ มักปิดบังเพื่อประโยชน์ของตนเอง - ประชาชนหนีระบบการเกณฑ์ไพร่พล ประชาชนและขุนนางต่างหนีเอาตัวรอดเมื่อเห็นว่ากรุงจะแตก

1.4 การจัดการปกครองอาณาจักรที่เห็นแก่ความมั่นคงของกษัตริย์จนเกินไป

- เช่น ห้ามขุนนางหัวเมืองและขุนนางชั้นผู้ใหญ่ไปมาหาสู่กันโดยไม่ได้พระบรมราชานุญาต ขุนนางจึงขาดความสามัคคี ขาดความร่วมมือกัน - เจ้าเมืองต่างๆ ตั้งตนเป็นใหญ่ ตั้งตนเป็นอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อกรุงศรีอยุธยา...”

ข้างต้น คือ การรวบรวมบันทึก และบทวิเคราะห์เพิ่มเติม

ปัจจุบัน ทางการไทยพยายามจะปรับวิธีสอนประวัติศาสตร์ให้น่าสนใจขึ้นเห็นว่า แนวทางที่ควรพิจารณา คือ เปลี่ยนจากการให้ท่องจำวันเวลาในประวัติศาสตร์ มาเป็นการวิเคราะห์บนพื้นฐานข้อมูลข้อเท็จจริงและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จะน่าสนใจขึ้น

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
19:24 น. แซงโตเกียว! กรุงเทพฯครองแชมป์เมืองท่องเที่ยวดีที่สุดในเอเชีย
19:02 น. 'กรมการปกครอง' โต้ 'ชวน' กล่าวหาซื้อเสียงใช้กลไกกำนัน-ผญบ.คุมเลือกตั้ง ยันไร้เรื่องร้องเรียน
18:46 น. การรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทในวิกฤตสงคราม
18:24 น. พลังแห่งการให้!เด็ก ๆ 'ALPHA PROJECT'จาก D Dance Thailand ร่วมโชว์สุดประทับใจ
18:20 น. 'ชิงชิง-เนย' เปิดแผลใจกลางพอดแคสต์ 'ปั๊มหัวใจ' เล่ามรสุมชีวิตรัก พร้อมฝากข้อคิดก้าวผ่านวันที่ยาก
ดูทั้งหมด
ขึ้นมือ1โลก!'วิว'ร้อนแรงลิ่วตัดเชือกออลอิงแลนด์
ส่องประวัติ นนนี่ ณัฐชา นางเอกช่องดัง ภรรยา แอ็คมี่ นักธุรกิจหมื่นล้าน
‘อ็อด-ภิญโญ’หล่อเป๊ะในวัย81 ร่วมแสดงความยินดีหลานสาว ‘เซย่า’เรียนจบปริญญา
ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืนให้ที่ดิน พุทธมณฑล 2,500 ไร่ เป็นศาสนสมบัติกลาง
รัสเซีย จ่อเบนเข็มส่งก๊าซธรรมชาติจากยุโรปมาเอเชีย ไทยติดโผอันดับต้นๆ
ดูทั้งหมด
เรื่องของนักฉวยโอกาส..คาร์เพ็ทแบ็กเกอร์
ใครอยู่ยาว‘โมจตาบา’กับ‘ทรัมป์’
สงครามของจักรวรรดิ
นรกทาร์ทารัสแตก?
ศุภจี กับอนาคตมะพร้าวน้ำหอมไทย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แซงโตเกียว! กรุงเทพฯครองแชมป์เมืองท่องเที่ยวดีที่สุดในเอเชีย

ญี่ปุ่น เตรียมพร้อมปล่อยน้ำมันสำรองสู่ตลาด รับมือวิกฤตอิหร่าน

การรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทในวิกฤตสงคราม

CIB ลุยตรวจ 8 จุดราชบุรี ทลายวงจรทุนจีน กินรวบมะพร้าวน้ำหอมไทย

'กองทัพบก' ต้อนรับ 'ผู้ช่วยทูตทหารญี่ปุ่น' หารือความมั่นคง ย้ำความสัมพันธ์แน่นแฟ้นไทย–ญี่ปุ่น

สมาคมนักข่าวฯ ร่อนแถลงการณ์! จี้เพจหนุนนักการเมือง หยุดคุกคาม-ข่มขู่สื่อ

  • Breaking News
  • แซงโตเกียว! กรุงเทพฯครองแชมป์เมืองท่องเที่ยวดีที่สุดในเอเชีย แซงโตเกียว! กรุงเทพฯครองแชมป์เมืองท่องเที่ยวดีที่สุดในเอเชีย
  • \'กรมการปกครอง\' โต้ \'ชวน\' กล่าวหาซื้อเสียงใช้กลไกกำนัน-ผญบ.คุมเลือกตั้ง ยันไร้เรื่องร้องเรียน 'กรมการปกครอง' โต้ 'ชวน' กล่าวหาซื้อเสียงใช้กลไกกำนัน-ผญบ.คุมเลือกตั้ง ยันไร้เรื่องร้องเรียน
  • การรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทในวิกฤตสงคราม การรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทในวิกฤตสงคราม
  • พลังแห่งการให้!เด็ก ๆ \'ALPHA PROJECT\'จาก D Dance Thailand ร่วมโชว์สุดประทับใจ พลังแห่งการให้!เด็ก ๆ 'ALPHA PROJECT'จาก D Dance Thailand ร่วมโชว์สุดประทับใจ
  • \'ชิงชิง-เนย\' เปิดแผลใจกลางพอดแคสต์ \'ปั๊มหัวใจ\' เล่ามรสุมชีวิตรัก พร้อมฝากข้อคิดก้าวผ่านวันที่ยาก 'ชิงชิง-เนย' เปิดแผลใจกลางพอดแคสต์ 'ปั๊มหัวใจ' เล่ามรสุมชีวิตรัก พร้อมฝากข้อคิดก้าวผ่านวันที่ยาก
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ศุภจี กับอนาคตมะพร้าวน้ำหอมไทย

ศุภจี กับอนาคตมะพร้าวน้ำหอมไทย

10 มี.ค. 2569

คนสอบส่วนน้อยที่ไร้วินัย กับสื่อขายดราม่า

คนสอบส่วนน้อยที่ไร้วินัย กับสื่อขายดราม่า

9 มี.ค. 2569

สงครามจะจบอย่างไร?

สงครามจะจบอย่างไร?

6 มี.ค. 2569

สหรัฐ-อิสราเอล ถล่มโรงเรียนประถมอิหร่าน  เด็กและครูตายกว่า 170 ชีวิต คือ เรื่องจริง

สหรัฐ-อิสราเอล ถล่มโรงเรียนประถมอิหร่าน เด็กและครูตายกว่า 170 ชีวิต คือ เรื่องจริง

5 มี.ค. 2569

โมโตจีพีวิถีไทย ประทับใจอินเตอร์  คุ้ม หรือไม่คุ้ม?

โมโตจีพีวิถีไทย ประทับใจอินเตอร์ คุ้ม หรือไม่คุ้ม?

4 มี.ค. 2569

อาจขายทอดตลาดก่อนศาลพิพากษา  ทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์หมื่นล้าน

อาจขายทอดตลาดก่อนศาลพิพากษา ทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์หมื่นล้าน

3 มี.ค. 2569

หวยเกษียณ (สลาก กอช.)  โครงการดีที่ควรไปต่อ

หวยเกษียณ (สลาก กอช.) โครงการดีที่ควรไปต่อ

2 มี.ค. 2569

นักโทษอย่างทักษิณ เข้าเกณฑ์พักโทษ แน่หรือ?

นักโทษอย่างทักษิณ เข้าเกณฑ์พักโทษ แน่หรือ?

27 ก.พ. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved