วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
.jpg)
สัปดาห์นี้ “ที่นี่แนวหน้า” ขอใช้พื้นที่นำเสนอบทความ“หลอมรวมโครงสร้างที่แตกกระจาย..สู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงพื้นที่” ว่าด้วยการทำงานของ “ABE (Area-based Education)” หรือ การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ภายใต้การสนับสนุนของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในการส่งเสริมบทบาทของภาคส่วนต่างๆ ในระดับพื้นที่ ลุกขึ้นมาพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ของตนเอง ดังนี้..
หนึ่งในเหตุผลของการปฏิรูปการศึกษาที่ยังไม่เกิดผลเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร เพราะการบริหารจัดการในพื้นที่ระดับจังหวัดของประเทศไทย อยู่ในสภาพที่เรียกว่า “แตกกระจายมหาศาล” มาเป็นระยะเวลายาวนานเนื่องจากปัญหา “โครงสร้างการบริหารจัดการที่ทับซ้อนกันของรัฐส่วนกลางกับกลไกในพื้นที่ อีกทั้งภาพการทำงานยังเป็นลักษณะต่างคนต่างทำงาน” การทำงานแบบเชื่อมประสาน และการบูรณาการการทำงานร่วมกันจึงถูกจำกัด
อย่างไรก็ตาม ภายใต้โครงสร้างที่แตกกระจายยังมีตัวช่วยที่ให้การเคลื่อนงานเดินไปสู่ทิศทางเดียวกันได้นั่นคือการขับเคลื่อนงานการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ หรือ ABE (Area-based Education) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดการพัฒนากลไกการจัดการความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษา และนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงพื้นที่ในระยะยาวจนเกิดเป็นกลไกการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ที่เข้มแข็ง สามารถสานพลังจากทุกภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่ โดยใช้ประเด็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นตัวตั้ง และทำงานแบบมีเป้าหมายร่วมกัน
.jpg)
“การทำงานแบบคู่ขนาน สร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงพื้นที่”..นอกจากการสร้างเป้าหมายร่วม เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงพื้นที่ในการลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาแล้ว ผศ.ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังเสนอแนะแนวทางการทำงานที่ทำให้เกิดการพัฒนากลไกการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ในจังหวัด สู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระยะยาว จนเกิดเป็นกลไกการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ว่า “ภาคีร่วมดำเนินงานแต่ละจังหวัดต้องทำงานแบบคู่ขนาน” ใน 2 เรื่องไปพร้อมๆ กัน คือ
1.Issue-based Activities (กิจกรรมที่ใช้วาระเป็นฐาน) เป็นกิจกรรมที่ภาคีร่วมดำเนินงานในแต่ละจังหวัดมุ่งขับเคลื่อนงานเพื่อช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้กลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา กลุ่มเด็กพิการ กลุ่มเด็กยากจนและด้อยโอกาส ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่เข้าไปช่วยเยียวยาตามบริบทของแต่ละพื้นที่ที่กำหนดไว้ 2.Network Capacity Building (สร้างเครือข่ายที่มีสมรรถนะ) เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงพื้นที่ โดยใช้กิจกรรมเป็นตัวนำเพื่อเสริมสร้างระบบและกลไกความร่วมมือระดับพื้นที่ในระยะยาว
“6 องค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนงานการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่”..อย่างไรก็ตาม การสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงพื้นที่ในระยะยาวจะเกิดผลได้ผศ.ดร.วสันต์ บอกว่า ต้องเป็นการทำงานร่วมกับหลากหลายภาคส่วน โดยมี 6 องค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนงานโดยลำดับแรก 1.ต้องมีผู้ประสานงาน (Network Manager) เพื่อเป็นผู้ประสานงานเครือข่าย ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญที่สุดในการทำงานเชิงพื้นที่ 2.การสร้างฐานข้อมูล เป็นข้อมูลใหม่ที่จัดเก็บเพิ่ม หรือชุดข้อมูลเดิมมาอัปเดตให้ทันสมัย และวิเคราะห์ให้เป็นระบบ เป็นวงพูดคุยบนพื้นฐานของข้อมูลที่นำไปสู่กิจกรรมแลกเปลี่ยนรู้ ผูกสัมพันธ์กันจนนำไปสู่องค์ประกอบที่
3.การสร้างวาระและการสนทนา (Agenda Shaping & Strategic Dialogue Building) ถ้าซึ่งหากมีข้อมูลที่ดีก็สามารถเชิญภาคส่วนในพื้นที่มาร่วมหารือถึงปัญหาสำคัญ แล้วกำหนดเป้าหมายร่วมกัน โดยใช้ข้อมูลเป็นตัวตั้ง จากนั้นจึงตั้งเวทีสนทนาเพื่อกำหนดประเด็นปัญหาร่วมที่นำไปสู่องค์ประกอบที่ 4.การพัฒนาแผนลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
เมื่อได้แผนแล้วจึงนำไปสู่องค์ประกอบที่ 5.กำหนดและแปลงเป้าหมายเป็นโครงการและกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม ดึงดูดเครือข่ายความร่วมมือมาช่วยกันออกแบบกิจกรรมได้ ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเกิดกลไกการทำแผน การแลกเปลี่ยนแผนก็จะเกิดขึ้น และนำไปสู่องค์ประกอบที่6.การบูรณาการแผนการจัดการศึกษาร่วมกัน ที่ค่อยๆร้อยเรียงและมองเห็นเป้าหมายร่วมกัน จนเกิดเป็นกลไกการขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่ที่เป็นระบบขึ้น
อย่างไรก็ตาม การหลอมรวมโครงสร้างที่แตกกระจายให้เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงพื้นที่ ต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ใจร้อนไม่ได้ เมื่อเครือข่ายในพื้นที่ได้ทำงานร่วมกัน จนเกิดความคุ้นเคยสนิทสนม ไว้วางใจและกลายเป็นหุ้นส่วนระยะยาวก็จะเกิดเป็นกลไกการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ที่เข้มแข็งได้ในอนาคต!!!

เจ้าอาวาสเผย พระซุกสีกาคากุฏิ ขอมาอยู่ด้วย บอกเห็นในหมู่บ้านมีงานศพเยอะ-เงินดี
อารักชี ต่อสายตรงหารือ โอมาน ผนึกกำลังรับมือภัยคุกคาม หลังเจอ ทรัมป์ หมายหัวขู่บึ้ม
ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำแนะนำประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 1,684 ราย
ไปต่อไม่ไหว! 'บอล เชิญยิ้ม' โพสต์แยกทางภรรยา 'ยูริ' จบสัมพันธ์คู่ชีวิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี